“หุ้นเวียดนาม” ปีนี้ยังมีโอกาส...ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาพูดคุยถึงเรื่องของ “ตลาดหุ้นเวียดนาม” ตลาดหุ้นที่เป็นดาวจรัสแสงในย่ายอาเซียน เอเชีย และน่าจะของโลกด้วยเช่นกัน
แม้ในวันที่ความตึงเครียดระหว่าง “ยูเครน-รัสเซีย” ขยับสู่องศาเดือดเขย่าตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเช่นนี้ หุ้นเวียดนามก็ยังยืนแข็งที่ 1,532.36 จุด ลบไปเล็กน้อย -0.07% เท่านั้น!!!
แต่ความที่ตลาดปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรงในปีที่ผ่านมา ในปีนี้ก็ย่อตัวปรับฐานไปตามระเบียบ แต่ก็ไม่มากอะไรตั้งแต่ต้นปีลบไปเล็กน้อย -1.70%
ส่องผลงาน “กองหุ้นเวียดนาม” ตั้งแต่ต้นปีก็ลบไปตามๆ กัน แต่ไม่มาก มีเขียวอยู่กองเดียวเท่านั้น แถมยังเป็นเขียวบางๆ เช่นกัน
แต่ภาพในระยะยาวยัง Confirm ความแข็งแกร่งของตลาดที่ได้ชื่อว่า “New Unicorn of Asia” ได้เป็นอย่างดี ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปี เฉลี่ย 13-18% ต่อปี สำหรับการลงทุนในหุ้นก็ถือว่าโอเค
แต่โอกาสนี้อาจไม่ได้เปิดไว้สำหรับทุกคน หากแต่เป็นของเหล่า “ผู้กล้า” และ “คนใจถึง” เท่านั้น ลองตาม ทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปค้นหาคำตอบกันอีกสักครั้ง

“เวียดนาม” กำลังตามรอยไทยในอดีต...สมัย “เสือตัวที่5” ของเอเชีย-ศก.โตสูง หุ้นไปได้อีกไกล
พูดถึง “หุ้นเวียดนาม” กับโอกาสการลงทุนเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกเห็นตรงกัน และโดยพื้นฐานของเวียดนามเองแล้วไม่ได้มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปเลย ไม่ว่าจะเป็นประเทศดาวเด่นที่มีเศรษฐกิจเติบโตสูงและแข็งแกร่งของโลก พาให้นึกย้อนไปถึงประเทศไทยในยุคเฟื่องฟูจนได้รับคำทำนายว่าจะกลายเป็น “เสือตัวที่5 ของเอเชีย” เลื่อนชั้นไปอยู่ลีกเดียวกับ ‘ฮ่องกง, สิงคโปร์, เกาหลีใต้และไต้หวัน’ กันเลยทีเดียว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นมาเจอ “ต้มยำกุ้ง” ทำพิษไปเสียก่อน
“แต่ภาพของเวียดนามมองจากจุดนี้ก็คงคล้ายๆ ไทยในกาลก่อน เสน่ห์ในสายตานักลงทุนเป็นที่คาดคิดได้ เงินลงทุนจากต่างชาติ (FDI) ไหลทะลักเข้าเวียดนาม บริษัทยักษ์ใหญ่ยายฐานการผลิตไปเวียดนามซึ่งไปเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการจ้างงานในประเทศให้โตก้าวกระโดด (ที่หนีไทยไปเวียดนามก็ยังมี) รัฐบาลมีเสถียรภาพตามแนวสังคมนิยมภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์ (ไม่ต่างจากจีน) การสานต่อนโยบายภาพชัดเจนต่อเนื่องไม่ขาดตอน แม้จะเจอ ‘วิกฤติ COVID-19’ เข้าให้ก็ยังไปต่อได้”

“หุ้นเวียดนาม” ตลาดปราบเซียน...โอกาสที่มาพร้อมความเสี่ยงที่สูงกว่า
เศรษฐกิจดี บริษัทค้าขายดี หุ้นก็น่าจะดี ไม่ใช่เรื่องแปลก...
