“ARK” ระยะสั้นอาการหนัก 1 ปี รูดกว่า -50%...แต่ยังโชว์ผลงาน 5 ปี สมราคาเฉลี่ย 17-25% ต่อปี!!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาดูผลงาน “จักรวาลกอง ARK” กันอีกสักครั้ง หลังจากผลตอบแทนยังดำดิ่งทิ้งตัวลงอย่างต่อเนื่องจากต้นปี -23% ถึง -41% และในช่วง 1 ปีติดลบไปแล้วกว่า -30% ถึง -56% เลยทีเดียว
หลังจากผ่าน “จุดสูงสุด” ที่เคยเจิดจ้าในปี2020 ที่โชว์ผลงานสะท้านวงการด้วยผลตอบแทนทะลุ 100% ทั้ง 5 กองทุนหลัก ถัดจากนั้นในปี2021 และ2022 จนถึงปัจจุบัน ยังสาละวันเตี้ยลงไม่หยุด
“ARK Invest” ของ “แคธี วูด (Catherine Wood)” ดูจะทำให้นักลงทุนผิดหวังไปตามๆ กัน แต่เธอยังคงมั่นใจและเชื่อมั่นในกองทุนของเธอไม่เคยสั่นคลอน และไม่อยากให้ตัดสินกันระยะสั้นเท่านั้น อย่าลืมว่า...ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ จะพาไปส่องผลงานและโอกาสของ “จักรวาลกอง ARK” กันอีกครั้ง
“แคธี วูด” ยังมั่นใจผลงาน “ARK” ระยะยาว...แม้ระยะสั้นช่วง 1 ปี รูดหนักกว่า 50% แล้วก็ตาม
เป็นตลกร้ายในวงการกองทุน ที่กล่าวกันว่า...จังหวะที่ดีในการขาย มักไม่ใช่จังหวะที่ดีในการลงทุน “ARK Invest” ก็น่าจะสะท้อนภาพดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เพราะหลังจากกองทุน ARK โชว์ผลงานทะลุ 100% ในปี2020 บลจ.ไหนไม่มี...นี่เรียกว่า “ตกขบวน”
แต่ในช่วงปี2021 และ2022 ที่ผ่านมา นักลงทุนที่ลงทุนอยู่คงแทบไม่อยากจะเปิดพอร์ตกอง ARK ของตัวเองดู และอย่างที่ “แคธี วูด” กล่าวย้ำเสมอๆ ธีม “นวัตกรรมเทคโนโลยี” เป็นการลงทุนระยะยาวและเธอยังเชื่อมั่นในธีมนี้ (เชื่อว่านักลงทุนส่วนใหญ่ก็เชื่อเช่นกัน) และอยากให้มองการลงทุนที่สอดคล้องกันในระยะยาว 5 ปีขึ้นไป เชื่อว่าจะยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนของเธอได้อย่างแน่นอน

(Catherine Wood)
“หากมาย้อนมองดูผลตอบแทนระยะยาวของกอง ARK ทั้ง 5 กอง (ณ วันที่ 11 มี.ค. 22) ผ่านผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ก็สะท้อนภาพที่แคธีพูดถึง (ส่วนใครจะว่าเป็นเพราะบุญเก่าทำไว้ดี...ก็ว่ากันไป นานาจิตตัง) โดย ARKK ทำผลตอบแทนได้ 21.31% ต่อปี, ARKW 24.86% ต่อปี, ARKQ 22.06% ต่อปี และ ARKG 16.69% ต่อปี ถือว่าไม่เลวเลย...และน่าจะสะท้อนผลตอบแทนของความเป็นหุ้นเติบโตสูง (Growth Stock) ได้เป็นอย่างดี”
ถ้ามองไปอีก 5 ปีข้างหน้า กอง ARK สามารถทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้เช่น 5 ปีที่ผ่านมา ก็ถือว่าไม่เลว...และนั่นอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทางแคธีเองก็อยากให้นักลงทุนมองด้วยเช่นกัน จึงไม่น่าแปลกใจว่า...ตลอดทางที่ราคากอง ARK ร่วงลงมานั้น เธอมองเป็นโอกาสลงทุนมากกว่าที่จะไปขาย (เป็นมุมมองส่วนตัวของเธอ...และไม่ใช่นักลงทุนทุกคนจะเห็นด้วยนะ)
“ทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น เป็นปัจจัยหลักที่กระทบต่อหุ้นเติบโตสูง (Growth Stock) ในช่วงที่ผ่านมา เพราะการประเมินมูลค่าเมื่อดอกเบี้ยขึ้นจะกระทบราคาเป้าหมายในเชิงลบพอสมควร แต่มุมมองของตลาดโดยรวมยังเห็นตรงกันว่าธีมเทคโนโลยีเป็น Megatrend และเมื่อดอกเบี้ยขึ้นมาชัดเจนระดับหนึ่ง ผลกระทบเชิงลบที่เคยมีจะเบาบางลงและถึงตรงนั้น อาจเป็นจังหวะในการกลับเข้ามาลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ได้ใหม่ โดยเห็นตรงกันว่าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี2022 นั่นเอง”

“หุ้นจีน” ดิ่ง...หวั่น “สหรัฐ” คว่ำบาตรตามรอยรัสเซีย- “COVID-19” กลับมาระบาดใหม่
อีกตลาดที่ทำนักลงทุนหลายคนผิดหวังกันนั่นก็คือ “หุ้นจีน” ที่แม้ราคาจะถูกแต่ก็ยังไม่ไปไหน เข้าปีเสือมาถือเป็นหนึ่งในตลาดที่นักลงทุนทั่วโลกมองว่าน่าจะกลับมาเป็นปีที่ดีของหุ้นจีนกัน แต่เหมือนเจอ “วิกฤติ...ในวิกฤติ” ในขณะที่การควบคุมของภาครัฐและดอกเบี้ยขาขึ้นกระทบ “หุ้นจีน” โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีไปก่อนหน้า
ซึ่งดูเหมือนว่า...กำลังจะคลี่คลายไปได้ด้วยดี “สงครามยูเครน-รัสเซีย” ที่ระเบิดขึ้นและท่าทีที่แข็งกร้าวของสหรัฐที่ออกมาประกาศแล้วว่า...ถ้าจีนช่วยรัสเซียก็อาจจะเจอคว่ำบาตรเหมือนที่รัสเซียเจอได้เช่นกัน
“และล่าสุดการกลับมาระบาดของ COVID-19 ในจีนและฮ่องกงอีกครั้ง จนทำให้จีน ‘ปิดเมืองเสิ่นเจิ้น’ซึ่งมีสัดส่วนในเศรษฐกิจจีนประมาณ 11% นั้นก็ทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลเพราะหากขยายไปปิดเมืองอื่นๆ ด้วยก็คงไม่ใช่เรื่องเล็กแน่ๆ แม้รัฐบาลจีนเองออกมาประเมินการเติบโตเศรษฐกิจในปีนี้ไว้ที่ระดับ 5.5% ก็ตาม”
ส่วนการที่สหรัฐจะถอดหุ้นจีนออกจากตลาดหุ้นสหรัฐนั้น ประเด็นนี้ “ไม่ใช่เรื่องใหม่” แต่ประการใด ผลกระทบที่ตลาดประเมินไว้ไม่มากเพราะหุ้นจีนในสหรัฐก็มีไม่มากและกระบวนการถอดถอนต้องใช้เวลา หากบริษัทจีนไม่สามารถทำตามเกณฑ์ของสหรัฐได้ (ถ้าทำได้ก็อยู่ต่อได้) หลายบริษัทจึงมีแพลนจะกลับมาเทรดในตลาดหุ้นจีนในฮ่องกงแทน ซึ่งประเด็นนี้ถือว่าไม่ใหม่และตลาดรับรู้กันไปมากแล้ว
อย่างไรก็ตาม...เมื่อมาผสมปนเปพร้อมๆ กันก็กดเอา “หุ้นจีน” แดงเดือดรูดลงไปตามระเบียบ ทั้งดัชนี “CSI300” เป็นดัชนีตัวแทนของบริษัทจดทะเบียนในจีนแผ่นดินใหญ่ (A-Shares) 300 อันดับแรก ที่ซื้อขายในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้น ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 14 มี.ค. 22) ลบไปแล้ว -15.11% และ 1 ปี -17.09%
“ส่วนดัชนี HSCEI ดัชนีของกลุ่มบริษัทที่ทำธุรกิจในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (H-Shares) นั้นอาการหนักกว่า ตั้งแต่ต้นปีติดลบ -19.94% และ 1 ปี -41.17% จึงไม่น่าแปลกใจว่าคำแนะนำการลงทุนหุ้นจีนในปีนี้ส่วนใหญ่จึงพุ่งเป้าไปที่ตลาด A-Share เป็นสำคัญ ส่วนใครที่ลงทุนอยู่ก็คงต้องมองภาพระยะยาวเช่นเดียวกัน เพราะความไม่แน่นอนในระยะสั้นยังคงมีอยู่สูง โดยเฉพาะพัฒนาการที่จีนไปเกี่ยวข้องกับสงครามยูเครน-รัสเซียนั่นเอง”
ใครที่ลงทุนใน “จักรวาลกอง ARK” และ “หุ้นจีน” อยู่ ตอนนี้พอร์ตคงแดงเดือดไม่น่าดูสักเท่าไร ใครที่ลงทุนอยู่ก็คงต้องมองภาพในระยะยาวเป็นสำคัญ เพราะทั้ง 2 ธีมนี้ในมุมมองของนักลงทุนสถาบันทั่วโลกส่วนใหญ่ยังเป็นเชิงบวก เพียงแต่ในระยะสั้นยังมีวิบากที่ต้องเผชิญอยู่ก็เท่านั้นเอง
