“M-VI” กระจายลงทุนสินทรัพย์ทั่วโลก... ด้วยกลยุทธ์ ‘Value Investing’ !!!

กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้จะพามารู้จักกับกองทุนในกลุ่ม Foreign Investment Allocation ที่เน้นกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลก แต่กองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้มาพร้อมกับกลยุทธ์การลงทุนแบบ “เน้นคุณค่า (Value Investing)” เป็นจุดเด่นที่สำคัญ


โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวนมากขึ้น พร้อมกับตำนาน Sell in May” ที่ยังตามหลอกหลอน ก็จะมีนักลงทุนหลายคนที่จะหันมา “เพลย์เซฟ” ด้วยการกระจายเงินลงทุนไปยังหลากหลายสินทรัพย์เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ในสถานการณ์เช่นนี้


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้หยิบ “กองทุนรวมผสม” ที่น่าสนใจเพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาดทุน มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้



M-VI” กระจายลงทุนสินทรัพย์ทั่วโลกอย่างมีสไตล์…ด้วยกลยุทธ์ลงทุนแบบ ‘Value Investing’

“การกระจายการลงทุน (Asset Allocation)” ถือเป็นกลยุทธ์ที่ง่ายเพื่อลดความเสี่ยงต่อเงินต้นไม่ให้ต้องถูกลดทอนลงจากภาวะตลาดที่ผันผวน หรือสร้างความสมดุลให้แก่พอร์ตลงทุนโดยที่ไม่ต้องแกว่งตามราคาหลักทรัพย์ในยามที่ตลาดเดาทิศทางได้ยาก


โดยหนึ่งในวิธีการกระจายเม็ดเงินลงทุนที่สามารถทำได้ง่ายอีกหนึ่งทางก็คือผ่าน “กองทุนรวม” ที่นอกจากจะไม่ยุ่งยาก ใชเงินน้อย ยังมีผู้ดูแลเงินลงทุนให้โดยผู้เชี่ยวชาญการลงทุนที่ทำงานด้านนี้เต็มเวลาอีกด้วย





โดยกองทุนที่เราจะนำเสนอในครั้งนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี แวลู อินเวสติง (M-VI) ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) และด้วยการดูแลจัดการที่ดีจนผลการดำเนินงานมีความโดดเด่นก้สามารถทำให้กองทุนเป็นหนึ่งในกองทุงที่ได้เรทติ้ง “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” (ข้อมูล ณ วันที่ 7 พ.ค. 65)


ในส่วนของรายละเอียดกอง M-VI เป็นกองทุนรวมผสมที่จะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว หรือ Feeder Fund ซึ่งได้จะจดทะเบียนหรือจัดตั้งขึ้นในวันที่ 17 พฤษภาคม 2561 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 27 เมษายน 2565) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 40,741,309 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 10.97 บาทต่อหน่วย


“โดยกองทุนจะเข้าลงทุนในกองทุนหลัก ‘First Eagle Amundi International Fund’ ในชนิดหน่วยลงทุน (share class) ‘IU2-C share class USD’ ในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นกองทุนที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ UCITS ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบันในทวีปเอเชีย ณ วันที่ 31 มี.ค. 65 กองทุนลงทุนในกองทุนหลัก 97.20%


ซึ่งกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนจากการเติบโตของเงินลงทุนผ่านการกระจายการลงทุนในทุกประเภทของสินทรัพย์ ซึ่งใช้หลักการลงทุนแบบ “เน้นคุณค่า (Value) โดยจะลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในตราสารทุน ตราสารที่จ่ายผลตอบแทนเชื่อมโยงกับตราสารทุน (equity-linked instruments) และตราสารหนี้ สำหรับเงินส่วนที่เหลืออาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นที่สามารถลงทุนได้ เช่น ตราสารในตลาดเงิน หุ้นกู้แปลงสภาพ หน่วยลงทุน เงินฝาก หลักทรัพย์ที่สามารถโอนเปลี่ยนมือได้ เป็นต้น



หุ้นในพอร์ตสไตล์ “หุ้นใหญ่”...ที่ผสมผสานระหว่าง
‘หุ้นคุณค่า (Value)’ และ ‘หุ้นเติบโต (Growth)’

หุ้นในพอร์ต ‘กอง M-VI’ จะเป็น หุ้นใหญ่ ที่ผสมผสานระหว่าง หุ้นคุณค่า (Value)’ และ หุ้นเติบโต (Growth)’ เป็นสำคัญ


สำหรับสินทรัพย์ในพอร์ตกองทุนหลัก ‘First Eagle Amundi International Fund’ ณ วันที่ 31 มี.ค. 65 จะประกอบไปด้วย


-หุ้นสหรัฐ                           41.98%


-หุ้นยุโรป                            16.11%


-Gold-Related ETCs             10.58%


-หุ้นอื่นๆ                            10.28%


-หุ้นญี่ปุ่น                            8.46%


-Gold-Related Equities          4.58%


-เงินสด                              4.17%


-เทียบเท่าเงินสด                  3.84%





ในแง่ของผลการดำเนินงานของ ‘กองทุน M-VI’ อาจจะไม่สามารถทำได้อย่างโดดเด่นเท่ากับกองทุนรวมหุ้น แต่ข้อมูลตั้งแต่จัดตั้งกองมีผลการดำเนินงานทำได้ดีอย่างมสม่ำเสมอตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 65) เฉลี่ยอยู่ที่ 3.82% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 12.97% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 12.91% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 19.24% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีตั้งแต่จัดตั้งกองเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -26.67%



ลงทุนขั้นต่ำ
‘ครั้งแรก’ 10,000 บาท และ ‘ครั้งถัดไป’ 1,000 บาท

ใครที่สนใจในกองทุนดังกล่าวที่ก็สามารถลงทุนได้ด้วยภายใต้เงื่อนไขลงทุนหรือ “ขั้นต่ำในการซื้อครั้งแรก” อยู่ที่ 10,000 บาทและ “ครั้งถัดไป” อยู่ที่ 1,000 บาท ในส่วนของการขายสามารถทำได้โดยไม่มีข้อกำหนดเช่นเดียวกันกับการขายคืน แต่ก็ยังมีเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 5 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+5)


สำหรับรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันจะสามารถทำได้ทั้งผ่านช่องทางออฟไลน์อย่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ หรือช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น MFC WEALTH


กองทุนรวมผสม อาจจะเป็นกองทุนที่ผลการดำเนินงานไม่ได้มีความโดดเด่นที่มากมายนักเมื่อเทียบกับกองทุนรวมประเภทอื่นๆ แต่ในด้านความผันผวนกลับเป็นกองทุนที่สามารถควบคุมได้โดยไม่อ่อนไหวไปกับตลาดโดยรวมจึงเป็นทางเลือกที่สนใจที่จะใช้เป็นหลุมหลบภัยได้เป็นอย่างดีในช่วงตลาดหุ้นผันผวนเช่นตอนนี้


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us