“บลจ.ไทยพาณิชย์”...แนะเสริมทัพพอร์ตด้วยหุ้นโครงสร้างพื้นฐานกับ “SCBGIF/SCBRMGIF” เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน พร้อมเอาชนะอัตราเงินเฟ้อ
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกที่มีการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยกลับสู่สภาวะปกติ โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้วที่กระจายวัคซีนครอบคลุมประชากรในระดับสูง ซึ่งคาดว่าในระยะถัดไปจะยังคงได้รับปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้ว ทำให้สามารถขยายตัวได้เหนือกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แนะนำกองทุนสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงสูงและต้องการลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก รวมถึงนักลงทุนเพื่อต้องการสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งนักลงทุนสามารถซื้อได้ในทุกช่องทางรวมถึงผู้สนับสนุนการขายทุกราย ได้แก่

(นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)
-‘กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ อิควิตี้ (SCBGIF)’ เป็นกองทุนประเภท Active เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ได้แก่ ‘DWS Invest Global Infrastructure’ (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน (share class) IDH (P) ในสกุลเงินยูโร บริหารงานภายใต้ความดูแลของ ‘DWS Investment GmbH’
“มีนโยบายลงทุนในหุ้นของผู้ประกอบธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก อย่างน้อย 70% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน โดยกองทุนหลักจะลงทุนในหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก ที่ลักษณะรายได้ของธุรกิจมีแนวโน้มการปรับตัวไปกับเงินเฟ้อ จึงเสมือนเป็นการป้องกันเงินเฟ้อให้กับเงินลงทุน สำหรับโครงสร้างพื้นฐานฯ ที่ลงทุนนั้นจะเป็นสินทรัพย์หรือการให้บริการที่เป็นสิ่งจำเป็น รวมถึงการลงทุนที่มีการควบคุมหรือการผูกขาดทั้งจากภาคเศรษฐกิจ เช่น การขนส่ง สาธารณูปโภค พลังงาน คลังสินค้า โทรคมนาคม และภาคเอกชน เช่น สิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษา สิ่งอำนวยความสะดวกทางสุขภาพ สิ่งอำนวยความสะดวกทางการพิจารณาคดี เป็นต้น ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการลงทุน”
สำหรับ ‘กองทุน SCBGIF’ เป็นกองทุนที่ติดอันดับจากมอร์นิ่งสตาร์ในทุก Share Class ทั้งยังเป็นกองทุนที่สามารถทยอยลงทุนได้ในทุกช่วงสภาวะของตลาด และเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ เนื่องจากจะมีสัดส่วนของการลงทุนในหุ้นผสมอยู่แต่มีโอกาสการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาวสูงกว่า โดยบริษัทฯ ได้เปิดให้นักลงทุนได้เลือกลงทุนถึง 3 Share Class ได้แก่
(1) SCBGIF – ชนิดรับซื้อคืนอัตโนมัติ มีกำหนดรับซื้อคืนไม่เกินปีละ 2 ครั้ง
(2) SCBGIFP – ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล
“โดยทั้ง SCBGIF และ SCBGIFP จัดเป็นกองทุน 4 ดาว ประเภท Thailand Fund Global Infrastructure ของมอร์นิ่งสตาร์ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 21)”
(3) SCBRMGIF – ชนิดกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ จัดเป็นกองทุน 5 ดาว ประเภท Thailand Fund Global Infrastructure ของมอร์นิ่งสตาร์ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 21)
“นับตั้งแต่ต้นปีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยกลับสู่สภาวะปกติ โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้วที่การกระจายวัคซีนครอบคลุมประชากรในระดับสูง สำหรับในระยะถัดไปคาดว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก จะยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วที่ยังคงสามารถขยายตัวได้เหนือกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ประกอบกับความเสี่ยงจากการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 กลายพันธุ์อย่างเดลต้า จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไม่มากนัก รวมถึงการผ่านร่างงบประมาณลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 4 จะเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติมอีกด้วย”
