Official Update :

รับสภาพ “สงครามยืดเยื้อ”…ทำ ‘เงินต่างชาติไหลเข้า’ ปีนี้หายไป 20-30% จากเป้า 1 แสนล้านบาท !!!

Fun of Funds: ความเคลื่อนไหวของ “ตลาดหุ้นไทย” ในปี 65 นับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้มีการปรับตัวลดลงตามตลาดหุ้นทั่วโลกที่ได้รับแรงกดดันจากสารพัดปัจจัยลบ ไม่ว่าจะเป็น “ปัจจัยภายนอก” จากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนเป็นหลัก


หรือ “ปัจจัยภายใน” เองอย่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ได้กลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ในชื่อ “โอมิครอน” ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่กดดันตลาดอย่างต่อเนื่อง


จึงทำให้ความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อตลาดหุ้นไทยว่าจะกลับมาสดใสเช่นเดียวกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้านเป็นได้ไปยากยิ่งขึ้นเมื่อดูจากข่าวสารและปัจจัยลบต่างๆ ที่เกิดขึ้นและยังไม่คลี่คลายไป


เพื่อให้นักลงทุนได้คลายความกังวลและโฟกัส “ตลาดหุ้นไทย” ได้ชัดเจนขึ้น ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้นำมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกัน



มองกรอบหุ้นไทยปีเสือ 1,580 – 1,770 จุด...ชูหุ้นกลุ่ม
‘พลังงาน-แบงก์’ เด่นสุด

โดย ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันธ์ นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้มุมมองว่า ภาพรวม “ตลาดหุ้นไทย” ในปีนี้มีโอกาสที่ดัชนีจะปรับตัวขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 1,770 จุด หรือได้ตามที่คาดการณ์ไว้และในจุดต่ำสุดที่ 1,580 จุด ถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีปัจจัยกดดันตลาดอย่างต่อเนื่องก็ตาม



(ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันธ์)



“แต่ในทางกลับกันกลุ่มบริษัทจดทะเบียนก็จะได้รับอานิสงส์จากข่าวร้ายได้เช่นกัน อาทิประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศของรัสเซียและยูเครนที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ในขณะนี้ จึงทำให้แนวโน้มราคาพลังงานอย่างน้ำมันปรับขึ้นและเป็นผลบวกให้รายได้บริษัทจดทะเบียนใน กลุ่มพลังงาน ปรับตัวสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดอย่างน้อยใน 1-2 ปี”


ขณะเดียวกัน “กลุ่มเกษตร” และ “กลุ่มวัสดุ” ก็มีโอกาสที่ผลการดำเนินงานจะได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ดีด้วยสัดส่วนน้ำหนักที่มีต่อดัชนีตลาดค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ก็อาจจะผลักดันดัชนีปรับตัวขึ้นได้ไม่มากนัก


อย่างไรก็ดีกลุ่มธุรกิจในตลาดก็ยังมีธุรกิจที่จะสามารถเติบโตและสร้างผลตอบแทนได้ดีในอนาคต อย่าง “กลุ่มการเงิน ธนาคารพาณิชย์” เนื่องจากธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่งเริ่มมีการเคลื่อนไหวโดยควบรวบกัน เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่สูงขึ้นและเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร จึงเป็นกลุ่มที่มีโอกาสจะลงทุนธุรกิจในอนาคตได้มากกว่าธุรกิจอื่น


ระยะสั้นหากตลาดหุ้นไทยจะมีการปรับตัวลดลงในขณะที่ราคาน้ำมันไม่ได้ปรับตัวลดลงมาก ก็อาจจะเห็นดัชนีตลาดปรับตัวลงได้ไม่เกิน 1,600 จุด โดยนักลงทุนก็อาจจะกระจายการลงทุนไปยังหุ้นต่างประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทน ซึ่งประเด็นเรื่องสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนก็ไม่ได้ทำให้สัดส่วนการลงทุนหุ้นต่างประเทศเปลี่ยนแปลงไปมากนัก





