“บลจ.ไทยพาณิชย์”...เผยเงินเฟ้อสหรัฐเริ่มชะลอตัว โอกาสทองของตราสารหนี้และตลาดหุ้นไทย

นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 2566 ยังมีสภาวะการเงินที่ตึงตัวและความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯและยุโรปยังอยู่ในจุดที่ยังต้องเฝ้าระวัง แต่บริษัทฯ มองว่ายังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้จากการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำอย่างตราสารหนี้ สำหรับตลาดหุ้นที่บริษัทฯ มองว่ายังมีศักยภาพการเติบโต คือตลาดหุ้นไทย ที่เริ่มมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3/65 จากการผ่อนปรนมาตรการการเดินทางและเปิดประเทศ ทำให้ภาคท่องเที่ยวเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญต่อการฟื้นตัว จึงทำให้ตลาดหุ้นไทยยังคงน่าลงทุนอยู่ไม่น้อย


(นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส)



“ด้วยมุมมองดังกล่าวนี้ บริษัทฯ จึงออกเสนอขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Double Structured Complex Return 1YF ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย หรือ กองทุน SCBDSHARC1YF กองทุน Complex Fund อายุ 1 ปี โดยกองทุนนี้ จะเปิดขายหน่วยลงทุนเพียงครั้งเดียวระหว่างวันที่ 18-30 มกราคม 2566 เริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท ที่จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของการลงทุน และมีโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้คุณภาพดีทั้งในประเทศ และ/หรือ ต่างประเทศ ประมาณร้อยละ 98.50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) โดยมีเป้าหมายให้เงินลงทุนส่วนนี้เติบโตครอบคลุมเงินต้น และนำเงินลงทุนอีกประมาณร้อยละ 1.50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เข้าลงทุนในสัญญาออปชั่น (Option) หรือสัญญาวอร์แรนท์ (Warrant) ที่อ้างอิงกับการเคลื่อนไหวของดัชนี SET50


โดยกองทุนจะมีการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้คุณภาพดีทั้งในประเทศ และ/หรือ ต่างประเทศ ประมาณร้อยละ 98.50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) โดยมีเป้าหมายให้เงินลงทุนส่วนนี้เติบโตครอบคลุมเงินต้น และนำเงินลงทุนอีกประมาณร้อยละ 1.50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เข้าลงทุนในสัญญาออปชั่น (Option) หรือสัญญาวอร์แรนท์ (Warrant) ที่อ้างอิงกับการเคลื่อนไหวของดัชนี SET50 โดยจะใช้ราคาปิดของ SET50 Index ของทุกวันทำการมาพิจารณา เพื่อหาผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการเปลี่ยนแปลงของราคา SET50 Index แบบ twin -win เมื่อราคาดัชนีปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงไม่เกิน 10% เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์ ณ วันเริ่มต้นสัญญา จะมีโอกาสรับผลตอบแทนส่วนเพิ่มสูงสุดที่ 5


แต่หากราคาสินทรัพย์ระหว่างอายุสัญญาปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์ ณ วันเริ่มต้นสัญญา ก็ยังมีโอกาสที่จะได้รับเงินผลตอบแทนชดเชยที่ 0.25ได้


กองทุนมีความเสี่ยงผิดชำระหนี้ (default risk) ที่อาจเกิดขึ้นจากการผิดชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร/เงินฝาก ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนได้ และผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนในช่วงเวลา 1 ปี กองทุนนี้เป็นการลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนซึ่งมีปัจจัยอ้างอิง มีความแตกต่างจากการลงทุนในปัจจัยอ้างอิงโดยตรง จึงอาจทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนดังกล่าวมีความผันผวนแตกต่างจากราคาของปัจจัยอ้างอิงได้ (ในกรณีที่เป็นกองทุนรวมที่มีปัจจัยอ้างอิง (underlying asset) และกำหนดเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนโดยอ้างอิงกับปัจจัยอ้างอิงดังกล่าว) ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และมีความจำเป็นในการขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนก่อนตัดสินใจลงทุน

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
เมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us