KTAM ส่งกองทุน “KT-ARE” ชูกลยุทธ์ Absolute Return สู้ผันผวนทุกสภาวะตลาด IPO 23-29 เม.ย. นี้

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูงในปัจจุบัน การพึ่งพาเพียงแต่วิธีการลงทุนแบบดั้งเดิมที่ต้องรอให้ตลาดเป็นขาขึ้นเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอต่อการสร้างผลตอบแทนและรักษาสมดุลให้กับพอร์ตการลงทุนอีกต่อไป ทำให้นักลงทุนเริ่มมองหาเครื่องมือหรือกลยุทธ์ทางเลือกใหม่ ๆ ที่สามารถสร้างโอกาสเติบโตในทุกสถานการณ์ได้ บริษัทฯ จึงได้เปิดเสนอขาย กองทุนเปิดเคแทม Absolute Return Equity (KT-ARE) (ความเสี่ยงระดับ 6) ซึ่งเป็นกองทุนที่มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวก (Absolute Return) ไม่ว่าสภาวะตลาดจะขึ้นหรือลงก็ตาม โดยกำหนดเปิดเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 23 – 29 เม.ย. 69 นี้


(นางชวินดา หาญรัตนกูล)


กองทุน KT-ARE เป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Fidelity Funds - Absolute Return Global Equity Fund (กองทุนหลัก)ในหน่วยลงทุน Y-PF-ACC-USD โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกรวมถึงบริษัทในประเทศตลาดเกิดใหม่ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของ NAV ทั้งนี้ กองทุนหลักจะใช้กลยุทธ์คัดเลือกและถือสถานะซื้อหลักทรัพย์ (Long) ที่ประเมินว่ามีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง (Undervalued) ควบคู่ไปกับการถือสถานะขายหลักทรัพย์ (Short) ที่ประเมินว่ามีราคาสูงกว่ามูลค่าที่เหมาะสม (Overvalued)


นอกจากนี้ กองทุนหลักมีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Market Neutral โดยจะพยายามควบคุมให้ค่าความผันผวนของพอร์ตการลงทุน (Beta) ใกล้เคียงกับ 0 เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ไม่มีความสัมพันธ์กับสภาวะตลาดหุ้นทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งนี้ ทำให้กองทุนหลักสามารถสร้างผลตอบแทนเป็นบวกได้ถึง 18 ไตรมาส จากทั้งหมด 21 ไตรมาสนับจากจัดตั้งกองทุน และที่สำคัญคือ ในช่วงเวลาที่ตลาดผันผวน กองทุนหลักยังมีสถิติการติดลบสูงสุด (Max Drawdown) เพียง -5.2% ซึ่งถือว่าตํ่ามากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นโลก ซึ่งจุดเด่นเหล่านี้นับว่าทำให้กองทุน KT-ARE จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มเสถียรภาพให้กับพอร์ตการลงทุนในยุคนี้ (ที่มา: KTAM, Fidelity International และ Bloomberg, ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 63 - วันที่ 31 ธ.ค. 68 โดยคํานวณบนพื้นฐาน NAV-to-NAV ในสกุลเงิน USD และคํานวณเป็นรายไตรมาส ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนหลัก มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต)


สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแบบ Market Neutral นั้น ถือเป็นกลยุทธ์ที่มุ่งหวังสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกในทุกสภาวะตลาด โดยพยายามทำให้พอร์ตการลงทุนไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับทิศทางของตลาดหุ้น ณ ขณะนั้น ซึ่งการลงทุนแบบ Market Neutral นับว่าเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงที่ดีเยี่ยมโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดทั่วโลกมีความผันผวน


อีกทั้ง กองทุนหลักยังมีปรัชญาการลงทุนที่แข็งแกร่ง โดยเน้นใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเชิงลึกรายหลักทรัพย์เพื่อสร้าง Alpha โดยมุ่งสร้างผลตอบแทนแบบสัมบูรณ์ (Absolute Return) ในระยะยาว ผ่านการเฟ้นหาโอกาสเฉพาะตัวของแต่ละบริษัท พร้อมทั้งอาศัยความเชี่ยวชาญของทีมนักวิเคราะห์ระดับโลกของทาง Fidelity ที่มีมากกว่า 130 คน ครอบคลุมการวิเคราะห์บริษัทมากกว่า 2,500 แห่งทั่วโลกซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคัดเลือกหุ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ กองทุนหลักยังมุ่งหวังผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยงที่เหนือกว่า (Risk Adjusted Return) โดยตั้งเป้าให้การคัดเลือกหุ้นเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนทั้งผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุน ด้วยการใช้กลยุทธ์ Short เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้าง Alpha และช่วยลด Beta ของพอร์ตการลงทุนให้ต่ำลงอีกด้วย