คาดสงคราม “ยูเครน-รัสเซีย” ยืดเยื้อ...ทำเงินต่างชาติไหลเข้าพลาดเป้า 20-30
%

ด้านกระแส “เงินทุนต่างประเทศ (ฟันด์โฟลว์)” ในช่วงต้นปี คาดการณ์ว่าจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยหลักแสนล้านบาทในครึ่งปีแรก เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้นจากการเปิดเมือง สถานการณ์ COVID-19ที่เริ่มคลี่คลายและอุตสาหกรรมธุรกิจที่เป็นมูลค่าตรงกับความสนใจของนักลงทุน จึงทำให้ในช่วง 2-3 เดือนเห็นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท


“แต่หลังจากเกิดสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ได้ส่งผลกระทบให้นักลงทุนต่างชาติที่ส่วนใหญ่มาจากฝั่งตะวันตกไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ และยุโรป ชะลอการลงทุนและดึงกระแสเงินลงทุนกลับเข้าตลาดหุ้นประเทศของตนเองเพื่อรอดูสถานการณ์หรือความชัดเจน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตลาดในระยะสั้นโดยคาดการณ์ว่าฟันด์โฟลว์จะหายไปราว 20-30% จากเป้า 1 แสนล้านบาท”


แต่อย่างไรก็ดีเชื่อว่าหลังที่สถานการณ์ดังกล่าวเริ่มคลี่คลายหรือสามารถจบลงได้ ก็มีโอกาสที่ฟันด์โฟลว์จะไหลกลับเข้าในตลาดหุ้นเกิดใหม่รวมถึงไทยได้ ขณะเดียวกันกรณีที่ตลาดหุ้นรัสเซียถูก MSCI ถอดจากดัชนี ก็จะมีการปรับพอร์ตและทำให้สัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทยเพิ่มขึ้นอัตโนมัติ จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะดึงฟันด์โฟลว์เข้าตลาดหุ้นไทยโดยธรรมชาติ


ปัจจัยที่ต้องระมัดระวังเพิ่มเติมหรือติตตามสำหรับนักลงทุนต่างชาติ คือความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการเมืองในประเทศที่จะออกมาในทิศทางใดต่อจากนี้ ซึ่งถ้าหากด้านปัจจัยด้านการเมืองเรื่องใหม่เข้ามายังตลาดก็มีโอกาสที่จะทำให้เม็ดเงินไหลออกจากตลาดหุ้นได้เช่นกัน


ถือว่าเป็นอีกครั้งที่นักลงทุนที่มีความสนใจใน ตลาดหุ้นไทยจะสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยประเด็นสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ที่ส่งให้ผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นแต่ก็ผลักดันให้รายได้หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวสูงขึ้นได้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่นักลงทุนจะสร้างผลตอบแทนให้แก่พอร์ตลงทุนเพิ่มเติม

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Fun of Funds
“LHEQDPLUS-A” ลุย “หุ้นปันผลสูง”... สะสม “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
HANA ติด Cash Balance มีผล 24 ส.ค.-11 ก.ย.69 โบรกฯ มองกำไรมีแนวโน้มโตแรง 2-3 ปี รับดีมานด์ชิป AI-Data Center แข็งแกร่ง
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
เช็กลิสต์ 4 หุ้นเด่น โค้งสุดท้าย MSCI Rebalance โบรกฯ แนะอาศัยจังหวะย่อตัวเข้าสะสม ดักรับเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ ก่อนมีผล 31 ส.ค.นี้
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“งบมีจำกัด”...จะเลือก “ประกัน” หรือ “ออม” ก่อนดี?
เมื่อ อีก 1 วัน
Fun of Funds
“PVD” ครึ่งแรกปี26 “ฟื้น” AUM เพิ่มขึ้น +6.23%... “บลจ.พรินซิเพิล” แชมป์โตสุด +26.85% “บลจ.เฟิร์ส พลัส” ร่วงสุด -9.82% “บลจ.ทิสโก้” แชมป์ส่วนแบ่งมากสุด 19.57% !!!
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us