เมื่อเลี่ยง “เงินเฟ้อสูง” ไม่ได้... ก็รับมือด้วย “สินทรัพย์” ที่ ‘ผลตอบแทน’ เหนือกว่าซิ !!!

Fund Manager View: เปิดมุมมองการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญการลงทุน ในครั้งนี้จะพามารู้จักกับ 2 ธีมรับมือ “เงินเฟ้อสูง” ซึ่งถือเป็น 2 สไตล์ในสินทรัพย์ที่แตกต่าง


ธีมแรกเป็นตราสารหนี้ในกลุ่ม “High Yield” ที่ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้โดยรวมลดลง ในขณะที่ผลตอบแทนที่จ่ายให้กับผู้ลงทุนนั้นยังคงสูงกว่าตราสารหนี้โดยทั่วไปและแน่นอนว่า...สูงกว่าเงินเฟ้อด้วยเช่นกัน


อีกธีมเป็นหุ้นในภูมิภาค “เอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)” ซึ่งถือเป็นเครื่องจักรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกเลยทีเดียว โดยภาพรวมเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียในระยะยาวมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าภูมิภาคอื่นของโลก คาดว่าในปี 2045 การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกกว่า 50% จะมาจากภูมิภาคเอเชียอีกด้วย


ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ ไปอัพเดทมุมมองการลงทุนใน 2 ธีมเด่นรับมือเงินเฟ้อสูงไปพร้อมกันได้เลย



“
High Yield”...ทางเลือกเพิ่มผลตอบแทนจาก ‘ตราสารหนี้’ อย่างมีประสิทธิภาพ

การลงทุนใน “ตราสารหนี้ Non–Investment grade” หรือ “unrated bond (Hight Yield Bond)” นับว่ามี “ความเสี่ยง” 


อย่างไรก็ตาม “พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ มองว่า การลงทุนบน High Yield Bond มีความน่าสนใจและสามารถนำมาเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนบนตราสารหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเลือกลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ที่มี “พอร์ตผสม” ระหว่างตราสารหนี้ระดับที่ลงทุนได้ (Investment grade) และเป็นตราสารหนี้ที่มีอันดับต่ำกว่า Investment grade (ต่ำกว่า BBB-) รวมถึงตราสารหนี้ของบริษัทที่ไม่ได้จัดทำอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Bonds) ถือเป็นการลดความเสี่ยงระดับหนึ่ง หากเทียบกับการลงทุนในตราสารหนี้ High Yield Bond โดยตรง รวมทั้งเป็นตราสารหนี้ที่บริษัทจัดการได้พิจารณาแล้วว่าแม้ไม่มีการจัดอันดับแต่มีความน่าเชื่อถือและสามารถลงทุนได้



(พจน์ หะริณสุต)



“ปัจจุบัน การลงทุนใน High Yield Bond ประเภท Unrated ของไทยมีอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว (Coupon Rate) อยู่ที่ประมาณ 6.25% - 7.50% โดยมีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้อยู่ 1-3 ปี (ข้อมูล: สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ณ 28 ก.พ. 22) ถึงแม้ว่า High Yield Bond จะมีความเสี่ยงที่สูงกว่า Investment Grade Bond แต่ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยในอดีตของ High yield bond ค่อนข้างโดดเด่นอย่างมาก โดยจากข้อมูลสถิติในอดีตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีของ Bloomberg Global High Yield Total Return Index อยู่ที่ประมาณ 4.92% ซึ่งมากกว่าการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูงใน Bloomberg Global Aggregate Corporate Total Return Index ซึ่งมีผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 2.63%”



“เอเชีย” หัวใจขับเคลื่อนศก.โลก...“หุ้นเอเชีย” ราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต-ต่ำกว่า “หุ้นโลก” กว่า 30
%

ส่วนใครที่ถนัดสายหุ้น “เอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)” ยังคงเป็นภูมิภาคที่มีความโดดเด่นในฐานะเครื่องจักรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก


