“บลจ.ไทยพาณิชย์”...ส่ง “กอง SCBCLEAN” IPO 2 – 8 มี.ค. นี้

“บลจ.ไทยพาณิชย์”...ชี้ธีมหุ้นกลุ่มพลังงานทดแทนทั่วโลก ตอบโจทย์การลงทุนระยะยาว เพิ่ม โอกาสเติบโตอย่างยั่งยืนกับธุรกิจพลังงานสะอาดทั่วโลก ส่ง กอง SCBCLEAN” IPO 2 – 8 มี.ค. นี้


นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดเสนอขาย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Clean Energy (SCBCLEAN) มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท เริ่มเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 2 8 มี.ค. 21 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการโอกาสในการในการสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับการเติบโตของธุรกิจ พร้อมทั้งเป็นส่วนร่วมของการเปลี่ยนแปลงโลกไปกับเทรนด์พลังงานทดแทนเพื่ออนาคต



(นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)



“การใช้พลังงานทดแทน นับว่าเป็นประเด็นที่ทั่วโลกต่างจับตามองและให้ความสนใจเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาวะโลกร้อนอันเกิดจากการใช้แหล่งพลังงานเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมอย่างพลังงานน้ำมัน พลังงานถ่านหิน และพลังงานก๊าซธรรมชาติ ซึ่งนำไปสู่การเผชิญหน้ากับปัญหาสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มอุณหภูมิโลกอย่างรวดเร็ว การเกิดไฟป่าที่ลุกลามอย่างต่อเนื่อง รวมถึงฤดูหนาวในบางประเทศที่ยาวนานและรุนแรงเพิ่มขึ้นกว่าปกติ ทำให้หลายประเทศเริ่มมองหาทางออกที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน”


นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ด้วยแนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) จากแหล่งพลังงานแบบดั้งเดิมมาเป็นการใช้พลังงานรูปแบบใหม่จากแหล่งพลังงานที่แตกต่างออกไป โดยปัจจัยที่ทำให้ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานทดแทน เนื่องจากประชากรโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงถึง 9 พันล้านคนในปี 2035 ทำให้มีความต้องการพลังงานมากขึ้นถึง 40% โดยเฉพาะในปี 2018 ที่ผ่านมา มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นกว่า 2% นอกจากนี้ ผู้นำรัฐบาลและองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก ต่างก็ให้ความสนใจพร้อมทั้งให้การสนับสนุนและผลักดันการใช้พลังงานทดแทนนี้อย่างจริงจัง


“ซึ่งจากปัจจัยข้างต้นทำให้นำมาสู่โอกาสการลงทุนอย่างยั่งยืนในธุรกิจด้านพลังงานทดแทนที่มีมูลค่าสูงถึง 29 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในกว่า 30 ปีข้างหน้า”


“สำหรับ ‘กองทุน SCBCLEAN’ เป็นกองทุนบริหารเชิงรุก ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ได้ แก่ ‘BNP Paribas Energy Transition’ (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน (share class) I Capitalisation ในสกุลเงินยูโร โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน บริหารโดย ‘BNP Paribas Asset Management’ จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก และอยู่ภายใต้ UCITS  


ทั้งนี้ กองทุนหลักเน้นลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) ผสานกลยุทธ์การลงทุนแบบ Top-down และ Bottom-up เพื่อเฟ้นหาหุ้นที่เป็น Best Idea ทั้งยังเน้นพอร์ตการลงทุนที่มีความเชื่อมั่นสูง (high-conviction) ประมาณ 30 - 50 ตัว ไม่ยึดติดน้ำหนักการลงทุนกับดัชนีอ้างอิง กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการลงทุน


สำหรับกระบวนการการลงทุนของกองทุนหลัก จะทำความเข้าใจถึงภาพรวม แนวโน้ม ทิศทางของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งกำหนดธีมในการลงทุนออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ 

1) พลังงานทดแทนและผู้ผลิต

2) เทคโนโลยีด้านพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เช่น ผู้ผลิตเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทน และ 

3) โครงสร้างพื้นฐาน และการจัดเก็บ เช่น ผู้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งที่ใช้พลังงานทดแทน


“และทำการเฟ้นหาไอเดียการลงทุนที่ดีที่สุด โดยให้ความสำคัญในด้านสภาพคล่อง และตัวเลขทางงบการเงินของธุรกิจ พร้อมทั้งวิเคราะห์เชิงลึกรายตัว ด้วยโมเดลการวิเคราะห์มูลค่าที่หลากหลาย และให้น้ำหนักการลงทุนโดยคัดเลือกจากความเชื่อมั่นในตัวหุ้น, Risk/Reward และค่าสหสัมพันธ์ของหุ้นแต่ละตัวในพอร์ตลงทุน นอกจากนี้ กองทุนหลักบริหารโดยทีมผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์การลงทุนเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมยาวนานกว่า 20 ปี ทั้งนี้ กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 167.30% เทียบกับดัชนีอ้างอิง MSCI All Country World Index อยู่ที่ 6.65% ในสกุลยูโร (ที่มา: Factsheet จาก BNP Paribas Energy Transition ณ วันที่ 31 ธ.ค. 20)


นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวเสริมว่า การใช้พลังงานทดแทนนับว่าเป็นเทรนด์ที่ได้รับการตอบรับและการสนับสนุนในระดับสากล โดยได้รับแรงสนับสนุนในเป้าหมายระยะยาวจากเหล่าผู้นำโลก อาทิเช่น สหรัฐฯ กรณีที่ประธานาธิบดี ไบเดน ได้มีการกลับเข้ามาร่วมข้อตกลง Paris Agreement เพื่อที่จะจัดการกับปัญหาก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีการลงนามจาก 196 ประเทศ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส ในส่วนของยุโรปได้มีแผนนโยบายที่เรียกว่า European Green Deal โดยสนับสนุนให้สหภาพยุโรปมีการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศ ผ่านแคมเปญและข้อบังคับต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรมและจริงจังมากยิ่งขึ้น


ในส่วนของฝั่งยักษ์ใหญ่อย่างจีนนั้น ได้แสดงจุดยืนและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนกว่า 65% ภายในปี 2030 และผลักดันเป้าหมายใหม่ในการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพื่อใช้ภายในประเทศให้ได้ในระยะยาว


“นอกจากนี้ ในส่วนของตลาดการลงทุนเองก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าธุรกิจกลุ่มนี้น่าจะได้รับประโยชน์ในเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโอกาสต่อยอดการลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่ที่กลุ่มบริษัทผู้ผลิตพลังงานทางเลือกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ผลิตอุปกรณ์จัดเก็บพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง และบริษัทที่มีการออกแบบซอฟต์แวร์เพื่อช่วยวิเคราะห์และพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานสูงสุดดังนั้น จึงถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนที่กำลังจับตาเทรนด์การเติบโตของธุรกิจกลุ่มนี้”

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us