สำหรับข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค. 69 กองทุนรวมหลักได้มีการกระจายการลงทุนไปยังหุ้นกลุ่มต่าง ๆ ทั่วโลก โดยลงทุนในหลักทรัพย์ 5 อันดับแรก ได้แก่ SK Hynix ผู้นำด้านการผลิตชิปจากเกาหลีใต้, Samsung Electronics บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามชาติรายใหญ่ของเกาหลีใต้,Siemens Energy ผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานระดับโลก, Standard Chartered สถาบันการเงินและธนาคารชั้นนำระดับสากลจากสหราชอาณาจักร และ L3Harris Technologies บริษัทเทคโนโลยีการป้องกันประเทศรายใหญ่ระดับโลกจากสหรัฐฯ (ที่มา: Fidelity International ทั้งนี้ สัดส่วนการลงทุนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนหลัก)


“ในปัจจุบันโลกการลงทุนยังเผชิญความไม่แน่นอนรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นทิศทางของอัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ การชะลอตัวของเศรษฐกิจในบางประเทศ ตลอดจนแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีโอกาสผันผวนและแกว่งตัวเป็นระยะ ถึงแม้จะมีจังหวะฟื้นตัวขึ้นมาบ้างก็ตาม ด้วยสภาวะเช่นนี้ กลยุทธ์การลงทุนแบบ Market Neutral จึงมีความน่าสนใจและตอบโจทย์ยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นแนวทางที่มุ่งลดการพึ่งพาทิศทางความเคลื่อนไหวของตลาดโดยรวม แต่เปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการคัดเลือกหลักทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างมีระบบ ทำให้กลยุทธ์นี้จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเสริมความยืดหยุ่นและลดแรงกระแทกให้กับพอร์ตการลงทุนในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความผันผวนนี้นางชวินดา กล่าว


ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการได้ที่ บลจ.กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 หรือธนาคารกรุงไทย และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ www.ktam.co.th สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ได้ที่ https://bit.ly/KTSTSignIn


ปัจจัยความเสี่ยงของกองทุน KT-ARE ที่สำคัญ : ความเสี่ยงด้านตลาด ความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ ความเสี่ยงจากการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงของประเทศที่ลงทุน ความเสี่ยงของตลาดเกิดใหม่ ความเสี่ยงของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ความเสี่ยงจากความคลาดเคลื่อนของการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ความเสี่ยงในเรื่องคู่สัญญาในการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่อง ความเสี่ยงจากข้อจำกัดการนำเงินลงทุนกลับประเทศ และความเสี่ยงที่เกิดจากการย้ายการลงทุนไปกองทุนอื่น


ปัจจัยความเสี่ยงของกองทุนหลักที่สำคัญ : ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับประเทศจีน ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสถานะ Qualified Foreign Investor (QFI) ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโครงการ Shanghai และ Shenzhen Hong Kong Stock Connect ความเสียงที่เกี่ยวข้องกับตลาด China Interbank Bond Market (CIBM) และ Bond Connect ความเสียงที่เกี่ยวข้องกับตลาด ChiNext และกระดานนวัตกรรบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของตลาดหลักทรัพย์เชียงไอ้ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้ Dim Sum ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเงินหยวนในประเทศและนอกประเทศ ความเสี่ยงจากการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้เพื่อการลงทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติด้านภาษีของสารารณรัฐประชาชนจีน ความเสี่ยงของหลักทรัพย์แปลงสภาพ ความเสี่ยงของคู่สัญญาและหลักประกัน ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากตราสารอนุพันธ์ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับตราสารอนพันธ์ที่ชื่อขายในตลาด ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับตราสารอนพันธ์นอกตลาด ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับตราสารอมพันธ์นอกตลาด ความเสี่ยงของตลาดเกิดใหม่ ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารทุน ความเสี่ยงจากการป้องกันความเสี่ยง ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงจากการใช้เลเวอเรจ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงด้านตลาด ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย ความเสี่ยงจากการเปิดสถานะขาย และความเสี่ยงด้านอสังหาริมทรัพย์


คำเตือน : การลงทุนในหน่วยลงทุนกองที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน มีความแตกต่างจากการลงทุนในกองทุนรวมทั่วไป แม้ว่าจะเคยมีประสบการณ์ในการลงทุนในหน่วยลงทุนอื่นมาก่อน ผู้ลงทุนควรทําความเข้าใจถึงลักษณะสินค้า ความเสี่ยงและเงื่อนไขผลตอบแทนของกองทุน และควรขอคําแนะนําเพิ่มเติมจากผู้แนะนําการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน / กองทุนนี้มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงโดยดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ในกรณีที่กองทุนไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจํานวนผู้ลงทุนอาจจะขาดทุน หรือได้รับเงินคืนต่ากว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us