Official Update :

“KTAM”...แนะเสริมพอร์ตด้วยตราสารหนี้ระยะสั้นกับกองทุน “KTSTPLUS” มองโอกาสการลงทุนตราสารหนี้ในภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว และอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงปรับสูงขึ้น

KTAM มองโอกาสการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น จากอานิสงค์การปรับขึ้นดอกเบี้ยกำลังเข้าใกล้ระดับสูงสุด ซึ่งเป็นปัจจัยที่เอื้อภาวะการลงทุนในตราสารหนี้ โดยมีสัญญาณที่เงินเฟ้อไทยกำลังปรับลดลงสู่กรอบนโยบาย และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่มีสัญญาณถดถอย/ชะลอตัวมาก จึงได้แนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ โดยแนะนำ “กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ระยะสั้น พลัส” (KTPLUS) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโอกาสสร้างผลตอบแทนจากตราสารหนี้ระยะสั้นจากทั้งในและต่างประเทศ


นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2565  เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยต่างเผชิญภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวสูงขึ้นมากจากหลายปัจจัย กดดันให้ธนาคารประเทศต่างๆ นำโดยสหรัฐฯ และยุโรป เร่งขึ้นดอกเบี้ยอย่างมากและต่อเนื่องเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลให้ประเทศต่างๆ รวมทั้งคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย ต้องเริ่มปรับดอกเบี้ยขึ้นตามตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 จากระดับต่ำสุดที่ 0.50ต่อปี เพิ่มขึ้นมาถึง 1.75ต่อปี และมุมมองตลาดตราสารหนี้ระยะถัดไป คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอาจจะปรับเพิ่มสูงสุดที่ 2.00ต่อปี เพื่อสอดรับกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อไทยที่กำลังลดลง (Dis-inflation) เข้าสู่กรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศ รวมถึงความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่สัญญาณจะเข้าสู่ภาวะถดถอยและชะลอตัวลงมาก จะเป็นปัจจัยให้วงจรดอกเบี้ยถึงระดับสูงสุดในอนาคตอันใกล้และมีโอกาสปรับสู่ขาลงในระยะถัดไป ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวนับว่าเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความสัมพันธ์กับดอกเบี้ยโดยตรง


(นางชวินดา หาญรัตนกูล)



สำหรับกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ระยะสั้น พลัส (KTPLUS) (ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4) มีนโยบายกระจายลงทุนในพันธบัตรภาครัฐ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้เฉลี่ยอายุตราสารไม่เกิน 1 ปี และเงินฝากสถาบันการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน


กองทุน KTSTPLUS เป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ตการลงทุน และสามารถปรับให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้ค่อนข้างเร็ว โดยมีอายุเฉลี่ยตราสารของกองทุนค่อนข้างต่ำเพื่อเตรียมพร้อมรับการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และเมื่อรอบการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสิ้นสุดลง กองทุนก็จะสามารถปรับไปลงทุนในตราสารหนี้ที่ยาวขึ้นเพื่อเพิ่มผลตอบแทนกองทุนได้ ทั้งนี้ ได้เปิดให้นักลงทุนได้เลือกลงทุน 4 ชนิด ได้แก่ 1) ชนิดสะสมมูลค่า (KTSTPLUS-A)  2) ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล (KTSTPLUS-P) 3) ชนิดผู้ลงทุนสถาบัน (KTSTPLUS-I) และ 4) ชนิดเพื่อการออม (KTSTPLUS-SSF) โดยสามารถซื้อได้ในทุกช่องทางรวมถึงผู้สนับสนุนการขายทุกราย


นางชวินดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยที่เป็นตัวช่วยสนับสนุนให้กองทุน KTSTPLUS มีโอกาสเติบโต มาจากการที่กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของผลตอบแทนค่อนข้างต่ำ โดยมีการควบคุมอายุเฉลี่ยเงินลงทุนไว้ไม่เกิน 1 ปี เมื่อวงจรดอกเบี้ยขาขึ้นใกล้จะถึงระดับสูงสุด ทำให้ความผันผวนของผลตอบแทนจะไม่สูงเหมือนปีก่อนหน้าที่อยู่ในช่วงการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของ กนง. ประกอบกับกองทุนมีการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิต ทำให้มีความเสี่ยงด้านเครดิตค่อนข้างต่ำ รวมถึงข้อได้เปรียบจากขนาด จึงทำให้มีโอกาสเข้าถึงตราสารหนี้ในตลาดแรกทั้งในและต่างประเทศในระดับอัตราผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล สอดคล้องกับภาวะตลาด นอกจากนี้ กองทุนมุ่งเน้นรักษาความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ต กระจายลงทุน และมีบริหารสภาพคล่องให้เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสงครามระหว่างประเทศ และความผันผวนของราคาน้ำมันอาจส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจและเงินเฟ้อผิดไปจากการคาดการณ์ รวมถึงความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อของไทยหลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวเต็มที่ อาจจะทำให้กนง.ตัดสินปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ได้


ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการได้ที่ บลจ.กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 หรือธนาคารกรุงไทยและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ www.ktam.co.th สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ได้ที่ https://bit.ly/KTSTSignIn


ปัจจัยความเสี่ยงของกองทุน KTSTPLUS ที่สำคัญ : ความเสี่ยงทางตลาด ความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงจากการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของหลักทรัพย์ ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงในเรื่องคู่สัญญาในการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง ความเสี่ยงของประเทศที่ลงทุน และความเสี่ยงจากข้อจำกัดการนำเงินลงทุนกลับประเทศ


คำเตือน กองทุนนี้มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงโดยดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ในกรณีที่กองทุนไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือจะได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนเพื่อการออม และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน / ทั้งนี้ หากลงทุนไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด อาจจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเสียเงินเพิ่ม

Most Viewed
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
“ทิสโก้” แนะกลยุทธ์ลงทุน ก.ค.69 คาด SET ครึ่งปีหลังขึ้นแบบมีคุณภาพ คงเป้าดัชนี 1,600 จุด แม้ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
บางจากฯ คว้า 6 รางวัลความเป็นเลิศระดับเอเชีย ในงาน The 16th Asian Excellence Award
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us