“บลจ.วี”…ส่งกองตราสารหนี้ ‘WE-CRETURN6M2-UI’ ขายต่อเนื่อง IPO วันที่ 23-28 ธ.ค. นี้

“บลจ.วี”...ปลื้ม หลังกองทุนแรกเป็นไปตามคาดการณ์มอบผลตอบแทนผู้ลงทุน ส่ง ‘WE-CRETURN6M2-UI’ กองที่ 2 ต่อเนื่อง ลงทุนอ้างอิงหุ้นพื้นฐานดีทั่วโลก ใน ‘ตราสารหนี้ FCN’ อ้างอิงหุ้นSemiconductor -Healthcare & China domestic play-E-commerce เปิด IPO วันที่ 23-28 ธ.ค. นี้

นายอิศรา พุฒตาลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วี จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทได้เปิดขาย ‘กองทุนเปิด วี คอมเพล็กซ์ รีเทิร์น 6M1 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (WE-CRETURN6M1-UI)’ อายุโครงการประมาณ 6 เดือน ลงทุนในตราสารหนี้ FCN อ้างอิงหุ้น 3 ตระกร้า 9 หลักทรัพย์ ไปในช่วงเดือนมิ.ย. 20 ที่ผ่านมา ปัจจุบัน ‘กองทุน WE-CRETURN6M1-UI’ เป็นไปตามคาดการณ์ ราคาทั้ง 3 ตะกร้า 9 หลักทรัพย์มากกว่าหรือเท่ากับ 80% ของมูลค่าหุ้นอ้างอิงเริ่มต้น (กรณีที่ 1)และครบกำหนดอายุตราสารที่ลงทุนทำให้กองทุนได้รับผลตอบแทนที่ 10% ต่อปี บริษัทจัดการจะดำเนินการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ และวันชำระค่าขายคืนหน่วยลงทุนจะดำเนินการสับเปลี่ยนไปยัง ‘กองทุนเปิด วี มันนี่ มาร์เก็ต’ ในวันที่ 23 ธ.ค. 20 และปิดกองทุนดังกล่าว

(คุณอิศรา พุฒตาลศรี)

“บริษัทประเมินว่า หลังจากเริ่มมีการใช้วัคซีนในสหรัฐฯ และอังกฤษ ทำให้สถานการณ์ต่อการกลับมาฟื้นตัวของเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น แม้ว่าจะยังมีผู้ติดเชื้อในหลายประเทศทั้งในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย ยังเพิ่มขึ้นอยู่ อีกทั้งยังต้องจับตาดูผลข้างเคียง (Side effect) ของการใช้วัคซีนด้วยจะมีผลมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม การคลายมาตรการล็อคดาวน์ในหลายประเทศให้กลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ พร้อมด้วยการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้นโดยเฉพาะประเทศจีนมีการบริโภคภายในประเทศที่เติบโตสูง ขณะเดียวกันการใช้มาตรการอัดฉีดเงินและคงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำ ของหลายประเทศ ทำให้มีกระแสเงินลงทุน (Fund flow ) ไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในกลุ่มตลาดเกิดใหม่”

จึงเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นกลับเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น (Risk-on) โดยเฉพาะหุ้น กลุ่มE-commerce, กลุ่ม Healthcare และ กลุ่ม Semiconductorที่ใช้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่างๆ

ดังนั้นเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนต่อเนื่อง บริษัทจึงเสนอขาย ‘กองทุนเปิด วี คอมเพล็กซ์ รีเทิร์น 6M2 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (WE-CRETURN6M2-UI)’ ระหว่างวันที่ 23-28 ธ.ค. 20 โดยลงทุนในหุ้นกู้อนุพันธ์ประเภท Fixed Coupon Note (FCN) ที่สร้างโอกาสจากการจ่ายดอกเบี้ยในอัตราคงที่ของตราสารประมาณ 8% ต่อปี และคืนเงินต้นโดยอ้างอิงกับผลการดำเนินงานของหุ้นต่างประเทศในกลุ่มที่มีปัจจัยพื้นฐานดี เช่น กลุ่มการค้าออนไลน์ (E-commerce), ธุรกิจเฮลแคร์และกลุ่มบริโภคและบริการในประเทศจีน (China Domestic) และกลุ่มSemiconductor

