“บลจ.ไทยพาณิชย์”...ปันผล 4 กองหุ้นไทย ‘SCBDV, SCBDV-SSF, SCBSE และ SCBSE-SSF’
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนหุ้นไทยกว่า 920 ล้านบาท จำนวน 4 กองทุนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนพร้อมกันในวันที่ 20 พ.ค. 21 ที่ผ่านมา ประกอบด้วย
-‘กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นทุนปันผล (SCBDV)’ สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 พ.ค. 20 -30 เม.ย. 21 กำหนดจ่ายปันผลในอัตรา 1.00 บาทต่อหน่วย นับเป็นครั้งที่ 27 รวมจ่ายปันผล 19.09 บาทต่อหน่วย (นับจากจัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2003) โดยกองทุนนี้จัดเป็นกองทุน 4 ดาว ประเภท Thailand Fund Equity Large-Cap ของมอร์นิ่งสตาร์ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 21)

(นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)
-‘กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นทุนปันผล (ชนิดเพื่อการออม) (SCBDV-SSF)’ สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 พ.ค. 20 - 30 เม.ย. 21 และกำไรสะสม กำหนดจ่ายปันผลในอัตรา 0.15 บาทต่อหน่วย ทั้งสองกองทุนเป็นกองทุนที่มีแนวทางการบริหารเชิงรุก โดยการคัดเลือกหุ้นที่มีคุณภาพดีและมีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอในระดับที่น่าสนใจเพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนอย่างมีเสถียรภาพแก่นักลงทุนในระยะยาว พร้อมโอกาสรับกระแสเงินสดจากเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ
และสำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ส.ค. 20 - 30 เม.ย. 21 ประกอบด้วย
-‘กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ซีเล็คท์ อิควิตี้ ฟันด์ (ชนิดจ่ายเงินปันผล) (SCBSE)’ กำหนดจ่ายปันผลในอัตรา 0.50 บาทต่อหน่วย โดยได้มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 21 ไปแล้วจำนวน 0.25 บาทต่อหน่วย เหลือจ่ายงวดนี้ 0.25 บาทต่อหน่วย นับเป็นครั้งที่ 19 รวมจ่ายปันผล 7.96 บาทต่อหน่วย (นับจากจัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2011) โดยกองทุนนี้จัดเป็นกองทุน 4 ดาว ประเภท Thailand Fund Equity Large-Cap ของมอร์นิ่งสตาร์ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 21)
-‘กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ซีเล็คท์ อิควิตี้ ฟันด์ (ชนิดเพื่อการออม) (SCBSE-SSF)’ กำหนดจ่ายในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย โดยได้มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลแล้วเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 21 จำนวน 0.10 บาทต่อหน่วย เหลือจ่ายงวดนี้ 0.10 บาทต่อหน่วย นับเป็นการจ่ายปันผลครั้งที่ 2 โดยทั้งสองกองทุนมีกลยุทธ์การลงทุนด้วยวิธี Active Approach ด้วยการคัดเลือกลงทุนในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่น่าสนใจลงทุนมากที่สุดและสอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนในขณะนั้น ซึ่งจะใส่น้ำหนักการลงทุนมากน้อยตามความน่าสนใจของหุ้นนั้น และกองทุนจะลงทุนในหุ้นไม่เกิน 30 ตัว จึงเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงในระดับสูงได้
