Official Update :

ปีฉลู-21 “กองอสังหาฯ/REIT” ส่งสัญญาณฟื้นตัว...หลัง ‘ร่วงแรง’ จาก COVID-19 ปีที่ผ่านมา !!!

รู้หรือไม่...ปี2020 กลุ่ม“กองทุนอสังหาริมทรัพย์/REIT”ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ-18.56%ร่วงหนักกว่า SET Index ในช่วงเวลาเดียวกันที่ -8.26%

และมีกองทุนที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกเพียง5 กองจาก43 กองเท่านั้น และปีนี้ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (วันที่ 1 – 15 ม.ค. 21) ค่าเฉลี่ยของกลุ่มยังติดลบ-1.45%ในขณะที่ SET Index +4.81%

ส่วนสำคัญเป็นผลกระทบจาก‘พิษ COVID-19’ในปีที่ผ่านมานั่นเอง

และก็สะท้อนให้เห็นถึงภาพของ‘ความผันผวน’ของราคาของกลุ่มกองทุนอสังหาริมทรัพย์ได้เป็นอย่างดี

วันนี้ ทีมงาน‘Wealthythai’มีข้อมูลที่น่าสนใจมาอัพเดทกันเช่นเคย

ปี20 “กองSBPF” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด 15.45%...ส่วน “กอง M-PAT” ผลตอบแทนต่ำสุด -45.19%

แม้กลุ่ม“กองทุนอสังหาริมทรัพย์/REIT”จะมีจุดเด่นในเรื่องของการสร้างรายได้จากค่าเช่ากลับมาให้กับผู้ลงทุนในรูปของ‘เงินปันผล’อย่างสม่ำเสมอ แต่ในเรื่องขอ‘ความผันผวน’ของราคาก็ถือว่ามีไม่น้อยเช่นกัน และหากไปดู‘Risk Spectrum’ของกองทุนกลุ่มนี้ก็จะอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงเพราะเป็นการลงทุนเพียงอุตสาหกรรมเดียว หรือจัดอยู่ในกลุ่มกองทุนทางเลือกนั่นเอง

“ในปี2020 ที่ผ่านมา ราคาของกลุ่ม ‘กองทุนอสังหาฯ/REIT’ ปรับตัวลงมาค่อนข้างมาก เป็นผลกระทบจากพิษ COVID-19 นั่นเอง โดยกลุ่มที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบมากหน่อย ซึ่งทางผู้บริหารกองทุนก็คงมีการแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้ากันไปในแต่ละที่เพื่อให้กองทุนยังสามารถคืนผลตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยได้ แม้จะลดลงบ้างก็ตามเพื่อรอให้ธุรกิจฟื้นกลับมา ดีกว่าปล่อยให้ล้มหายตายจากกันไปหมดซึ่งคงไม่เป็นผลดีกับใครแน่นอน แต่โดยภาพรวมก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เพราะไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทจะได้รับผลกระทบไปหมด มากน้อยแตกต่างกันออกไป”

สำหรับ ‘กองทุนอสังหาฯ/REIT’ ที่มีผลตอบแทนสูงสุด 5 อันดับแรกนั้น ก็คือกองที่มีผลตอบแทนเป็นบวกทั้งหมดในปี20 ที่ผ่านมานั่นเอง ได้แก่

1.“กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์สมุยบุรี (SBPF)”ของ‘บลจ.พรินซิเพิล’ให้ผลตอบแทน15.45%ลงทุนโดยเข้าซื้อกรรมสิทธิ์ (Freehold) โครงการโรงแรม สมุยบุรี บีช รีสอร์ท

2.“กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์มิลเลียนแนร์ (MIPF)”ของ‘บลจ.วรรณ’ให้ผลตอบแทน12.27%ลงทุนในกรรมสิทธิ์ (Freehold) ในอาคารสำนักงานมาลีนนท์ทาวเวอร์ และอาคาร production house ตั้งอยู่บนถนนพระราม 4

3.“กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ตลาดไท (TTLPF)”ของ‘บลจ.กรุงไทย’ให้ผลตอบแทน 7.03% ลงทุนในสิทธิการเช่า (Leasehold) สิ่งปลูกสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (บางส่วน) ในโครงการตลาดไท

4.“กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์นิชดาธานี (MNIT2)”ของ‘บลจ.เอ็มเอฟซี’ให้ผลตอบแทน2.46%ลงทุนในกรรมสิทธิ์ (Freehold) ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ตกแต่งและเครื่องมือและทรัพย์สินอื่นๆ ดังนี้

-ที่ดินพร้อมบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ตั้งอยู่ใน the regent project 1 และ

-ที่ดินพร้อมบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ตั้งอยู่ใน the regent project 2 อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

5.“กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค (PPF)”ของ‘บลจ.ไทยพาณิชย์’ให้ผลตอบแทน0.88%ลงทุนในกรรมสิทธิ์ที่ดิน อาคารโรงงานและคลังสินค้า (Freehold) ในโครงการนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง รวมจำนวน 90 ยูนิต บนที่ดิน 151 ไร่ 1 งาน 87.1 ตร.ว โดยมีพื้นที่อาคารให้เช่า 134,338.4 ตร.ม.

