"กองหุ้นญี่ปุ่น" ไม่สะดุ้ง "สงคราม" ปีนี้เขียวยกแผง-โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +11.97% (ดีสุด +21.29%, แย่สุด +1.25%)...บวกตามดัชนี "Nikkei225" ที่ปีนี้บวกไปแล้วกว่า +15.39%
แม้ “สงคราม” ในตะวันออกกลางจะทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด อีกหนึ่งตลาดที่ปีนี้ยังเดินหน้าบวกได้อย่างต่อเนื่องก็คือ “หุ้นญี่ปุ่น” ปีนี้ดัชนี “Nikkei225” บวกมาแล้วกว่า +15.39% (ที่มา: Google Finance, วันที่ 28 เม.ย. 26)
ทำให้ผลงานของ “กองทุนหุ้นญี่ปุ่น” ปีนี้เขียวยกแผง ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +11.97% (ดีสุด +21.29%, แย่สุด +1.25%)
สำหรับ 5 “กองหุ้นญี่ปุ่น” ที่มีผลงานดีสุดนั้น (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่มีนโยบายเดียวกัน) ทำผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง +20.76% นำมาโดย
-
“SCBNK225E” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +29%
-
“B-JPPASSIVE” ของบลจ.บัวหลวง +97%
-
“TISCOJP” ของบลจ.ทิสโก้ +85%
-
“SCBRMJP” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +51%
-
“KT-JPFUND-A” ของบลจ.กรุงไทย +18%
(ที่มา: global.morningstar.com, วันที่ 23 เม.ย. 26)
ปัจจัยสนับสนุน
- นโยบาย "Sanaenomics": ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี “ซานาเอะ ทาคาอิชิ” (Sanae Takaichi) ที่เน้นการคลังเชิงรุก (Proactive Fiscal Policy) เพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐในด้านความมั่นคง พลังงาน และเทคโนโลยี (Semiconductors/AI) ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ
- วงจรค่าจ้างและเงินเฟ้อ: การเจรจาค่าจ้าง (Shunto) ในปี 2026 มีเป้าหมายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5% ซึ่งจะช่วยเพิ่มอำนาจการซื้อของครัวเรือนและผลักดันให้เงินเฟ้ออยู่ใกล้เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน
- การปฏิรูปบรรษัทภิบาล (Corporate Governance): ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE) ยังคงผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนเพิ่มมูลค่าแก่ผู้ถือหุ้น (Shareholder Returns) ผ่านการซื้อหุ้นคืน (Buybacks) และการจ่ายเงินปันผลที่สูงขึ้น
- การเคลื่อนย้ายเงินทุน: นักลงทุนต่างชาติเริ่มโยกเงินจากตลาดสหรัฐที่เริ่มตึงตัวมายังเอเชีย โดยมีญี่ปุ่นเป็นจุดหมายหลักเนื่องจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ต่ำกว่าและความชัดเจนของการเติบโตภายใน