โดย “นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ มองว่า โดยภาพรวมเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียในระยะยาวมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าภูมิภาคอื่นของโลก คาดว่าในปี 2045 การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกกว่า 50% จะมาจาก “ภูมิภาคเอเชีย” และยังมีปัจจัยสนับสนุนจากจำนวนประชากรเอเชียที่สูงถึง 4.5 พันล้านคนซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรโลก และเนื่องจากตลาดเอเชียไม่ได้เป็นเพียงแหล่งการผลิตสินค้าเพื่อส่งต่อไปยังประเทศพัฒนาแล้วอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนแปลงไปเป็นตลาดบริโภคที่มีขนาดใหญ่และมีแนวโน้มที่จะบริโภคมากขึ้น จึงเป็นเป็นเหตุผลที่จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนมายังภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง



(นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส)



“ทั้งนี้ ‘กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)’ ออกมาระบุว่าเศรษฐกิจเอเชียในปี 2022-2023 น่าจะขยายตัวราว 5.4% และ 5.6% ตามลำดับ ขณะเดียวกันนโยบายการเงินโดยภาพรวมยังเป็นนโยบายเชิงผ่อนคลายมากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว โดยมีปัจจัยสนับสนุนการลงทุนมาจากมูลค่าปัจจุบันของ ‘ตลาดหุ้นเอเชีย’ ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจลงทุน เช่นเดียวกับมูลค่าของตลาดหุ้นเอเชียในปัจจุบันยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว และยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเมื่อเทียบกับ ‘ตลาดหุ้นโลก’ เกือบ 30% สะท้อนให้เห็นว่าภาพรวมเศรษฐกิจเอเชียยังมีสัญญาณที่เป็นบวกกับทิศทางการลงทุน”


เรามองว่า “เอเชีย” มีแนวโน้มเติบโตที่ดี มีศักยภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เอเชียจะไม่ได้เป็นเพียงแหล่งการผลิตสินค้าเพื่อส่งต่อไปยังประเทศพัฒนาแล้วอีกต่อไป แต่เอเชียกำลังเปลี่ยนแปลงไปเป็นตลาดบริโภคขนาดใหญ่ พร้อมกับการเดินหน้าปรับตัวเป็นผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยีของโลก สร้างการบริโภคผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น มุ่งผลักดันรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงมีการลงทุนวิจัยและพัฒนา (R&D) ในระดับที่สูงมากติดอันดับต้นๆ ของโลก และยังมีบริษัทชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรมที่มีลูกค้า-ผู้ใช้บริการจำนวนมากในตลาดโลก ขณะเดียวกันค่าเฉลี่ยเงินเฟ้อเอเชียก็ยังมีแนวโน้มต่ำกว่ากลุ่มประเทศในยุโรปและสหรัฐ ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย-ยูเครนต่อเอเชียยังมีไม่มากนัก


นี่คือ 2 ธีม 2 สไตล์ ในสินทรัพย์ที่แตกต่าง ระหว่างวตราสารหนี้อย่างกลุ่ม “High Yield” และหุ้นอย่าง “หุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)” ซึ่งเป็นทางเลือกในการต่อสู้กับ “เงินเฟ้อสูง” ได้เป็นอย่างดี แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้ากับ “Fund Manager View” ครับ

โต๊ะกองทุน Wealthythai

Most Viewed
Fun of Funds
“UGFT” กระจายลงทุนทั่วโลก… ตอบโจทย์ “การสร้างความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ อีก 15 ชั่วโมง
Where to put your money
“การตึ๊ง” เป็นศิลปะ... ในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของ “ผู้ที่มีรายได้น้อย” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
“การลงทุน” เพื่อรับมือกับ “Climate Risk”… คือ “การลงทุนเพื่อปกป้องมูลค่าของธุรกิจ” !!!
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“บลจ.” 1H26 “สุดปัง” กำไรพุ่ง +30.83%... “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” แชมป์กำไรโตสุด +1,150.34% “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ขาดทุนเพิ่มมากสุด -368.01% “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์กำไรมากสุด 1.8 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us