เงินทุนหนี “หุ้นมหาอำนาจ” หลบความผันผวน...ไหลเข้า “หุ้นอาเซียน” หลบภัย !!!

Fun of-Funds: เรดาร์การลงทุนในช่วงที่ผ่านมาของนักลงทุนหลายๆ คน อาจจะไม่ได้นึกถึง “ตลาดหุ้นอาเซียน” เลย ด้วยความน่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอย่างสหรัฐฯ ยุโรป และจีน ที่มีความเคลื่อนไหวอย่างโดดเด่น


ขณะที่กลุ่มประเทศอาเซียน ยังคงเจอแรงกดดันจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จึงทำให้ภาพของเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ช้ากว่าประเทศอื่นๆ


แต่ในปัจจุบันด้วยสถานการณ์ที่ตลาด “หุ้นมหาอำนาจ” ทั้ง 3 จะต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันทั้งจากภายในและภายนอกนั้น จะถึงเวลาของตลาดหุ้นอาเซียนได้หรือไม่นั้น


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จะพาผู้อ่านและนักลงทุนมาพบกับมุมมองการลงทุนใน “ตลาดอาเซียน” ที่จะมาฉายภาพของตลาดในระยะข้างหน้าว่าจะมีความน่าสนใจเช่นไร




“หุ้นอาเซียน” หลุมหลบภัย...ในช่วงตลาดหลักโลกผันผวน

“หุ้นอาเซียน” เป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่นักลงทุนต่างชาติเองมีการจัดสรรเงินเข้ามาลงทุนเป็นระยะๆ ถือว่าเป็นตลาดที่มีความหลากหลายเช่นเดียวกัน เต็มไปด้วยโอกาส ปัจจุบันมีบลจ.ที่จัดตั้ง “กองหุ้นอาเซียน” เป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนอยู่ทั้งหมด 8 กองทุนด้วยกัน ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงปัจจุบันให้ผลตอบแทนเฉลี่ยตั้งแต่ติดลบ -8.14% ไปจนถึง +4.68%


โดย “ดร.สมชัย อมรธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน และลูกค้าสัมพันธ์ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองว่า “ตลาดหุ้นอาเซียน” เป็นตลาดหุ้นที่น่าสนใจและมีความปลอดภัยที่สุดในปีนี้ เนื่องจาก “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” ยังคงเจอแรงกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้อและนโยบายการเงินอย่างอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นไปตลอดทั้งปี



(ดร.สมชัย อมรธรรม)



“ขณะที่ ‘ตลาดหุ้นยุโรป’ ก็ยังมีปัจจัยอย่างสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงยืดเยื้อทำให้เกิดความสูญเสียทั้งทรัพยากรและบุคลากรไปไม่น้อย ซึ่งระยะเวลาที่จะสิ้นสุดลงและข้อสรุปของทางรัสเซียกับยูเครนเองก็คงไม่มีความชัดเจนในปัจจุบันจึงทำให้ในระหว่างปีตลาดอาจเกิดการผันผวนได้ตลอดเวลา”


ส่วน “ตลาดหุ้นจีน” ก็ยังคงบอบช้ำจากปัจจัยของนโยบายความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน (Common Prosperity) ถึงแม้ว่าจะมีการฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังมีปัจจัยเรื่องการล็อกดาวน์พื้นที่ในบางพื้นที่ซึ่งอาจจะมีกระทบสั้นๆ ต่อภาพรวมเศรษฐกิจได้ รวมไปถึงการถอดถอนหุ้นจีนที่จดทะเบียนบางบริษัทในตลาดหุ้นสหรัฐฯซึ่งอาจจะไม่มีผลกระทบมากนักในระยะสั้น


“จึงทำให้ตลาดที่เป็นโซนปลอดภัยจริงๆ ก็จะอยู่ในบริเวณ ‘อาเซียน’ ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม ซึ่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมาเริ่มมีเม็ดเงินไหลเข้ายังตลาดหุ้นในกลุ่มดังกล่าวและช่วยดันให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”



“กำไรบจ.หุ้นอาเซียน” ยังโตดี...ในขณะที่ “ไทย-ฟิลิปปินส์” ได้รับผลกระทบเชิงลบจาก
‘น้ำมันแพง’

แต่หลังจากเกิดปัญหาด้านราคาพลังงานที่น้ำมันดิบได้ปรับตัวสูงขึ้น ก็ทำให้ตลาดหุ้นบางประเทศอย่าง “ไทย”, “ฟิลิปปินส์” ที่มีการนำเข้าน้ำมันในปริมาณที่ค่อนข้างสูงต้องเสียประโยชน์ ซึ่งทำให้นักลงทุนสลับไปลงทุนในบางประเทศที่ได้รับประโยชน์อย่าง “สิงคโปร์” และ “อินโดนีเซีย” แทน


“ซึ่งในแง่ปัจจัยพื้นฐานโดยรวมของตลาดยังอยู่ในช่วงการฟื้นตัวแต่ยังคงตามหลังตลาดหุ้นอื่นๆ โดยการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในปีนี้หลายๆ ตลาดในกลุ่มอาเซียนก็สามารถเติบโตได้ถึง 20% จึงเป็นจุดที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับมูลค่าหุ้นที่ยังคงไม่แพง”


ฉะนั้นนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นที่ปลอดภัย “อาเซียน” จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจด้วยจำนวนประเทศที่มีอยู่หลากหลายจะช่วยให้ปิดความเสี่ยงได้ในยามที่เกิดปัจจัยกดดันใหม่เข้ามากดดันตลาดหุ้นบางประเทศ หรือเป็นตัวช่วยสร้างการเติบโตให้แก่พอร์ตลงทุนเพราะตลาดหุ้นไทยกับสิงคโปร์การเติบโตไม่หวือหวามากนัก ก็อาจจะต้องให้ “ตลาดหุ้นเวียดนาม” มาสร้างความสมดุล


“ตลาดหุ้นอาเซียน เป็นอีกหนึ่งตลาดที่ทาง ‘Wealthy Thai’ เกาะติดมาเป็นระยะๆ แม้ช่วงที่ผ่านมาเป็นตลาดที่ดูเงียบและถูกลืมๆ ไปสักพัก แต่ก็คงต้องยอมรับว่าภายใต้ที่ตลาดหุ้นของประเทศมหาอำนาจเผชิญกับปัจจัยกดดันต่างๆ มากมาย นักลงทุนก็จำเป็นที่จะต้องหาตลาดปลอดภัยมาเป็นตัวช่วยในยามนี้ ซึ่ง ‘ตลาดหุ้นอาเซียน’ ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวนัก”

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Fun of Funds
“UGFT” กระจายลงทุนทั่วโลก… ตอบโจทย์ “การสร้างความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ อีก 16 ชั่วโมง
Where to put your money
“การตึ๊ง” เป็นศิลปะ... ในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของ “ผู้ที่มีรายได้น้อย” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
“การลงทุน” เพื่อรับมือกับ “Climate Risk”… คือ “การลงทุนเพื่อปกป้องมูลค่าของธุรกิจ” !!!
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“บลจ.” 1H26 “สุดปัง” กำไรพุ่ง +30.83%... “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” แชมป์กำไรโตสุด +1,150.34% “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ขาดทุนเพิ่มมากสุด -368.01% “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์กำไรมากสุด 1.8 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us