“ส่วน 5 อันดับ ‘กองทุนอสังหาฯ/REIT’ ที่ให้ผลตอบแทนต่ำสุดนั้น ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบมากกว่า -43%ทุกกองและเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ค่อนข้างชัดเจน ได้แก่กองSPF -43.57%, กอง URBNPF -44.25%, กอง BTSGIF -45.73%, กอง LHHOTEL -48.72%และกองM-PAT -49.15%

ปี21 “กองอสังหาฯ/REIT” ฟื้นโชว์ผลตอบแทนเป็นบวก 14 กอง ดึงผลตอบแทนเฉลี่ยเหลือ -1.45%...ที่ร่วงแรงปีก่อน-เด้งกลับมาแรงปีนี้

จาก‘จุดเด่น’ในเรื่องของ‘เงินปันผล’รวมถึงโครงสร้าง ‘กองทุนอสังหาฯ/REIT’ ที่มีทรัพย์สินและกระแสรายได้หนุนหลังนั้น ทำให้เมื่อราคาร่วงลงแรง ดึงให้อัตราเงินปันผลน่าสนใจขึ้น ก็จะมีนักลงทุนกลุ่มหนึ่งที่สนใจกลับเข้ามาลงทุน

ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (วันที่ 1 – 15 ม.ค. 21) กลุ่มกองทุนอสังหาฯ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเหลือติดลบเล็กน้อยเพียง-1.45%เท่านั้น ในจำนวนนี้มีกองทุนที่มีผลตอบแทนเป็นบวกเพิ่มเป็น14 กองหรือคิดเป็น32.56%และผลตอบแทนเป็นศูนย์ไม่ติดลบอีก4 กอ

โดยกองทุนที่มีผลตอบแทนดีสุดในช่วงปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นกองทุนที่ปรับตัวลงแรงในปีก่อนหน้านั่นเอง นำมาโดย

1.“กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เออร์บานา (URBNPF)”ของ‘บลจ.เกียรตินาคินภัทร’ให้ผลตอบแทน19.05%ลงทุนในสิทธิการเช่าระยะยาว (Leasehold) ในที่ดิน อาคารพักอาศัยบางส่วนซึ่งประกอบด้วยห้องชุดเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ สิ่งปลูกสร้าง พร้อมส่วนควบรวมบนที่ดินที่เช่าซึ่งใช้ในการดำเนินโครงการเออร์บานา หลังสวน

2.“กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์(LHPF)”ของ‘บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์’ให้ผลตอบแทน5.56% ลงทุนกรรมสิทธิ์ (Freehold) ในโครงการเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ เซนเตอร์พอยท์ สุขุมวิท-ทองหล่อ และโครงการอาคารพักอาศัยให้เช่า เซนเตอร์ พอยต์ เรซิเดนซ์ พร้อมพงษ์ และสิทธิการเช่า (Leasehold) ในโครงการบ้านพักอาศัยให้เช่า แอล แอนด์ เอช วิลล่า สาทร

3.กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เอ็มเอฟซี ป่าตอง เฮอริเทจ(M-PAT)”ของ‘บลจ.เอ็มเอฟซี’ให้ผลตอบแทน5.33%ลงทุนในกรรมสิทธิ์ (freehold) ห้องชุด จำนวน 183 ยูนิต ในอาคารชุด "ป่าตองไนท์พลาซ่าร์" ซึ่งปัจจุบันใช้ดำเนินธุรกิจโรงแรมภายใต้ชื่อ "โรงแรมป่าตอง เฮอริเทจ" (patong heritage hotel) จำนวนห้องพัก 164 ห้อง รวมถึงอุปกรณ์ส่วนควบต่างๆ ตลอดจนทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมป่าตอง เฮอริเทจ m-pat ได้นำทรัพย์สินของโรงแรม ป่าตอง เฮอริเทจ จัดหาผลประโยชน์ โดยให้ บริษัท ป่าตอง เฮอริเทจ จำกัด เช่าเป็นระยะเวลา 5 ปี และให้คำมั่นว่าจะเช่าต่อไปอีก คราวละ 3 ปี

4.“กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์มัลติเนชั่นแนลเรสซิเดนซ์ฟันด์(MNRF)”ของ‘บลจ.เอ็มเอฟซี’ให้ผลตอบแทน2.76%ลงทุนโดยซื้อกรรมสิทธิ์ในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง (Freehold) 2 โครงการ และห้องชุดจำนวน 1 โครงการ ดังนี้

-โครงการปาล์มทรีเพลส

-โครงการนิชดา แอท อีสเทิร์น ซีบอร์ด

-โครงการอาคารชุดดนิชาการ์เด้นท์คอนโดมิเนียม

5.กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน(JASIF)”ของ‘บลจ.บัวหลวง’ให้ผลตอบแทน2.11%มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงจำนวน 1,680,500 คอร์กิโลเมตร ซึ่งกองทุนซื้อจาก ‘บมจ.ทริปเปิลที บรอดแบนด์ (tttbb)’ โดย tttbb เป็นผู้เช่าทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงของกองทุนตามสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมและแทนที่สัญญาเช่าหลัก และสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมและแทนที่สัญญาประกันรายได้ค่าเช่า และกองทุนได้เข้าทำสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมและแทนที่สัญญาบริหารดูแลและบำรุงรักษาทรัพย์สินกับ tttbb โดยแต่งตั้งให้ tttbb เป็นผู้จัดการและบริหารทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงเพื่อให้บริการซ่อมแซม บำรุงรักษา และบริหารจัดการทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงแทนกองทุน

ผ่านไปแล้วสำหรับบทสรุปบางส่วนของกลุ่ม‘กองอสังหาริมทรัพย์/REIT’ ปี2020 แลลหากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายในเชิงบวกตามที่หลายฝ่ายคาด เชื่อว่าฝันร้ายของกลุ่มนี้ก็คงหายไปแล้วน่าจะเป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจลงทุนเช่นเดียวกันหลังจากที่ปรับตัวลงค่อนข้างแรงในปี20 ที่ผ่านมา หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย