“บลจ.กสิกรไทย”...ส่ง ‘กอง KFF22J’ อายุ 1 ปี ขาย IPO 12 – 18 พ.ค. นี้
“บลจ.กสิกรไทย”...เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากตราสารหนี้เอเชียขาขึ้น ส่ง ‘กอง KFF22J’ Term Fund Plus อายุ 1 ปี สร้างโอกาสทำกำไร ขายครั้งแรก (IPO) 12-18 พ.ค.นี้
นายนาวิน อินทรสมบัติ Chief Investment Officer บลจ.กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ตราสารหนี้ภาครัฐในภูมิภาคเอเชียยังคงมีความน่าสนใจ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนปรับตัวขึ้นค่อนข้างมากในหลายประเทศ ในขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีสภาพคล่องส่วนเกินอยู่สูง ผู้ลงทุนส่วนใหญ่จึงยังคงมองหาผลตอบแทนที่ดีขึ้นจากการลงทุน (Search for Yield) ซึ่งจะส่งผลดีต่อตราสารหนี้ที่มีความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ บริษัทได้จัดตั้งกองทุน Term Fund Plus ล่าสุดชื่อว่า ‘กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 2022J (KFF22J)’ ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีทั่วโลกโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียเพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนในช่วงเวลา 1 ปี โดยมีกำหนดเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ในระหว่างวันที่ 12-18 พ.ค. 21

(นายนาวิน อินทรสมบัติ)
“กองทุน KFF22J มีการแบ่งสัดส่วนเงินลงทุนออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกประมาณ 60% ลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศ Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2022 - VIIl, Class C (USD)-Acc บริหารจัดการโดย Invesco บลจ.ชั้นนำระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการกองทุนตราสารหนี้ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 40% บลจ.กสิกรไทย บริหารโดยการกระจายลงทุนในเงินฝากต่างประเทศ ได้แก่ เงินฝาก PT Bank Rakyat Indonesia (ประเทศอินโดนีเซีย), เงินฝาก Qatar National Bank (ประเทศกาตาร์) และเงินฝาก Bank of China (สาธารณรัฐประชาชนจีน)”
อย่างไรก็ดี กองทุน Term Fund Plus มีความน่าสนใจจากการใช้กลยุทธ์ Buy & Maintain ที่เน้นกระจายลงทุนในตราสารหนี้กว่า 80 ตราสาร ซึ่งมากกว่าเทอมฟันด์ทั่วไป และเป็นตราสารหนี้คุณภาพดีระดับ Investment Grade ไม่น้อยกว่า 70% อีกทั้งยังกระจายลงทุนบางส่วนในเงินฝากต่างประเทศ เพื่อลดความผันผวนของพอร์ต ดังนั้น Term Fund Plus จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มองเห็นโอกาสการลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากต่างประเทศ สามารถรับความเสี่ยงในระดับปานกลาง และถือครองหน่วยลงทุนเป็นเวลา 1 ปีได้
‘กองทุน KFF22J’ เริ่มเปิดเสนอขายในวันแรกตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเริ่มต้นลงทุนได้เพียง 500 บาท โดยเมื่อกองทุนครบกำหนดอายุโครงการ เงินค่าขายคืนอัตโนมัติจะถูกนำไปซื้อหน่วยลงทุนของ ‘กองทุนเปิดเค ตราสารรัฐระยะสั้น (K-TREASURY)’ หรือ ‘กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ระยะสั้น (K-SF)’ ตามที่ผู้ลงทุนได้แจ้งความประสงค์ไว้ เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง
