ฝ่ามรสุมสงคราม ‘ยูเครน-รัสเซีย’ กับ...4 “กองหุ้น” ตอบโจทย์ทั้ง ‘การเติบโต & หลบภัย’ !!!

ลายแทงกองทุน: ในเดือนมีนา-ปีขาล ยังถูกปกคลุมด้วยสงคราม “ยูเครน-รัสเซีย” ที่ทวีดีกรีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ จนกระทบบรรยากาศการลงทุนไปทั่วโลก


โดยเฉพาะ “ราคาน้ำมัน” ที่ไต่เพดานบินขึ้นมาจนทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาเรลไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะน้ำมันดิบ WTI ขยับมาอยู่ที่ 114.62 ดอลลาร์สหรัฐ/บาเรล ในขณะที่ Brent 116.92 ดอลลาร์สหรัฐ/บาเรล


ก็เป็นปัจจัยเร่งทำให้ “เงินเฟ้อ” ทั่วโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น ล่าสุดทาง “ธนาคารกลางสหรัฐ (FED)” ก็ส่งสัญญาณชัดเจนในการพร้อมขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.นี้แล้ว 0.25% กลับกลายเป็นปัจจัยบวกเล็กๆ ที่เข้ามาในตลาด (จากที่คาดว่าจะขึ้นแรง 0.5%)


ในภาวะสงคราม เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยขึ้น...“กองทุนไหน” มีภูมิต้านทางสูง เหมาะกับสถานการณ์เช่นนี้ ตามทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปค้นหาคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย



KFINDIA”...ธีมหุ้นอินเดีย

ใน “ภาวะสงคราม เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยขึ้น ตลาดหุ้นผันผวน” ระยะสั้นจังเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุน “กองหุ้น” อย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะนี่คือเครื่องจักรในการสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยที่ดีในระยะยาวให้กับพอร์ตการลงทุนของคุณนั่นเอง


เริ่มที่ “ตลาดหุ้นอินเดีย” เป็นหนึ่งในตลาดที่ได้รับการแนะนำให้ลงทุนมาตั้งแต่ต้นปี มหาอำนาจอันดับ2 ของเอเชีย ประเทศที่มีเศรษฐกิจโตสูงอันดับต้นๆ ของโลก ทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)” คาดว่าเศรษฐกิจอินเดียจะโต 9% ในปี21 และโต 9% และ 7.1% ในปี22 และ23 ตามลำดับ


ไม่เพียงการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูงต่อเนื่องเท่านั้น อินเดียยังมีเงินลงทุนทางตรงจากต่างชาติ (FDI) ที่สูง เป็นเจ้าแห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งหนึ่งของโลก และ “ตลาดหุ้นอินเดีย” ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกมีเงินไหลเข้าลงทุนต่อเนื่องแล้วช่วง 3 ปีที่ผ่านมา


ทางWealth Advisory by CIMB Thai Bank ยังคงน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นอินเดีย หลังตลาดปรับลตัวลงมาราว 8% สามารถยืนเหนือค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 200 วันได้ Valuation Forward P/E อยู่เหนือค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ +1SD เล็กน้อย


โดยแนะนำ KFINDIA: กองทุนเปิดกรุงศรีอินเดียอิควิตี้” ที่เน้นหุ้นอนุทวีปอินเดีย ได้แก่ อินเดีย, ปากีสถาน, ศรีลังกา และบังคลาเทศ ผ่านกองทุนหลัก ‘FSSA Indian Subcontinent Fund’


ตัวอย่างหุ้นที่ลงทุน 3 อันดับแรก (ณ 31 ม.ค. 22) ได้แก่ ICICI Bank 9.1%, HDFC Bank 9.0% และ Colgate-Palmolive (India) Limited 5.7% ในขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 3 อันดับ ได้แก่ Financials 29.4%, Consumer Staples 16.2% และ Consumer Discretionary 15.7%


ในแง่ของผลตอบแทนเองนั้น ‘KFINDIA’ YTD -0.29%, ย้อนหลัง 1 ปี +19.12% ต่อปี และ 3 ปี +10.97% ต่อปี



PRINCIPAL-VNEQ”...ธีมหุ้นเวียดนาม

“ตลาดหุ้นเวียดนาม” เองก็เป็นตลาดที่มากับ Growth Story เช่นเดียวกับอินเดีย เพียงแต่มาจาก “ตลาดชายขอบ (Frontier Market)” ที่มีการเติบโตที่โดดเด่นที่สุดในโลกตลาดหนึ่ง และกำลังเป็นเป้าหมายการลงทุนจากนักลงทุนทั่วโลกเช่นเดียวกัน นี่คือตลาดที่เต็มไปด้วยโอกาสและความผัน จึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและหวังผลในระยะยาว กับโอกาสขยับไปสู่ดัชนี MSCI Emerging Market ในอนาคต (คาดว่าภายใน 5 ปี)


ทาง Phillip Fund SuperMartยังมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นเวียดนาม โดยแนะนำเป็น Core Port ถือลงทุนมากกว่า 1 ปี ให้รอย่อเข้าซื้อสะสมได้ และแนะนำPRINCIPAL VNEQ-A: กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า” ที่เน้นลงทุนในหุ้นเวียดนามทั้งในและนอกปท.ตลอดจนหุ้นประเทศอื่นที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนามด้วยเช่นกัน





