ชู “Megatrend” แบบยั่งยืนในทุกสินทรัพย์...ฝ่า ‘วิกฤติสงครามยูเครน-รัสเซีย’ !!!
Fund Manager View: สงครามยูเครน-รัสเซียอาจจะเป็นปัจจัยลบที่เข้ามากระทบบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้นในปัจจุบัน
แต่ “ปัญหาโลกร้อน” ที่ทำให้ทั่วโลกตื่นจากฝันขึ้นมาให้ ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ถือว่าเป็นปัญหาระยะยาวที่เป็นเป้าหมายหลักที่โลกกำลังมุ่งไป
นั่นจึงทำให้ “การลงทุนแบบยั่งยืน (Sustainability Investment)” ก้าวมาสู่กระแสหลักในโลกการลงทุนเป็น Megatrend อย่างเต็มตัวและแทรกซึมไปในทุกๆ ธีมการลงทุนเลยทีเดียว
จังหวะที่ตลาดโลกปรับตัวลงจากความกังวลเรื่องสงคราม จึงเป็นแต้มต่อที่ดีเป็นจังหวะในการเข้าลงทุนเพื่อหวังผลระยะยาว วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจมาอัพเดทกันเช่นเคย
“Megatrend” แบบยั่งยืนในทุกสินทรัพย์...ตอบโจทย์การลงทุนระยะยาว
โดย “รัชดา ตั้งหะรัฐ” กรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) มองว่า นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในหลายประเทศจะดูคลี่คลายลง การกระจายวัคซีนเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง ตัวเลขสำคัญต่างๆ ที่บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงขึ้น รวมถึงอัตราการจ้างงานที่เริ่มจะกลับมาสู่ระดับปกติ โดยเฉพาะ “ธนาคารกลางสหรัฐ (FED)” มีแนวทางการดำเนินนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น มีการปรับลดวงเงินการเข้าซื้อพันธบัตร และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยกดดันส่งผลกระทบทำให้ราคาสินทรัพย์มีการปรับตัวลดลง ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตร หุ้น น้ำมัน และทองคำ

(รัชดา ตั้งหะรัฐ)
“อย่างไรก็ตาม ทางบลจ.ยูโอบี ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในระยะยาว โดยตัวเลขบ่งชี้การขยายตัวของเศรษฐกิจ เริ่มกลับมาโตได้ รวมถึงตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจ จาก IMF โดยมองว่า ในปี 2022 และ 2023 การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ยังคงขยายตัวได้ประมาณ 4.0-4.5% และด้วยสถานการณ์ดังกล่าวเรายังคงเน้นแนะนำให้นักลงทุนมีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภทเพื่อบริหารความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ตการลงทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมรวมไปถึงการเลือกลงทุนภายใต้ธีมที่เป็นกระแสหลักของโลก (Mega Trend) ที่ไม่อ้างอิงกับบริษัทใดหรือเศรษฐกิจของประเทศใดประเทศหนึ่ง เช่น ธีมพลังงานสะอาด ธีมสุขภาพและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร จะเป็นกระแสหลักที่เข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง”
“พลังงานทางเลือก”...โดดเด่นสุดในกลุ่มการลงทุนแบบยั่งยืน
เช่นเดียวกับ “สุเมธา ลิ่วเฉลิมวงศ์” กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่สายงานการลงทุน บลจ.คิง ไว (เอเชีย) (KWI) ที่มองว่า ในบรรดาการลงทุนที่มีกลยุทธ์การลงทุนอย่างยั่งยืนนั้น KWI เห็นว่าการลงทุนในกลุ่ม “Smart Energy” มีโอกาสเติบโตอย่างมากจากวิกฤติภาวะโลกร้อน ที่ทำให้ทั่วโลกร่วมมือกันและมีการลงทุนรวมกันกว่าปีละ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่จะเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยใช้นวัตกรรมอัจฉริยะทางเทคโนโลยีในการสร้าง Smart Energy ประกอบกับสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน จะส่งผลทำให้ยุโรปและอีกหลายประเทศลดการพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิงจากรัสเซียและหันมาเร่งการลงทุนใน Smart Energy และพลังงานทางเลือกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้การลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าวมีความน่าสนใจในเวลานี้และในอนาคต

(สุเมธา ลิ่วเฉลิมวงศ์)
“โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจนั้น กระจายใน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ การผลิตพลังงานทดแทน (Renewable Energies) การกระจายพลังงาน (Energy Distribution) การบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management) และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency) ที่จะนำไปสู่การสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อโลกสะอาดในอนาคต”
จังหวะ “ตลาดย่อ” เพราะความกังวลในเรื่องของ “สงครามยูเครน-รัสเซีย” นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนระยะยาว ในการหาจังหวะทยอยเข้าลงทุนในหุ้นธีมยั่งยืนใน Megatrend ทั้งหลายเป็นอย่างดี แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าใน “Fund Manager View” ครับ
