“บลจ.ไทยพาณิชย์”...ส่ง “SCBABOND” ลุยตราสารหนี้เอเชีย ขาย IPO 15-21 ก.ค.นี้

นายอาชวิณ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดตราสารหนี้เอเชียนับว่ามีความน่าสนใจ โดยได้รับการสนับสนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากนักลงทุนสถาบัน ซึ่งกว่า 71% ของการลงทุนเป็นเม็ดเงินที่ไหลมาจากนักลงทุนเอเชีย บริษัทฯ จึงได้เล็งเห็นโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดดังกล่าว จึงได้เปิดเสนอขาย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Asian Fixed Income SCB Asian Fixed Income : SCBABOND)’ มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท เริ่มเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 15 - 21 ก.ค. 21 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท


ตลาดตราสารหนี้เอเชียถือเป็นสัดส่วนหลักในดัชนี Corporate Emerging Market Bond โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีประมาณ 20% ตั้งแต่ปี 2008 นอกจากนี้ยังมี spread premium เหนือกว่าตลาดจากยุโรป และสหรัฐฯ จากการที่ธนาคารกลางในเอเชียยังคงดำเนินนโยบายแบบผ่อนคลายและใช้มาตรการสนับสนุนทางการเงินอย่างเข้มข้น จึงคาดว่าอัตราดอกเบี้ยในเอเชียจะดีกว่าอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted return) ตลาดนี้ก็มีความน่าสนใจกว่าเมื่อเทียบกับตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคอื่น ดังนั้น การลงทุนในตลาดตราสารหนี้เอเชียจึงเป็นการช่วยกระจายความเสี่ยงในพอร์ตลงทุน และมีความผันผวนน้อยเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ



(นายอาชวิณ อัศวโภคิน)



นายอาชวิณ ยังกล่าวอีกว่า ‘กองทุน SCBABOND’ เป็นกองทุนบริหารเชิงรุก ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ได้แก่ ‘DWS Invest Asian Bonds’ (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน (share class) USD FC50 ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน บริหารโดย ‘DWS Investment S.A.’ จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก และอยู่ภายใต้ UCITS 


โดยกองทุนหลักจะเน้นลงทุนในตราสารหนี้ เช่น Corporate, Quasi-Sovereign และ Sovereign Bonds ที่เป็นตราสารหนี้ที่ออกในเอเชีย อาทิ อินเดีย เกาหลี ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย จีน ฮ่องกง และไต้หวัน เป็นต้น นอกจากนี้ยังกำหนดกรอบการลงทุนโดยกำหนดให้ Credit Rating ไม่เกิน 20% ที่ต่ำกว่า B-, ผู้ออกตราสารไม่เกิน 5% ต่อราย และความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม่เกิน 10% ในสกุลท้องถิ่น ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการลงทุน


“สำหรับกองทุนหลักบริหารโดยทีมบริหารที่มีประสบการณ์ลงทุนในตราสารหนี้ของเอเชียยาวนานกว่า 27 ปี และได้รับรางวัลทรงคุณวุฒิจากหลายเวที ด้วยกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกแบบ Benchmark Agnostic โดยไม่ยึดกับน้ำหนักการลงทุนตามดัชนี ทำให้มีความคล่องตัวในการบริหารสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนได้อย่างฉับไว นอกจากนี้ ยังเน้นการทำ credit selection อย่างระมัดระวัง พร้อมทั้งให้ความสำคัญต่อการรักษาและเติบโตของเงินต้น โดยเริ่มต้นจากมุมมองมหภาค ไปยังการคัดเลือกตราสารรายตัวเข้าสู่พอร์ตลงทุนส่งผลให้กองทุนหลักสามารถที่จะให้ผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted return) ได้ในระดับที่น่าสนใจ”


ทั้งนี้ กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 8.9% เทียบกับดัชนีอ้างอิง JP Morgan Asian Credit Index อยู่ที่ 5.6%  (ที่มา: DWS ณ วันที่ 31 พ.ค. 21)

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
เมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us