Official Update :

“ก.คลัง”...เตรียมอัพประโยชน์ภาษี “ThaiESG” สูงสุด 6 แสนบาท "เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว" หวังดึง “เงินใหม่” เข้าดัน “ตลาดหุ้นไทย”

“ก.คลัง” ไม่หยุดแค่ “สกัดเงินขาย LTF”…เตรียมจัดโปรแรง “ฉก.” อัพประโยชน์ภาษี “ThaiESG” สูงสุด 6 แสนบาท "เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว" หวังดึง “เงินใหม่” เข้าดัน “ตลาดหุ้นไทย” แต่ “กำหนดเวลา” ลงทุนแค่ 2 เดือน !!!


กระแสข่าว “กู้ชีพตลาดหุ้นไทย” จาก “ก.คลัง” ยังมีออกมาเป็นระยะๆ ล่าสุด อาจจะมี “มาตรการเฉพาะกิจ” (ฉก.) เสริมเพื่อ “ดึงเงินใหม่” เข้า “ตลาดหุ้นไทย” เพิ่มเติม


โดยจะเพิ่มประโยชน์ทางภาษี “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) เป็น 600,000 บาท เพิ่มขึ้นอีก 300,000 บาท หรือเพิ่มขึ้น “เท่าตัว” เลยทีเดียว


แต่จะ “จำกัดระยะเวลาใช้สิทธิ” แค่เพียง 2 เดือน เท่านั้น !!!


ตรงนี้ รายละเอียดยังคงต้องรอ “ก.คลัง” ชี้แจงชัดๆ อีกเช่นเคยว่าจะเป็นยังไง?


แต่ถ้า ไม่โฟกัสที่ “หุ้นไทย” เงินที่จะไหลเข้ามา...อาจจะไหลไป “ตราสารหนี้” หรือ “ผสม” แทนได้


ต้องไม่ลืมว่า ThaiESG” มีสินทรัพย์ให้เลือกหลายอย่าง ไม่ใช่มีเฉพาะ “หุ้นไทย” เท่านั้น (และยังจำกัดแค่หุ้นไทยยั่งยืนด้วย ซึ่งต่างจากกองทุน LTF ที่ Universe ของหุ้นจะกว้างกว่ามาก)


ณ 31 ม.ค. 25 กองทุน ThaiESG” มีสินทรัพย์สุทธิ 32,196.30 ล้านบาท ประกอบด้วย

  • “ตราสารหนี้ยั่งยืน” 88%

  • “หุ้นไทยยั่งยืน” 43%

  • กองผสมยั่งยืน” 69%


แต่ถ้าโฟกัสว่า โปรนี้ เฉพาะ “หุ้นไทย” เท่านั้น ก็ต้องวัดใจนักลงทุนไทยกันว่า...จะให้น้ำหนักเรื่องไหนมากกว่ากัน

  • ประโยชน์ภาษีที่เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

  • โอกาสผลตอบแทนใน “ตลาดหุ้นไทย” ช่วง 5 ปี ข้างหน้า


สำหรับนักลงทุนกลุ่ม “ฐานภาษีสูง” เชื่อว่า ส่วนใหญ่คงใช้สิทธิ (เหมือนที่ สรรพากร เคยท้วงติงไว้ว่าจะมีเพียงคนกลุ่มหนึ่งที่ใช้ประโยชน์ตรงนี้)


ส่วนคนที่ “ฐานภาษีกลาง-ต่ำ” อันนี้คงต้องชั่งใจ เพราะเชื่อว่าเพดานเดิมที่ 300,000 บาท ก็ใช้กันไม่เต็มอยู่แล้ว เพิ่มมา คงไม่เป็นประโยชน์เท่าไร ถ้าต้องไปถูกล็อกในนโยบาย “หุ้นไทย” อย่างเดียว จะได้คุ้มเสียหรือไม่


ข้อมูลที่น่าสนใจของ “ตลาดหุ้นไทย” ผลตอบแทนในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา (2015-2024) อยู่ที่ 1.80% ต่อปี ในขณะที่ความเสี่ยงอยู่ที่ 20.3% ต่อปี (ใครฐานภาษีไม่สูงกว่า 20% อาจหนักใจกับความผันผวนของตลาดพอสมควรเลยทีเดียว)


อย่างไรก็ตาม ทั้งมาตรการ “สกัดแรงขาย LTF” และ “ดึงเงินใหม่เข้าหุ้นไทย” นี้ ยังเป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น รายละเอียดจริงๆ จะเป็นเช่นไรนั้น คงต้องรอทาง “ก.คลัง” ต้นเรื่องให้รายละเอียดกันอีกครั้งว่าจะมีหรือไม่ มีกี่มาตรการ และแต่ละมาตรการมีรายละเอียดยังไงเท่านั้นเอง