"บลจ. ยูโอบี"...เตรียมเปิดขาย ‘กอง UCI’ อีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. 21 เป็นต้นไป
“บลจ.ยูโอบี”...ปลื้ม นักลงทุนตอบรับดีเกินคาด ดันขนาด ‘กอง UCI’ โตขึ้นแตะ 3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 330% เตรียมเปิดขายอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. 21 นี้ ชูโอกาสการลงทุนกับผู้นำนวัตกรรมเปลี่ยนโลก พร้อมเติบโตไปกับกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมในระบบ ‘New Economy’ ของจีน
นายกุลฉัตร จันทวิมล รองกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุน สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มธุรกิจจัดการกองทุนยูโอบี (UOBAM Group) มองเห็นโอกาสการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเศรษฐกิจจีน บวกกับการปรับเปลี่ยนของการเข้าสู่เศรษฐกิจจีนยุคใหม่ ที่ขับเคลื่อนจากการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยมีมุมมองการลงทุนและกลยุทธ์การลงทุนเชิงบวกในตลาดหุ้นจีน ซึ่งจากการเปิดตัว ‘กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไชน่า เอ แชร์ อินโนเวชั่น ฟันด์ (UCI)’ ที่เสนอขายครั้งแรกในเดือนพ.ย. 20 ที่ผ่านมานั้น นักลงทุนให้ความสนใจและร่วมลงทุนใน ‘กองทุน UCI’ อย่างมาก ทำให้ขนาดกองทุนเติบโตถึง 330% หรือกว่า 3 พันล้านบาท (ข้อมูล ณ 25 ม.ค. 21)”
.jpg)
(คุณกุลฉัตร จันทวิมล)
“กองทุน UCI เป็นกองทุนประเภท feeder fund ที่ลงทุนผ่านกองทุน ‘United China A-Shares Innovation Fund - Class T USD Acc’ (กองทุนหลัก) บริหารกองทุนโดย ‘UOB Asset Management Ltd (Singapore)’ โดยมีผู้บริหารกองทุนร่วมคือ ‘Ping An Fund Management (Ping An FMC)’ ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของ Ping An Insurance Group หนึ่งในกลุ่มธุรกิจการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ซึ่งความร่วมมือในระดับภูมิภาคระหว่างกลุ่มธุรกิจจัดการกองทุนยูโอบี และพันธมิตรอย่าง Ping Anนั้น เป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการบริหารกองทุน UCI เนื่องด้วยความเป็นผู้จัดการกองทุนท้องถิ่นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลทางการลงทุนเชิงลึกในบริษัทจีนได้อย่างทันเหตุการณ์และใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีผลการดำเนินงานบริหารกองทุนที่โดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา” (โปรดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.uobam.co.th)
นายกุลฉัตร ยังกล่าวอีกว่า ‘กองทุน UCI’ มีกลยุทธ์การบริหารกองทุนแบบ Active ผสานกับความเชี่ยวชาญผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ ทำให้สามารถสร้างพอร์ตการลงทุนที่ยืดหยุ่น โดยกระจายการลงทุนหุ้นจีน A-Shares ในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งบริษัทระดับเล็ก กลาง ไปจนถึงบริษัทขนาดใหญ่ จะทำให้เพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้ในหลายมิติ ‘กองทุน UCI’ ลงทุนในบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศจีน (A-Shares) ที่มีจุดเด่นในการดำเนินธุรกิจที่ได้รับประโยชน์หลักจากการใช้นวัตกรรมและเทรนด์การเติบโตอื่นๆ
“โดยครอบคลุมในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI (Artificial Intelligence)การแพทย์และดูแลสุขภาพ (Healthcare) รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous Driving) การผลิตแบตเตอร์รี่ พลังงานทดแทน (Renewable energy) บริการสื่อและการสื่อสาร การผลิตวัสดุอุปกรณ์ ตลอดไปจนการทำโมเดลธุรกิจต่างๆ เป็นต้น ซึ่งทางผู้จัดการกองทุนสามารถคัดเลือกบริษัทจากหลายธุรกิจที่เข้ากับธีมการลงทุนของกองทุน UCI โดยคำนึงถึงแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจของแต่ละบริษัทในระยะยาว”
นายกุลฉัตร กล่าวเสริมว่า ตลาดหุ้นจีน (A-Shares) มีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมจำนวนมาก ประกอบกับตลาดหุ้นจีน (A-Shares) และบริษัทส่วนใหญ่กว่า 90% มีรายได้มาจากการบริโภคภายในประเทศจีน และได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐค่อนข้างจำกัด ยิ่งไปกว่านั้นจากการปรับน้ำหนักการลงทุนของ MSCI ที่จะรวมดัชนีตลาดหุ้นจีน (A-Shares) เข้ารวมในการคำนวณดัชนี MSCI จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้มีการลงทุนของต่างชาติไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นจีนมากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดีของนักลงทุนไทยจะสามารถลงทุนในหุ้นจีนในกลุ่มที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงในระยะยาว
“บริษัทเชื่อมั่นว่าด้วยการบริหารพอร์ตการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับความเชี่ยวชาญของ Ping An ‘กองทุน UCI’ จะเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่จะสร้างโอกาสทางการลงทุนที่แข็งแกร่งในระยะยาวให้กับนักลงทุนได้”
สำหรับ ‘กองทุน UCI’ ระดับความเสี่ยง 6 : กองทุนจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ United China A-Shares Innovation Fund – Class T USD Acc (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว ซึ่งเป็นกองทุนที่จัดตั้งและบริหารจัดการโดย UOB Asset Management Ltd (Singapore) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนหลักจดทะเบียนที่ประเทศสิงคโปร์ และกองทุนจะลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
