“ศก.ชะลอตัว” เขย่าหุ้นโลกเสี่ยงลงอีก... แนะ “ถือเงินสด” 35-40%-เน้นสินทรัพย์ “กระแสเงินสด” สูง !!!
Fun of Funds: “การจัดพอร์ต” หรือ “จัดสรรเงินลงทุน” ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนในแต่ละวันเป็นสิ่งที่นักลงทุนจะต้องอาศัยข้อมูลข่าวสารต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์ก่อนจะตัดสินใจลงทุน
ซึ่งในปัจจุบันตลาดทุนก็ได้รับแรงกดดันจากปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือการขัดแย้งระหว่างประเทศ
จนทำให้นักลงทุนเลือกที่จะเมินการลงทุนในตลาดทุนเพื่อรอจนกว่าจะถึงเวลาหรือมีโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ขึ้น แต่ในบางครั้งภายใต้ “วิกฤตมักมีโอกาส” ให้เราได้เสมอเช่นกัน
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะขอโอกาสนี้มานำเสนอมุมมองการลงทุนและ “การจัดพอร์ต”เพื่อรับมือกับภาวะตลาดเช่นในปัจจุบันว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างไร
“หุ้นทั่วโลก” ระยะสั้นยังลงได้อีก...เหตุจาก 2 ปัจจัย “ดอกเบี้ยขาขึ้น” และ “สงคราม”
โดย “พิพัฒน์ พิศณุวงรักษ์” รองกรรมการผู้อำนวยการ สายการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ให้มุมมองว่า ทิศทางของ “ตลาดหุ้นทั่วโลก” ในระยะสั้นยังคงมีความเสี่ยงที่ปรับจะตัวลดลงได้ต่อหลังจากนี้ จากปัจจัยที่กดดันตลาดในปัจจุบันที่ยังไม่คลี่คลายและทีท่าว่าจะจบได้ในเร็วๆ นี้

(พิพัฒน์ พิศณุวงรักษ์)
“ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ยังไม่จุดสิ้นสุดซึ่งคาดการณ์ว่าอย่างน้อยจะปรับไปถึงช่วงปลายปี เนื่องจากการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ยังต้องดำเนินอยู่อีก 6 ครั้งจึงอาจเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.50% ราว1-2 ครั้งและเหลือ 0.25% ในช่วงที่เหลือซึ่งคาดว่าสิ้นปีจะจบที่ 2.5%”
ในแง่ของธุรกิจจึงอาจเห็นการปรับตัวให้รีบทำเรื่องกู้ยืมก่อนที่จะต้องพบเจอกับต้นทุนอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น หรือในฝั่งของผู้บริโภคก็มีโอกาสที่เห็นการกู้ยืมเพื่อซื้อสินทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยเป็นต้น ซึ่งอาจนำไปสู่การลดความร้อนในการเก็งกำไรสินทรัพย์ประเภทอื่นได้เช่นกัน
อีกหนึ่งความไม่แน่นอนที่ยังคงยืดเยื้อมาเป็นระยะเวลาหลายเดือน อย่างสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่ตลาดไม่อาจคาดเดาได้ว่าสุดท้ายบทสรุปจะเป็นเช่นไร แต่อย่างไรก็จากความไม่แน่นอนทั้ง 2 ปัจจัยก็เป็นโอกาสการลงทุนซึ่งนักลงทุนก็อาจจะต้องเข้าไปดูในสินทรัพย์ที่ยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้และไม่แกว่งตัวจนเกินไป
แนะจัดพอร์ตรับศก.ชะลอตัว...เพิ่มเงินสด-เน้นสินทรัพย์ที่ “กระแสเงินสด” สูง
ซึ่งคำแนะนำก็อยากให้นักลงทุนมองหาธุรกิจหรือสินทรัพย์ที่มี “กระแสเงินสด” ที่อยู่ในระดับสูง เนื่องจากจะทำให้การรับมือหรือรองรับกับความไม่แน่นอนของตลาด แต่อย่างไรก็ดีในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวลง การลงทุนในหุ้นก็อาจให้ผลตอบแทนได้ไม่ดีนัก

“การจัดสรรเงินลงทุน เราอยากให้นักลงทุนสังเกตจากวัฏจักรของเศรษฐกิจในปัจจุบันที่อยู่ในช่วงชะลอตัว หลังจากพ้นช่วงการฟื้นตัวมาได้จากการกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา การลงทุนให้ผลตอบแทนค่อนข้างดี แต่ในปัจจุบันเศรษฐกิจที่เศรษฐกิจชะลอการลงทุนในหุ้นก็อาจให้ผลตอบแทนได้ไม่เท่ากับช่วงก่อนหน้า” นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติม
อย่างไรก็ดีการลงทุนในหุ้นช่วง 3-6 เดือนข้างหน้าอาจจะยังไม่ใช่ทางเลือก จึงอยากให้นักลงทุนควรมี “เงินสด” ไว้ 35-40% พร้อมกับมองการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีการแกว่งตัวที่ค่อนข้างต่ำอย่าง “กองรีท” ไว้ราว 15% และลงทุนใน “ตราสารหนี้ระยะกลาง” ราว 20-30% เพื่อให้มีรีเทิร์นกลับมาได้ระหว่างทาง แต่สินทรัพย์อย่าง “หุ้น” ก็ควรจะต้องมีติดไว้บางส่วนอย่าง หุ้นคุณภาพและหุ้นที่มีจ่ายปันผล
“คงต้องยอมรับว่า ‘ตลาดหุ้น’ ในปัจจุบันเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งที่นักลงทุนจะต้องน้อมรับ ด้วยปัจจัยกดดันๆ ต่างและยังไม่มีวี่แววที่จะคลี่คลายได้ ทำให้ ‘การจัดสรรเงิน’ และ ‘บริหารลงทุน’ จะเป็นส่วนสำคัญให้ผ่านพ้นวิกฤตพร้อมกับโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนได้”
