“สินทรัพย์เสี่ยง” ผันผวนสูง-แนะกระจายสู่ “ตราสารหนี้”... มั่นใจกลยุทธ์ “PIMCO” สร้างผลตอบแทนที่ดีได้ !!!
Fun of Funds: การลงทุนใน “ตราสารทุน (หุ้น)” ภายใต้สถานการณ์ที่ตลาดมีความผันผวนจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการเงินที่มีความเข้มงวดมากขึ้น หรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ
จนทำให้นักลงทุนหลายต่อหลายคนเกิดความกังวลและลังเลที่จะเข้ามาแสวงหาผลตอบแทนจากการลงทุนไม่ว่าจะเป็นในสินทรัพย์ใดๆ ก็ตาม
ในขณะที่ “ดอกเบี้ยขาขึ้น” ก็ทำให้นักลงทุนหวั่นวิตกต่อการลงทุนใน “ตราสารหนี้” เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในตราสารหนี้ที่มีอายุยาว ในช่วงไตรมาสที่1/65 ที่ผ่านมา จึงเห็นเงินทุนไหลออกจากกลุ่ม “กองทุนตราสารหนี้” ที่มีอายุยาวเป็นจำนวนมากกว่า 8.5 หมื่นล้านบาท
แต่รู้หรือไม่ว่า?...แม้ในช่วง “ดอกเบี้ยขาขึ้น” อาจทำตลาดตราสารหนี้ผันผวนได้ก็จริง แต่ด้วย “กลยุทธ์ที่ดี” ก็ยังสามารถลงทุนได้เช่นกัน
วันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสนี้ในการนำเสนอเกี่ยวกับมุมมองการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง “ตราสารหนี้” มาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ
“PIMCO” รับห่วงศก.โลกเผชิญ “Stagflation”…ศก.ชะลอตัว+เงินเฟ้อสูง
โดย “เอสเตบาน เบอบาโน่” Executive Vice President, Fixed Income Strategist, PIMCO ได้ให้มุมมองว่า ในช่วง 6-12 เดือนนับจาก คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกอยู่ที่ 3.0% แต่ก็ยังมีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจโลกรวมทั้งธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ที่อาจต้องเผชิญกับภาวะ “Stagflation” จากปัจจัยหลัก 4 ส่วน
ประกอบไปด้วย 1) ระดับราคาพลังงานและอาหารที่ปรับสูงขึ้น 2) ปัญหาห่วงโซ่อุปทานเกิดสภาวะชะงักงัน (Supply Chain Disruption) 3) ภาวะทางการเงินและสภาพคล่องที่ตึงตัวขึ้น 4) ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ลดลง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงในขณะที่เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่สูง

(มร.เอสเตบาน เบอบาโน่)
“ทั้งนี้ PIMCO เชื่อว่า ‘อัตราเงินเฟ้อ’ จะคงอยู่ในปีนี้ในระดับที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนเกิดสงคราม โดยส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ทั่วภูมิภาคยุโรป โดยปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อปี65 มาอยู่ที่ 5% และมีความเสี่ยงที่เร่งตัวขึ้นได้หากสงครามรัสเซียและยูเครน ยืดเยื้อยาวนาน”
รวมถึงการเพิ่มความเข้มข้นขึ้นของมาตรการ Sanction ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ส่งสัญญาณที่จะลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่ง PIMCO มองว่าเป็นการป้องกันผลกระทบรอบที่สองของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่สูงขึ้นและการคาดการณ์เงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นอยู่แล้ว ส่งผลให้เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะถดถอยของเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
แนะหลบความผันผวนสินทรัพย์เสี่ยง...กระจายสู่ “ตราสารหนี้”
ด้าน “อรพรรณ ตัณฑประศาสน์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุน บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด ได้มีมุมมองต่อสถานการณ์ตลาดนับจากต้นปีนี้เผชิญความผันผวนมากและยังมีปัจจัยความไม่แน่นอนอยู่ บลจ.ยูโอบี มองว่าเศรษฐกิจจะยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่องจากการผ่านพ้นช่วงการระบาดใหญ่ของ COVID-19
และหลายประเทศสามารถบริหารจัดการควบคุมการระบาดได้ดีและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ความต้องการสินค้าบริการที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการตึงตัวขึ้นของตลาดแรงงานส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตามมีความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับมุมมองของทาง PIMCO ในมุมของการลงทุน