ตัวอย่างหุ้นที่ลงทุน 3 อันดับแรก (ณ 31 ม.ค. 22) ได้แก่ SSIAM ETF VNFIN LEAD VND10000 : FUESSVFL VN 8.71%, VINGROUP JOINT STOCK COMPANY : VIC VN 7.38% และ Vietnam Joint Stock Commercial Bank For Industrial And Trade : CTG VN 7.07%


ส่วนผลตอบแทนนั้น ‘PRINCIPAL VNEQ-A’ สามารถทำได้ YTD 2.54%, ย้อนหลัง 1 ปี +54.87% ต่อปี และ 3 ปี +20.97% ต่อปี



SCBPGF”...ธีมหุ้นทั่วโลก

“หุ้นตลาดพัฒนาแล้ว” ยังคง Outperform กลุ่ม “ตลาดเกิดใหม่” ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงสงครามเช่นนี้ ก็ยังสามารถที่จะทำผลตอบแทนที่ดีได้อย่างต่อเนื่อง เพราะผลกระทบค่อนข้างจำกัดและมีหลายอุตสาหกรรมที่มีความทนทานต่อความผันผวนในช่วงวิกฤติได้เป็นอย่างดี จึงถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับจะหลบภัยในช่วงสงครามเช่นนี้ ที่สำคัญยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้เช่นกัน


ทาง BLS Top Funds แนะนำให้หลบกองหุ้นเติบโต (Growth) มาเข้าสู่กองหุ้นคุณค่า (Value) ในช่วงนี้ โดยแนะนำ SCBPGF: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ แพลทตินัม โกลบอล ฟันด์ (ชนิดสะสมมูลค่า)” ที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ประเทศพัฒนาแล้ว โดยคัดเลือก 3 กลุ่มที่มีค่าเฉลี่ยของ CROCI Economic P/E ต่ำที่สุด จาก 9 อุตสาหกรรม มีการปรับพอร์ตทุก 3 เดือน ผ่านกองทุนหลัก DWS Invest CROCI Sectors Plus ใน Share Class FCH (P)’


สำหรับหุ้นที่ลงทุนมากสุด 3 อันดับแรก (ณ วันที่ 30 ธ.ค. 21) ได้แก่ Vertex Pharmaceuticals Inc (Health Care) 3.8%, Consolidated Edison Inc (Utilities) 3.7% และ Edison International (Utilities) 3.7%


โดย 3 อุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ Utilities 34.3%, Healthcare 32.9% และ Consumer Staples 32.7% ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายได้มั่นคง, กระแสเงินสดดี และราคาหุ้นไม่แพงเหมาะกับสถานการณ์ในช่วงนี้เป็นอย่างยิ่ง


ส่วนผลการดำเนินงานของ ‘SCBPGF’ (ณ วันที่ 31 ม.ค. 22) นั้น YTD +1.02%, ย้อนหลัง 1 ปี 25.77%, 3 ปี 19.61% ต่อปี, 5 ปี 12.77% ต่อปี และ 10 ปี 11.16% ต่อปี



K-AEC”...ธีมหุ้นอาเซียน

สุดท้ายคือ “ตลาดหุ้นอาเซียน” ที่ Laggard และกำลังฟื้นตัวของขึ้นมาสวนทางเศรษฐกิจกลุ่มตลาดพัฒนาแล้วที่กำลังชะลอตัวลง ถือว่าอยู่ในวงจรเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตและเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนในช่วงที่ผ่านมาเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าในกลุ่ม TIPs (ไทย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์) ตั้งแต่ต้นปี22 เป็นต้นไป


จึงถือเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่ทาง NOMURA iFUND ให้น้ำหนัก Overweight ในตลาดหุ้นอาเซียนนี้ โดยแนะนำ K-AEC: กองทุนเปิดเค อาเซียน อีโคโนมิค คอมมูนิตี้ หุ้นทุน” ที่เน้นลงทุนในหุ้นอาเซียนและหุ้นประเทศอื่นที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจอาเซียน


สำหรับหุ้นที่ลงทุนมากสุด 3 อันดับแรก (ณ วันที่ 28 ม.ค. 22) ได้แก่ DBS GROUP HOLDINGS LTD (DBS.SP) 8.49%, UNITED  OVERSEAS BANK LTD (UOB.SP) 5.71% และ BANK CENTRAL ASIA TBK PT (BBCA.IJ) 5.61%


ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 3 อันดับได้แก่ FINANCE-SINGAPORE 18.54%, BANK-INDONESIA 12.21% และ FINANCIALS-VIETNAM 7.83%


ด้านผลตอบแทนของ ‘K-AEC’ ทำได้ YTD +1.78, ย้อนหลัง 1 ปี 21.93% ต่อปี, 3 ปี 3.00% ต่อปี และ 5 ปี 1.32% ต่อปี


ทั้งหมดนี้คือ “4 กองทุนเด่น” ในเดือนมีนา-ปีขาล ที่เหมาะกับการลงทุนในช่วงสงคราม “ยูเครน-รัสเซีย” เป็นจังหวะลงทุนเพื่อหวังผลระยะยาวก็ได้ หรือหลบภัยในระยะสั้นก็ดี ไว้พบกันใหม่ครั้งหน้ากับ “ลายแทงกองทุน” ครับ


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us