นายอิศรา ยังกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ‘กองทุน WE-CRETURN6M2-UI’ คาดว่าจะลงทุนในหุ้นกู้อนุพันธ์ที่ออกโดยสถาบันการเงินที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ Investment Grade ที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง 3 ราย ได้แก่ 1) SocieteGenerale ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศฝรั่งเศส 2) EFG International Finance ธนาคารในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ที่เน้นบริการบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคล (Private Banking) และบริหารจัดการกองทุน และ 3) Leonteq Securities AG สถาบันการเงินในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการเงินและเทคโนโลยี ในสัดส่วนผู้ออกละประมาณ 33% ของพอร์ตการลงทุน

โดยตราสารหนี้อนุพันธ์ดังกล่าวจะคืนเงินต้นโดยอ้างอิงกับผลการดำเนินงานของตะกร้าหลักทรัพย์ใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรม คือ 1) หุ้น E-commerce ได้แก่ Pinduoduo (PDD US) , Meituan (3690 HK) และ ShoplfyInc (SHOP US) 2) หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์และการบริโภค-บริการ ได้แก่ Ping An Healthcare and Technology (1833 US) , Teladoc Health ,Inc (TDOC US) และ Xiaomi Corp.(1810 HK) และ 3) กลุ่มSemiconductor ได้แก่ NVIDA Corporation (NADA), Advance Mico Devices, Inc (AMD US) Micron Technilogy, Inc (MU US) ซึ่งเป็น 3 กลุ่มธุรกิจที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งในการสนับสนุนการเติบโต

ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดอายุตราสาร FCN ประมาณ 6 เดือน ‘กองทุน WE-CRETURN6M2-UI’ มีการไถ่ถอนตราสารและการชำระราคา เมื่อเกิดกรณี ดังนี้

กรณีที่ 1 : ผลการดำเนินงานของหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) ที่มีผลการดำเนินงานต่ำที่สุดในตะกร้าหลักทรัพย์ (Basket) ณ วันครบอายุตราสารมากกว่าหรือเท่ากับ 80% ของมูลค่าหุ้นอ้างอิงเริ่มต้น กองทุนรับ เงินต้นพร้อมกับดอกเบี้ยจากตราสาร ณ เดือนที่ 6 ซึ่งเป็นการจ่ายผลตอบแทนในอัตราคงที่ (Fixed Coupon) ที่ 8% ต่อปี คือ ที่มูลค่าหน่วยลงทุนอย่างน้อย 10.40 บาทต่อหน่วย ด้วยการรับซื้อหน่วยลงทุนอัตโนมัติทั้งหมดให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนและปิดกองทุน

กรณีที่ 2 : ผลการดำเนินงานของหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) ที่มีผลการดำเนินงานต่ำที่สุดในตะกร้าหลักทรัพย์ (Basket) ณ วันครบอายุตราสารต่ำกว่า 80% ของมูลค่าหุ้นอ้างอิงเริ่มต้น กองทุนรับดอกเบี้ยจาก ตราสาร และตัวหุ้นที่มีผลการดำเนินงานต่ำสุดเข้าไปในพอร์ต โดย

  1. กองทุนจะจ่ายผลตอบแทนในอัตราคงที่ (Fixed Coupon) ที่ 8% ต่อปี โดยวิธีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติเข้าบัญชีผู้ถือหน่วยลงทุน ประมาณ 40 บาทต่อหน่วยลงทุน
  2. กองทุนรับส่งมอบหุ้นที่มีผลการดำเนินงานต่ำสุด ในราคา strike price (80% ของราคาเริ่มต้น) และเป็นกองทุนเปิด โดยผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ และปิดกองทุนเมื่อราคาหน่วยลงทุนแตะระดับ 40 บาท โดยการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติไปยังกองทุน WE-MONEY-R

“แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา ราคาหุ้นโลก (Global Stock) ได้ปรับตัวสูงขึ้นค่อนข้างมาก เช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลโลยี และเฮลท์แคร์ แต่ บริษัทมองว่า การเลือกลงทุนในหุ้นทั่วโลกเป็นรายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานดี หากเกิดขายทำกำไร การปรับตัวลงของราคาจะไม่มากนัก ดังนั้น ผลิตภัณฑ์การลงทุนที่อ้างอิงผลการดำเนินงานกับหุ้น Global Stock ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เติบโตและได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจพร้อมกับการป้องกันการระบาดของโควิด จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยกองทุนดังกล่าวจะเสนอขายกับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษเท่านั้น หรือ Ultra Accredited Investor Mutual Fund”

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us