แต่เพราะความที่เป็น “ตลาดชายขอบ (Frontier Market)” นี่แหละ...บุคลิกก็จะมีความหวือหวา และยังมีพัฒนาการต่างๆ ในตลาดที่ยังไม่มากพอ ในบางครั้งก็เล่นเอาผู้เล่นจุกเอาได้ง่ายๆ อย่างว่าแต่ “เซียนหุ้นไทย” ที่เคยจะไปขุดทองในตลาดเวียดนามในช่วงหนึ่งยังต้องมาร้องขอชีวิตกันเลยทีเดียว นักลงทุนสถาบันอย่างกองทุนรวมก็เคยประสบชะตากรรมในลักษณะเดียวกันมานี้แล้วเช่นกัน
โอกาสมี...แต่อาจจะต้องเป็น “ผู้กล้า” กล้ารับความเสี่ยงที่จะมาพร้อมกับโอกาสในการสร้างผลตอบแทนระยะยาว และ “คนใจถึง” เพราะถ้าปอดเล็ก...ป๊อด...ขี้กลัว อาจจะเจ็บตัวเอาง่ายๆ ได้เช่นกัน
ปีที่แล้ว เวียดนาม “Lockdown” ประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจหายไป 50-80% จน GDP ไตรมาส3 ติดลบ -6.2% แต่หลังจากคลาย Lockdown เศรษฐกิจก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วกลับมาเป็น +5.22% ในไตรมาสล่าสุด และคาดว่าในปี22 จะกลับมาโตได้ 7.2% (สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีก่อน COVID-19 ที่โต 6.76%, ที่มา: Bloomberg)
“จึงไม่น่าแปลกใจว่า...คนลงทุนเวียดนามก็กลัวจะเจอ Lockdown เข้าให้อีกเหมือนปีก่อน แต่จากตัวเลขจำนวนผู้ฉีดวัคซีนที่ดีขึ้นสูงกว่า 76% และการควบคุม COVID-19 ของภาครัฐที่ทำได้ดี แม้ช่วงนี้ตัวเลขในฝั่งเอเชียจะเริ่มไต่ระดับขึ้นอีกครั้งก็ตาม แต่ ‘Omicron’ ที่อาการไม่รุนแรงและน่าจะปรับตัวลงได้ในอีกไม่นาน ตลาดโดยรวมยังเชื่อว่า...จะไม่มีการ ‘Lockdown’ เต็มรูปแบบในปีนี้ ดังนั้นภาพสยองที่เห็นในปีที่แล้วก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นนั่นเอง”
“หุ้นเวียดนาม” ปีนี้ยังมีโอกาส...ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
ย้อนไปเมื่อ 3 ปีก่อน มี 8 กองหุ้นเวียดนาม จาก 5 บลจ.ในไทย เข้าไปลงทุนใน “หุ้นเวียดนาม” ผ่านมา 3 ปี โอกาสดีๆ ที่คนทั้งโลกมองเห็น ก็ไม่ใช่ทุกบลจ.จะตั้งกองทุนไปลงทุนในตลาดนี้แต่ประการใด ปัจจุบันมี 15 กอง มีบลจ.เพิ่มขึ้นเป็น 9 แห่ง เข้าร่วมคว้าโอกาสลงทุนในตลาดนี้
“นี่คือตลาดที่คาดว่าจะได้รับการอัพเกรดขึ้นไปอยู่ในดัชนี MSCI Emerging Market ในอีกไม่เกิน 5 ปี ข้างหน้า ถึงตอนนั้นเงินลงทุนอีกมหาศาลจะทะลักตามเข้ามาอย่างไม่ต้องสงสัย แต่นี่ก็พูดกันมาตั้งแต่ 3 ปีก่อนแล้วเหมือนกัน ยังเป็นปัจจัยบวกที่ต้องรอลุ้นกันต่อไป”
มาดูสิ่งที่นักลงทุนกังวลกันบ้าง....