(อรพรรณ ตัณฑประศาสน์)
“นักลงทุนควรกระจายการลงทุนออกจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงและมีความเกี่ยวเนื่องโดยตรงจากสงคราม และกระจายเงินลงทุนบางส่วนใน ‘ตราสารหนี้’ หรือสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นได้”
ชู 2 กองทุนเด่น “UGIS-A” และ “UGIS-N”...คว้าโอกาสสร้างผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้
ทางบริษัทก็ได้มีกองทุนมาแนะนำให้เข้ากับสถานการณ์ โดยเป็น “กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินคัม สตราทีจิค บอนด์ ฟันด์ หน่วยลงทุนชนิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (UGIS-A)” และ “กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินคัม สตราทีจิค บอนด์ ฟันด์ หน่วยลงทุนชนิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนแบบปกติ (UGIS-N)” เน้นลงทุนผ่านกองทุนหลัก คือ กองทุน ‘PIMCO GIS Income Fund (Class I)’ กองทุนหลัก
“ที่จะบริหารจัดการโดย ‘PIMCO Global Advisors (Ireland) Limited’ ผู้เชี่ยวชาญจัดการลงทุนระดับโลก กองทุนหลักมีเป้าหมายสร้างกระแสรายได้ในระดับสูงโดยการบริหารการลงทุนอย่างรอบคอบ โดยเน้นการบริหารลงทุนเชิงรุก มีความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ตการลงทุน มีการกระจายไปยังตราสารหนี้ทั่วโลกที่หลากหลาย”
เอสเตบาน เบอบาโน่ ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงกลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุนของกองทุนหลัก โดยเน้นรักษาแนวทางที่สมดุลด้วยการกระจายความเสี่ยงและสภาพคล่องที่เพียงพอ ด้วยกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่น พอร์ตการลงทุนยังคงวางไว้แบบตั้งรับ (Defensive) ต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย นั่นคือ Duration ยังคงอยู่ในระดับต่ำและปัจจุบันค่อยๆ ทยอยปรับ Duration ขึ้นเล็กน้อย ผ่านการลงทุนใน Inflation Protected Bond เพื่อลดทอนความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้กองทุนมีการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้หลากหลายประเภท รวมถึง ตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัย เป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) ด้วย
“PIMCO มองว่าเป็นการลงทุนที่น่าจะสร้างผลตอบแทนได้ดี โดยปัจจัยพื้นฐานของตลาดบ้านในสหรัฐฯยังคงแข็งแกร่ง และตราสารประเภทนี้จะได้รับประโยชน์จากราคาบ้านที่ปรับสูงขึ้น ทำให้มูลค่าของตราสารเพิ่มขึ้น (จาก Loan to Value Ratio ที่อยู่ในระดับต่ำ)”

มั่นใจฝีมือ “PIMCO”...กองทุนหลักมีอายุเฉลี่ยตราสารหนี้สั้น 2.55 ปี-แต่ยังมีผลตอบแทนเฉลี่ย 6.45%
อรพรรณ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุนในกองทุน UGIS-A หรือ UGIS-N เหมาะสมกับภาวะการลงทุนในปัจจุบัน สำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนมายัง “ตราสารหนี้” หรือกองทุนที่คาดหวังโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ในขณะที่ความผันผวนไม่สูงนัก
“ในส่วนของ PIMCO เอง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งใน Active Manager ที่มีประสบการณ์การบริหารกองทุนตราสารหนี้โลกมาอย่างยาวนาน สามารถบริหารกองทุนหลักในสถานการณ์ที่ตลาดมีความผันผวนอย่างมากหรือมี Market Shock เกิดขึ้น มักจะมีโอกาสการลงทุนสำหรับ Active Manager อย่าง PIMCO เสมอ”
ซึ่งเห็นได้จากผลการดำเนินงานของกองทุนหลักสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้ และพอร์ตการลงทุนในปัจจุบันเองยังมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะสามารถปรับพอร์ตการลงทุนได้อย่าง Dynamic นอกจากนี้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย Yield to Maturity ของกองทุนหลัก ที่ 6.45% และ Duration ที่ 2.55 ปี สะท้อนถึงผลตอบแทนที่น่าสนใจ และพอร์ตที่พร้อมรับกับความผันผวนจากอัตราดอกเบี้ยที่อาจเกิดขึ้นได้จากนี้
“ในช่วงที่ตลาดทุนมีความผันผวนจนนักลงทุนหลายต่อหลายคนจับจังหวะลงทุนได้ยาก การรับมือกับภาวะตลาดเช่นนี้การให้น้ำหนักการลงทุนใน ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ ก็เป็นตัวเลือกที่ดีในการพักเงินหรือเป็นหลุมหลบภัยที่ดีเช่นกัน”
