บลจ.ส่งสัญญาณดักเก็บ “หุ้นเติบโต-หุ้นเทคฯ-หุ้นเวียดนาม”...มั่นใจศักยภาพแข่งขันระยะยาวยังดี !!!
Fund Manager View: จะพามาเปิดมุมมอง “หุ้นเติบโต (Growth)” ที่ในช่วงต้นปีเสือมาดูหมองลงไปพอสมควร หลังกระแสการโยกเงินเข้าสู่ “หุ้นคุณค่า (Value)” ช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นรับตลาดผันผวน
เล่นเอาหุ้นกลุ่มนี้ถูกลืมไปและนักลงทุนเองก็ไม่ค่อยอยากจะพูดถึงเพราะหลายคนยังเจ็บตัวกันอยู่พอสมควร
แต่ในระยะยาวแล้ว ธีม “หุ้นเติบโต” ทั้งในกลุ่มธีม “หุ้นเทคฯ” หรือรายประเทศอย่าง “หุ้นเวียดนาม” พื้นฐานถือว่ายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแต่ประการใด และเชื่อว่าเมื่อดอกเบี้ยขยับขึ้นจนมี “ความชัดเจน” โอกาสการลงทุนจะกลับมาอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลังนี้
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงกองทุนรวมมาฝากกันเช่นเคย
“หุ้นเติบโตสูง” & “หุ้นกลุ่มเทคฯ” ศักยภาพการแข่งขันสูง-กำไรโตโดดเด่น...แนวโน้มยังดีในระยะยาว
ความผันผวนของตลาดหุ้นปีนี้เป็นโอกาสทยอยเข้าลงทุนระยะยาวแบบ Selective โดย “พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ บอกว่า หากมองในเชิงของปัจจัยพื้นฐาน “หุ้นในกลุ่มเติบโต” และ “กลุ่มเทคโนโลยี” ยังมีศักยภาพในการเติบโต และยังได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ ที่ผ่านมา ‘หุ้นเติบโตและกลุ่มเทคโนโลยี’ ได้รับแรงกดดันจากการติดตามทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐประกอบกับบรรยากาศการลงทุนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างยูเครนและรัสเซีย อย่างไรก็ดี “หุ้นเติบโตสูง (Growth)” ยังมีความน่าสนใจ

(พจน์ หะริณสุต)
“โดยมองว่าหุ้นในกลุ่มนี้ยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่รัฐบาลจีนมีแผนที่จะใช้มาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตปีนี้ที่กำหนดไว้ราว 5.5% และจะมีมาตรการที่หนุนตลาดทุนในหลากหลายมิติ อาทิ สนับสนุนหากบริษัทจีนต้องการจดทะเบียนในสหรัฐฯ มาตรการด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดของกลุ่มเทคโนโลยีควรจะจบสิ้นเร็วๆ นี้ สนับสนุนให้กองทุนในจีนถือ ‘หุ้นจีน’ เพิ่มในระยะยาว และเสริมมาตรการพยุงและรักษาเสถียรภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์”
นอกจากหุ้นในกลุ่มเติบโตและกลุ่มเทคโนโลยีที่สามารถกลับเข้าทยอยลงทุนบางส่วนได้แล้วนั้น ภาพระยะยาว หุ้นกลุ่ม “New Economy” ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตของกำไรได้อย่างต่อเนื่องและโดดเด่นจากศักยภาพในการแข่งขันและธุรกิจที่ตอบโจทย์กับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ อาทิ Robots, Artificial Intelligence, Drones, Blockchain, Virtual reality, 3D Printing รวมถึง Biotech และ Health-tech เป็นต้น ได้เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการต่างๆ และลดต้นทุนในการทำธุรกิจในภาพรวม ซึ่งมีการเติบโตอย่างโดดเด่นและมีการระบาดของ COVID-19 เป็นตัวเร่งการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้
“บริษัทมองว่าหุ้นในกลุ่มเหล่านี้มีความสามารถในการสร้างรายได้ (Organic growth) และมีศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจสูง แตกต่างจากภาพเศรษฐกิจที่กลับสู่ภาวะปกติในระยะข้างหน้า จึงเป็นธีมที่ยังน่าสนใจและตอบโจทย์ในระยะยาวได้เป็นอย่างดี”
“หุ้นเวียดนาม” ไม่แพง-กำไรโตสูงกว่า 20%...แนวโน้มโตตามศก.
ด้าน “ศุภกร ตุลยธัญ” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.พรินซิเพิล มองว่า ในสภาวะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวนสูง “ตลาดหุ้นเวียดนาม” เป็นหนึ่งในตลาดที่มีความน่าสนใจต่อการลงทุน ด้วยศักยภาพของเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดย IMF ได้คาดการณ์ว่าในปี2022 เศรษฐกิจของเวียดนามจะกลับมาเติบโตได้ที่ระดับ 6.63% สูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนามได้แก่ การเคลื่อนย้ายฐานการผลิตของบริษัทต่างชาติ และแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของประชากรชนชั้นกลางซึ่งสะท้อนออกมายังการบริโภคภายในประเทศที่เร่งตัวขึ้นในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม

(ศุภกร ตุลยธัญ)
“โดยปัจจุบันเวียดนามถือเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่ที่มีสัดส่วนเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ต่อ GDP สูงกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย เป็นต้น ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตจากสิทธิประโยชน์ทางการค้าระหว่างประเทศที่เวียดนามมีอยู่ เช่น CPTPP, RCEP และ EVFTA ที่ทำให้เวียดนามมีความน่าสนใจมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านในมุมมองของนักลงทุนต่างชาติ อีกทั้งยังได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่มูลค่ากว่า 3.5 แสนล้านดอง หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งครอบคลุมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และการปรับลดภาษีมูลค่าเพิ่ม”
นอกจากนี้ “ธนาคารกลางเวียดนาม” ยังมีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 4% ตลอดทั้งปีนี้ นอกเหนือจากนั้นประเทศเวียดนามได้ประกาศยกเลิกยกเลิกการใช้มาตรการกักตัวผู้เดินทางจากต่างประเทศเพียงแค่แสดงผลตรวจเชื้อไวรัส COVID-19 เป็นลบ โดยคาดว่าภาคท่องเที่ยวที่มีการทำรายได้ประมาณปีละ 32,000 ล้านดอลลาร์ก่อนหน้าการระบาด จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศเวียดนาม
“ในส่วนของ ‘ตลาดหุ้นเวียดนาม’ มองว่ายังคงมีความน่าสนใจอยู่มาก เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นประเทศกำลังพัฒนาอื่น ในช่วงปี 2020-2021 ที่ผ่านมาตลาดหุ้นเวียดนามสามารถปรับตัวขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญจากเม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนรายย่อย และคาดว่าเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติจะกลับมาให้ความสนใจกับตลาดเวียดนามเนื่องจากเป็นเศรษฐกิจที่มีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตที่โดดเด่น ซึ่งหากได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากเม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติก็จะยิ่งทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามมีแนวโน้มที่ดี ในปัจจุบันตลาดหุ้นเวียดนามมีระดับ valuation ที่ไม่แพงและมีอัตราการเติบโตของกำไรที่โดดเด่น โดยจากการประเมิน valuation แบบ Forward P/E อยู่ที่ประมาณ 14 เท่า และ EPS Growth หรืออัตรากำไรต่อหุ้นในปี 2022 ในระดับมากกว่า 20% จึงทำให้หุ้นเวียดนามมีความน่าสนใจอย่างมากในการลงทุน”
สำหรับใครที่มั่นใจใน Story ของ “หุ้นเติบโตสูง” เชื่อเหลือเกินว่าทั้งธีม ‘หุ้นเทคฯ’ และ ‘หุ้นเวียดนาม’ ยังคงเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่อยู่ในแผนที่การลงทุนของนักลงทุนทั่วโลกอยู่นั่นเอง เพียงรอจังหวะให้ฝุ่นหายตลบจากดอกเบี้ยขาขึ้นเท่านั้น ความผันผวนในระยะสั้นในมุมกลับก็เป็นจังหวะดีในการทยอยลงทุนที่น่าสนใจเลยทีเดียว
