“KT-PIF-A”…สมดุลการเติบโตที่ลงตัวของ “กองอสังหาฯ” ทั้งใน-ตปท. !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns)’ ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้จะมาแนะนำกองทุนในกลุ่ม “Fund of Property Fund - Thai and Foreign” ที่เน้นลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ทั้งไทยและต่างประเทศนั่นเอง
ในช่วง “วิกฤติ COVID-19” กลุ่ม ‘กองทุนอสังหาริมทรัพย์’ เองก็ได้รับผลกระทบไปไม่น้อยเช่นเดียวกัน เป็นผลพวงจากการ Lockdown ที่ส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวม และปัจจุบันก็ยังฟื้นตัวช้ากว่า “หุ้น” ด้วย
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงหยิบเอา “กองทุนรวมที่ลงทุนในกองทุนอสังหาริทรัพย์” ที่มีผลการดำเนินงานอันโดดเด่นมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนในครั้งนี้
“KT-PIF-A”...คว้าโอกาสลงทุนใน “กองอสังหาฯ” ทั้งในและตปท.
ในช่วงที่มีการ “เปิดเมือง-เปิดประเทศ” นอกจากการเดินระหว่างประเทศและในประเทศกลับมาคึกคักแล้ว ยังได้ส่งผลให้ฟันเฟืองอย่างกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาเดินได้อีกครั้ง
ซึ่งนักลงทุนหลายคนเองก็เริ่มเคลื่อนไหวโดยเข้าลงทุนในตราสารทุน (หุ้น) ที่จะได้รับอานิสงส์จากธีมการลงทุนเปิดประเทศ เพื่อเข้ามาแสวงหาผลตอบแทนจากธีมดังกล่าว
แต่อีกหนึ่งสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์และมีความน่าสนใจไม่แพ้กันอย่าง “กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์” ที่เป็นดั่ง “สินทรัพย์หลบภัย (safe-haven currency)” ก็มีแนวโน้มฟื้นตัวไล่หลังมาและมีความน่าสนใจไม่น้อยเช่นเดียวกัน

โดยกองทุนที่เราได้หยิบยกมาวันนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดกรุงไทย พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ อินฟราสตรัคเจอร์ เฟล็กซิเบิ้ล ชนิดสะสมมูลค่า (KT-PIF-A)” ที่ดูแลและบริหารจัดเงินลงทุนด้วย ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จํากัด (มหาชน)’ จนได้รับการจัดอันดับเรทติ้ง “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” (ข้อมูล ณ วันที่ 26 เม.ย. 65)
ซึ่งเป็นกองทุนรวมผสมที่จะลงทุนสินทรัพย์ในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเดียวกันที่ได้จัดตั้งขึ้นหรือจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 26 เมษายน 2565) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 2,948,317,544 บาท และมูลค่าหน่วยอยู่ที่ 12.18 บาทต่อหน่วย
“สำหรับนโยบายลงทุนของกอง KT-PIF-A จะลงทุนในหลักทรัพย์และทรัพย์สินทั้งในและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงอยู่ระหว่างการกระจายการถือหน่วยลงทุนหรือเปิดเสนอขายครั้งแรก โดยเฉลี่ยในรอบบัญชี ไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม หรือจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็เป็น ‘กองทุนรวม’ ที่ไปลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์อีกทอดหนึ่งนั่นเอง”
ปัจจุบันมีสัดส่วนการลงทุนใน “ต่างประเทศ” 45.15%
โดยสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์หรือหน่วยลงทุนของกองทุนคัดสรร 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย
-หน่วยลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ 70.82%
-เงินฝากธนาคาร 11.76%
-หน่วยลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน 11.41%
-หน่วยลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 10.71%
-ประเภทหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นตามที่สำนักงานกำหนด 2.74%
โดยมีสัดส่วนการลงทุนใน “ต่างประเทศ” อยู่ 45.15% ของ NAV

“ในแง่ของผลการดำเนินงานของกองทุน KT-PIF-A อาจจะไม่สามารถทำได้อย่างโดดเด่นเท่ากับกองทุนรวมหุ้น แต่ข้อมูลตั้งแต่จัดตั้งกองมีผลการดำเนินงานทำได้ดีอย่างมสม่ำเสมอนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 65) เฉลี่ยอยู่ที่ 3.58% ต่อปี (ดัชนีชี้วัดอยู่ที่ 4.69% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินงานที่เฉลี่ยอยู่ 10.05% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 11.02% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีตั้งแต่จัดตั้งกองเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -29.47%”
ลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’…1,000 บาท
แต่ใครที่สนใจในกองทุนดังกล่าวที่ก็สามารถลงทุนได้ง่ายๆอย่างเงื่อนไขลงทุนหรือการซื้อขั้นต่ำในการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” อยู่ที่ 1,000 บาท ในส่วนของการขายก็สามารถทำได้โดยไม่มีข้อกำหนดเช่นเดียวกันกับการขายคืน แต่ก็ยังมีเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 5 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+5)
สำหรับรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันจะสามารถทำได้ทั้งผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง สาขาธนาคารกรุงไทยและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ หรือช่องทางออนไลน์ผ่าน ผ่านระบบ Internet Trading : KTAM SMART TRADE (www.ktam.co.th)
“สินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสรายได้กลับมาให้อย่างสม่ำเสมออย่าง ‘กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์’ ถือเป็นตัวเลือกและตัวช่วยในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้เช่นกัน ในส่วนของกอง ‘ประเภทสะสมมูลค่า’ เงินปันผลที่กองทุนได้รับนั้นก็จะนำกลับไปลงทุนใหม่เพื่อต่อยอดสร้างความมั่งคั่งตอบโจทย์ในระยะยาวต่อไปให้กับผู้ลงทุนนั่นเอง”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