(ชาตรี มีชัยเจริญยิ่ง)
? การกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อกอบกู้ของภาครัฐจะทำให้เพดานหนี้สูง ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการคลังของประเทศหรือเปล่า
ด้าน “ชาตรี มีชัยเจริญยิ่ง" หัวหน้าการลงทุนฝ่ายตราสารทุน บลจ.พรินซิเพิล ให้ความเห็นว่า ใครที่กังวลว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอาจทำให้หนี้พุ่งนั้น เวียดนามเองยังไม่เจอปัญหานั้น ปัจจุบัน สัดส่วน ‘หนี้สาธารณะต่อ GDP’ ของเวียดนามอยู่ที่ 44% ต่ำกว่าเพดานที่กำหนดไว้ 60%
? ดอกเบี้ยเวียดนามจะขึ้นตามสหรัฐป่าว เศรษฐกิจดีเงินเฟ้อมา เดี๋ยว...หุ้นสะดุ้ง
ชาตรี ประเมินว่า เงินเฟ้อของเวียดนามยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 3% โดยที่แนวโน้มอัตราอัตราดอกเบี้ยปีนี้คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้เนื่องจากรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงยังคงนโยบายดอกเบี้ยต่ำหนุนการฟื้นตัว ความเสี่ยงจากการขึ้นดอกเบี้ยจึงต่ำ
? หุ้นเวียดนาม...เหวี่ยงเหลือเกิน
ชาตรี ยอมรับว่า เป็นเช่นนั้นเพราะโครงสร้างของนักลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามในปัจจุบันเป็น “รายย่อย” เป็นส่วนใหญ่ จนบางครั้งนักลงทุนสถาบันยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวของรายย่อยเช่นกัน ดังนั้นในช่วงท้ายตลาดถ้ามีข่าวอะไรเข้ามาเซอร์ไพรซ์ ก็อาจเห็นตลาดลงแรงหรือขึ้นแรงช่วงก่อนปิดตลาดได้เช่นกัน ดังนั้นการลงทุนแนะนำให้มองภาพระยะยาวเป็นสำคัญ
? หุ้นเวียดนาม...แพงไปหรือยัง
ชาตรี มองว่า ‘ตลาดหุ้นเวียดนาม’ ถือว่ายังไม่แพง โดยมีค่า P/E Ratio ที่ 14.8 เท่า และประเมินว่ากำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ในปีนี้จะเติบโต 25 - 30% และเป็นประเทศที่เศรษฐกิจในปีนี้เมื่อเทียบกับปีก่อนจะมีการขยายตัวอยู่ในวงจรเศรษฐกิจที่ต่างจากประเทศอื่นในโลกที่ฟื้นตัวมาก่อนหน้า จึงเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุน โดยมองกรอบดัชนีหุ้นเวียดนามในปีนี้ที่ 1,650 จุด และกรณีแย่อยู่ที่ 1,320 จุด
“คาดว่า ‘กลุ่มธนาคาร’ จะเป็น sector ที่โดดเด่นในช่วงไตรมาสแรก เพราะสะท้อนปัจจัยลบไปหมดแล้ว ใครที่รับความเสี่ยงได้ก็เป็นโอกาสในการเข้าไปลงทุนเช่นกัน”
“ตลาดหุ้นเวียดนาม” อีกหนึ่งตลาดที่ได้รับคำทำนายจากทั่วโลกว่าจะเป็น “พญามังกรน้อย” อีกตัวในอนาคต โดยแนะนำให้มีในพอร์ตได้ 5 – 20% และใครที่ลงทุนอยู่แล้วก็สามารถถือลงทุนเพื่อหวังผลในระยะยาวต่อไปได้ ส่วนใครที่ยังลังเล อยากเข้าและหาจังหวะเข้าอยู่ ในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะเป็นจังหวะที่ดีหลังทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐชัดเจนแล้ว “ใครที่กล้า...คนที่ใจถึง”...นี่คืออีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาวตลาดหนึ่งเลยทีเดียว
