ถ้าจะคืนชีพ “LTF” ต้องมาเงื่อนไขใกล้เคียงเดิม ลดหย่อนภาษี 5 แสนบาท ลงทุน 5 ปี ไม่งั้น...“อย่าหาทำ”

หนึ่งในเรื่องที่ อดีตนายก “ทักษิณ ชิณวัตร” พูดถึงในงาน Dinner Talk ในหัวข้อ Bull Rally Thai Capital Market” ที่จัดโดย “ข่าวหุ้นธุรกิจ” นั้น คือ แนวคิดในการฟื้น “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) กลับมา เพื่อเน้นลงทุนในตลาดหุ้นไทย เนื่องจาก “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (TESG) นั้น ไม่ตอบโจทย์ ออกมาแล้ว แต่เม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลเข้ากองทุนตราสารหนี้ ไม่ได้เข้าตราสารทุนเหมือนที่ควรจะเป็น


เป็นประเด็นความหวังของ “ตลาดหุ้นไทย” อีกครั้ง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง นับตั้งแต่กองทุน LTF” หมดอายุไปในปี2019 ซึ่งเป็นการขยายอายุการลงทุนเป็น 7 ปี ด้วย


แนวคิดของ “ทักษิณ ชินวัตร” จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะคนในแวดวงตลาดทุนเรียกร้องเรื่องการคืนชีพกองทุน LTF” มาตลอด หลังพบสัญญาณเงินไม่ไหลเข้า “ตลาดหุ้นไทย” เลย นับตั้งแต่ยกเลิกกองทุนไป


แต่ฝ่าย “กรมสรรพากร” ก็มีจุดยืนชัดเจน ไม่อยาก “อุ้มคนรวย” ตลอดระยะเวลาของกองทุน LTF” ไม่สามารถขยายฐานการลงทุนสู่กลุ่มนักลงทุนระดับกลาง-ล่างได้ แต่คนที่เข้ามาใช้ประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นคนกลุ่มเดิมที่อยู่ในฐานภาษีที่สูง


“ภาครัฐ” มองเป็นความล้มเหลวของ บลจ.ที่ไม่สามารถสร้างวัฒนธรรมการลงทุนใน “หุ้นไทย” ให้เกิดขึ้นได้ หวังแต่จะหากินง่ายๆ กับกองทุน “LTF” จากคนกลุ่มเดิม ตอบโจทย์คนกลุ่มเดียว เลย “ไม่ต่ออายุให้” ครั้งสุดท้าย คือ ยืดอายุจากถือครอง 5 ปี เป็น 7 ปี


แต่ก็ดูจะไม่ตอบโจทย์ การดึงเงินเข้าลงทุนใน “ตลาดหุ้นไทย” เหมือนที่กองทุน LTF” ยุคแรกเริ่มทำได้แต่ประการใด แม้จะยืดเวลาเป็น 7 ปี ก็มองว่านานไป


พอใกล้ครบอายุ “ข้อเรียกร้อง” ก็กลับมาใหม่จากฝั่งตลาดทุน และแน่นอนฝั่ง “ภาครัฐ” ก็มีเหตุผลเช่นเดียวกัน


สุดท้าย จึงได้ “กองทุนรวมเพื่อการออม” (SSF) มาแทน ลดหย่อนภาษี 2 แสนบาท ลงทุน 10 ปี


ไม่รอด...เงินเข้าตลาดหุ้นไทยไม่มาก ส่วนใหญ่ไปลงทุน “หุ้นต่างประเทศ” ซึ่งก็ปิดฉากลงไปเรียบร้อยแล้วในปี2024 ที่ผ่านมา


แม้แว่วว่า...ทางฝั่งตลาดทุนจะเสนอให้มีการฟื้นกองทุน SSF” ขึ้นมาอีกครั้งก็ตาม แต่ก็คงต้องรอกันต่อไป...ว่าสุดท้ายจะสรุปยังไง?


และผลพ่วงต่อเนื่องจากการหาตัวตายตัวแทนกองทุน LTF” เพื่อดึงเงินเข้า “ตลาดหุ้นไทย” นั้น ก็เป็นที่มาของ การปรับ “เงื่อนไขใหม่” ใน “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) ที่เพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีเป็น 3 แสนบาท (เดิม 1 แสนบาท) และลดระยะเวลาลงทุนเหลือ 5 ปี (เดิม 8ปี) โดยมีระยะเวลาการลงทุน 3 ปี (2024 -2026)


แต่ก็ดูไม่ตอบโจทย์ในการดึงเงินเข้า “ตลาดหุ้นไทย” เหมือนที่กองทุน LTF” เคยทำได้ในอดีต


จึงเป็นที่มาของแนวคิด “ทักษิณ ชินวัตร” ล่าสุดที่ผ่านมานั่นเอง !!!


ถ้าถาม “ทักษิณ ชินวัตร” คงอยากฟื้นกองทุน LTF” ให้กลับมาทำให้หุ้นไทยกลายร่างเป็นกระทิงเขียวเหมือนในอดีตที่เคยทำได้ (แต่นั่นต้องไม่ลืมว่าเป็นเงื่อนไขดั้งเดิม ลดหย่อนภาษีได้ 5 แสนบาท ลงทุนแค่ 5 ปี ปฏิทินนะ)


ถ้าถาม “กรมสรรพากร” คงไม่อยากให้ เพราะเหมือนไป “อุ้มคนรวย” สุดท้ายคนที่เข้ามาใช้ประโยชน์ก็เป็นคนกลุ่มเดิมๆ ถ้าเป็นฐานภาษีกลาง-ล่าง เท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน “ก็เพียงพอแล้ว” ใช้กันยังไม่เต็มวงเงินเลย


จะลงทุน “หุ้นไทย” อย่างเดียวหรือ?...“กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) ก็มี, กองทุน  ThaiESG” ก็มี ก็ไปใช้กันซิ


ถ้าถาม “ตลาดทุน” ก็คงอยากให้มีเช่นกัน แต่ขอ “เงื่อนไขดั้งเดิม” เลยนะ ลดหย่อนภาษี 5 แสนบาท ลงทุนแค่ 5 ปี (จะ 5 ปีปฏิทิน หรือ 5 ปี นับจากวันที่ซื้อไม่เกี่ยง) เพราะเงื่อนไขใหม่กองทุน ThaiESG” พิสูจน์มาแล้ว...ระยะเวลาลงทุน 5 ปี พอให้นักลงทุนมองข้ามโอกาสขาดทุนหนักในตลาดไปได้


แต่ถ้าจะมาแบบไม่มาทั้งใจ...ก็อย่ามาเสียดีกว่า


จะเป็นเหมือน SSF และ ThaiESG (เงื่อนไขเดิม) ที่ไม่ได้ตอบโจทย์ดึงเงินเข้าตลาดหุ้นไทยแต่ประการใด


ซ้ำร้าย...สุดท้ายเป็นภาระของ “บลจ.” ในการดูแลบริหารจัดการกองทุนเหล่านี้ต่อไปอีก ทำให้จำนวนกองทุนของแต่ละบลจ.มากขึ้น อยากจะยุบรวม ควบรวมก็ทำได้ยากอีก

เฮ้อ...