5 “กอง SSF” ผลงานเด่นไตรมาส1/65...โชว์ผลตอบแทน 3.81 – 8.41% !!!
Fun of Funds: นับเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี ที่ “กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF)” หรือที่นักลงทุนเรียกกันว่ากองทุนลดหย่อนภาษีบุคคล ถูกจัดตั้งขึ้นมาแทน “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)”
ซึ่งในแง่การตอบรับจากนักลงทุนก็ยังคงไม่ได้รับความน่าสนใจมากนักเท่ากับ ‘กองทุน LTF’ ในอดีต อาจเพราะระยะเวลาการลงทุนที่ยาวนานถึง 10 ปี เป็นสำคัญ โดยในปี64 มีเงินไหลเข้ากอง SSF ราว 1.5 หมื่นล้านบาท
แต่ในด้านของผลการดำเนินงานก็ไม่ได้ด้อยไม่กว่ากองทุนอื่นๆ เพื่อให้เท่าทันกับสถานการณ์ทาง ‘Wealthy Thai’ ก็ได้รวบรวมข้อมูลของผลการดำเนินงานของ ‘กอง SSF’ ในไตรมาส1/65 มาให้ผู้อ่านได้ติดตามกัน
“TISCOWB-SSF” แชมป์กลุ่ม ‘กอง SSF’ ไตรมาสที่1/65...โชว์ผลตอบแทน 8.41%
โดยจากจำนวนกอง SSF ในอุตสาหกรรมที่มีมากกว่า 198 กอง มีนโยบายลงทุนครอบคลุมในทุกสินทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ เราได้ทำการหยิบยกกองทุน 5 อันดับแรกที่มีความโดดเด่นในช่วงไตรมาสที่1/65 มาเสนอกันว่าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร
ซึ่งกองทุนที่ทำผลการดำเนินงานสูงสุดในกลุ่มมีชื่อว่า “กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นไทย Well-being ชนิดหน่วยลงทุนเพื่อการออม (TISCOWB-SSF)” ด้วยการบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด’ ทำผลตอบแทนได้ 8.41%
“ภายใต้นโยบายการลงทุนจะเกี่ยวกับในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET Well-being โดยจะประกอบไปด้วยกลุ่มหลักทรัพย์ 30 หลักทรัพย์ใน 7 หมวดธุรกิจที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันและเป็นธุรกิจที่ผู้ลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ ซึ่งการเติบโตของธุรกิจเหล่านี้มีผลต่อการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) นำมาสู่การสร้างรายได้แก่คนในประเทศ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทย”

อันดับต่อมาเป็น “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลด์ THB เฮดจ์ ชนิดเพื่อการออม (SCBGOLDH-SSF)” ที่บริหารจัดการโดย ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด’ ทำผลตอบแทนได้ 6.72%
“กองทุนมีนโยบายสร้างผลตอบแทนตามความเคลื่อนไหวของราคาทองคำแท่งที่เปิดเผยไว้อย่างแพร่หลาย โดยหน่วยงานซึ่งเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมผู้ค้าทองคำในประเทศไทยหรือในระดับสากล รวมถึงสร้างผลตอบแทนโดยอ้อมผ่านการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีทีเอฟทองคำต่างประเทศ คือ ‘SPDR Gold Trust’ โดยกองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในสกุลเงินต่างประเทศที่กองทุนถืออยู่เทียบกับสกุลเงินบาท”
ถัดมาเป็น “กองทุนเปิดเคเคพี แอ็กทิฟ อิควิตี้ ชนิดเพื่อการออม (KKP ACT EQ-SSF)” ที่บริหารจัดการโดย ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด’ ทำผลตอบแทนได้ 4.48%
“กองทุนมาพร้อมกับนโยบายลงทุนในหุ้นบริษัทจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี และมีแนวโน้มการเจริญเติบโตสูงในระยะปานกลางถึงระยะยาว โดยมีกลยุทธ์การลงทุนแบบเชิงรุก (Active Management)”
มาต่อกันที่อันดับก่อนสุดท้ายอย่าง “กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ตราสารทุน เพื่อการออม (UOBEQ-SSF)” ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย)’ ทำผลตอบแทนได้ 4.23%
“ด้วยนโยบายการลงทุนครอบคลุมตั้งแต่หุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และยังครอบคลุมไปถึงการลงทุนอย่างกอง ETF กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่จะนิยามใหม่ในอนาคต”
สุดท้ายเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่อยู่ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด’ ในชื่อว่า “กองทุนเปิดเคเคพี SET50 ESG ชนิดเพื่อการออมพิเศษ (KKP SET50 ESG-SSFX)” ทำผลตอบแทนได้ 3.81%
ที่ตัวนโยบายจะแตกต่างออกไปจาก KKP ACT EQ-SSF ถึงแม้จะลงทุนในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่จะคัดสรรหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET 50 โดยจะคัดเลือกหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทจัดการกำหนด เช่น หลักเกณฑ์ด้านปัจจัยพื้นฐาน และ/หรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการนโยบายและหรือ การดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
“ก็จบไปแล้วกับ 5 อันดับ ‘กองSSF’ ที่ผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดในกลุ่มช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ซึ่งกองทุนส่วนใหญ่จะเป็นแทนจากหุ้นไทยที่สามารถแซงหุ้นต่างประเทศขึ้นมาได้ แต่อย่างไรก็ดีในอนาคตเองหน้าตาของทั้ง 5 อันดับแรกก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปได้เช่นกัน”
