หวังรัฐปลดล็อค “กบช.”...ดัน “เงินออมเพื่อเกษียณ” ของไทยไต่ระดับสู่ 50% ของ GDP !!!

Fund Manager View: รู้หรือไม่?...ประเทศไทยมีประชากรวัยเกษียณอายุกว่า 10 ล้านคน และ “ธนาคารโลก” ระบุว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 17 ล้านคน ภายในปี 2040 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรไทยทั้งหมด


แต่ข้อมูลล่าสุดกลับพบว่าประเทศไทยมีระบบบำนาญเกษียณอายุอยู่ในกลุ่ม “แย่ที่สุดในโลก” จากการจัดอันดับข้อมูล ดัชนีบำนาญโลกประจำปี 2021 (Mercer CFA Institute Global Pension Index) ของบริษัท Mercer และ สถาบัน CFA ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินระดับโลก ที่ศึกษาระบบบำนาญใน 43 ประเทศทั่วโลก


ถึงเวลาที่ไทยจะมี “กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.)” เพื่อสร้างเงินเกษียณให้คนไทยได้หรือยัง? (หรือจะปล่อยไปเรื่อยๆ ให้คนไทยต้องเผชิญกับเงินไม่พอใช้ในวัยเกษียณ)


นี่จึงเป็นหนึ่งในพันธกิจที่ “นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) คนใหม่ ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ ทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองที่น่าสนใจในเรื่องนี้มาอัพเดทกัน



ชี้ “
PVD” มีสัดส่วนเพียง 8% ของ GDP…ยังต่ำเมื่อเทียบกับตปท.

ล่าสุดในส่วนของ “พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.)” นั้น ไม่ทราบไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว จะได้ชงเข้าพิจารณาในสภาแล้วคลอดออกมาทันในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่? เพราะปัจจุบันก็เข้าสู่ช่วงปลายของรัฐบาลปัจจุบัน ประกอบกับอุณหภูมิการเมืองก็เริ่มร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง จึงไม่รู้ว่า...ชะตากรรมของ “กบช.” จะเป็นเช่นไร


ด้าน ชวินดา หาญรัตนกูล” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTAM) ในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ยอมรับว่า จากผลกระทบของวิกฤติ COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมา ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันความแข็งแกร่งของบริษัทอาจมากน้อยแตกต่างกันไป ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการพิจารณาเรื่องของ “กบช.” ได้ แต่สมาคมบลจ.เองก็อยากให้ภาครัฐผลักดันกฎหมายนี้ให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด ให้เกิดขึ้นมาก่อน เพื่อสร้าง “เงินออมเพื่อเกษียณ” ให้กับคนไทย ผ่านการบังคับเก็บออม ซึ่งกบช.จะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในเชิงบวก ไม่เฉพาะการวางรากฐานเงินออมเพื่อเกษียณให้กับคนไทยเท่านั้น เงินออมเหล่านี้จะส่งผลบวกต่อตลาดการลงทุนด้วยเพราะเม็ดเงินเหล่านี้จะเข้าไปลงทุนอยู่ในตลาด และที่สำคัญช่วยลดภาระของภาครัฐในอนาคตในการต้องดูแลคนในวัยเกษียณได้อีกด้วย



(ชวินดา หาญรัตนกูล)



“ปัจจุบันระดับการออมของประเทศไทยยังอยู่ในระดับต่ำและกระจุกตัวในวงจำกัด รวมถึงการออมเพื่อการเกษียณอายุผ่าน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ(PVD) มีสัดส่วนเพียง 8% ของ GDP และจำนวนผู้ออมเพียง 3 ล้านคน เท่านั้น เทียบกับในต่างประเทศแล้วสูงกว่านี้มาก ดังนั้นอยากผลักดันให้ตัวเลขของการออมเพื่อเกษียณนี้สูงขึ้นเป็นเลข 2 หลัก หรือไปไกลถึงระดับ 50% ของ GDP ให้ได้ในอนาคต ในระหว่างที่ กบช. ยังไม่เกิดขึ้น ก็จะขับเคลื่อนผ่าน PVD ซึ่งมองว่ายังมีโอกาสในการเติบโตอยู่เช่นกัน”



วาง “6 กลยุทธ์”...
ให้ กองทุนรวม เป็นช่องทางการออมที่ส่งเสริม คุณภาพชีวิตที่ดี’ ได้ทุกระดับและทุกช่วงวัย

ในขณะเดียวกันประเทศไทยก็ยังมีผลิตภัณฑ์การลงทุนที่จำกัด และไม่เพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการของนักลงทุนที่มีเงินลงทุนในระดับสูง มีความรู้ความเข้าใจในการลงทุน และต้องการลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่ Sophisticated มากขึ้น ดังนั้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ สำหรับนักลงทุน ทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนไปจนถึง Digital Assets จำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรของอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับ Fund Manager, Analysts, ไปจนถึง Advisory ให้มีทักษะที่เทียบเคียงได้กับสากล


จากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ทางสมาคมฯ จึงมุ่งหวังที่จะผลักดันให้ “กองทุนรวม” เป็นช่องทางการออมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีได้ทุกระดับและทุกช่วงวัย ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์การออมที่ครบถ้วนสำหรับการลงทุน พร้อมทั้งเพิ่มผลิตภัณฑ์การลงทุนด้านดิจิทัลและผลิตภัณฑ์การลงทุนอื่น ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของนักลงทุน รวมถึงการยกระดับบทบาทของอุตสาหกรรมในฐานะผู้ลงทุนสถาบันให้สนับสนุนและผลักดันการพัฒนาตลาดทุนและเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน และสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ทั้งนี้ ได้วางแผนกลยุทธ์ 6 ด้านเพื่อบรรลุเป้าหมายตามพันธกิจ ประกอบด้วย


1) Financial well-being for Thais: มีเป้าหมายที่จะผลักดันพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ และขยายฐานผู้ออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เติบโตมากขึ้น


2) Digital investment products & initiative: มีเป้าหมายที่จะพัฒนาและนำเสนอทางเลือกผลิตภัณฑ์การออม การลงทุนที่ครบถ้วน


3) Sustainable investing: มีเป้าหมายที่จะยกระดับบทบาทการทำหน้าที่ของกองทุนในฐานะนักลงทุนสถาบันให้มีบทบาทในการสร้างการเปลี่ยนแปลง


4) Industry competitiveness & sustainability: มีเป้าหมายที่จะพัฒนาศักยภาพของบุคลากรของอุตสาหกรรมในทุกระดับ


5) Big data database and analysis: มีเป้าหมายที่จะประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการจัดให้มีฐานข้อมูล centralized data หรือ shared data เพื่อนำเสนอนโยบายการออมที่เหมาะสมต่อภาครัฐ


6) Industry efficiency: มีเป้าหมายที่จะร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่วมกับสำนักงาน ก.ล.ต.ในการจัดทำ regulatory guillotine เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และกฎระเบียบต่างๆ ให้มีความทันสมัย และสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆรองรับความต้องการของนักลงทุนไทย


โดยแผนทั้งหมดนี้ จะเน้นการกระจายงานตามแผนพร้อมส่งเสริม engagement และแบ่งงานตามความเชี่ยวชาญของคณะกรรมการสมาคมบุคลากรของอุตสาหกรรมตามกลุ่มความถนัด เพื่อใช้ศักยภาพสูงสุดของบุคลากรของอุตสาหกรรมในการสนับสนุนความสำเร็จตามพันธกิจของสมาคมฯ ต่อไป

โต๊ะกองทุน Wealthythai

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us