“กองหุ้นอินโดนีเซีย” ปีนี้ดิ่งตามดัชนี ติดลบเฉลี่ย -22.68% (ดีสุด -17.95%, แย่สุด -34.91%)…ชี้ “ราคาถูก” สำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว”
ปีนี้ “หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX Composite) ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องกว่า -29% มาอยู่ที่ระดับ 6,200 จุด (ที่มา: Google Finance, วันที่ 2 มิ.ย. 26) ทำ “กองหุ้นอินโดนีเซีย” แดงยกแผงติดลบเฉลี่ย -22.68% (ที่มา: global.morningstar.com, วันที่ 28 พ.ค. 26)
ปัจจุบันมี 3 บลจ. ที่มี “กองหุ้นอินโดนีเซีย” ให้เลือกลงทุน ซึ่งติดลบกันถ้วนหน้า (ไม่นับรวมชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนเดียวกัน)
-
“SCBINDO(A)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ −34.91%
-
“ES-INDONESIA” ของบลจ.อีสท์สปริง -18.90%
-
“ASP-INDO-UI” ของบลจ.แอสเซท พลัส -17.95%
“หุ้นอินโดนีเซีย” ร่วงรับข่าวร้ายไปแล้ว....ชี้ “ราคาถูก” สำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว”
ช่วงที่ผ่านมา “หุ้นอินโดนีเซีย” ปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากข่าวร้ายที่เข้ามาสารพัด
- วิกฤต MSCI Purge (การถูกถอดออกจากดัชนี MSCIครั้งใหญ่): นี่คือชนวนเหตุสำคัญที่สุดของปีนี้ โดยในรอบรีบาลานซ์เดือนพ.ค.26 ทาง “MSCI” ได้ทำการถอดหุ้นอินโดนีเซียออกจากการคำนวณดัชนีมากถึง 19 ตัว (รวมถึงหุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง AMMN, BREN, TPIA, DSSA) เนื่องจากความกังวลเรื่อง "High Shareholding Concentration (HSC)" หรือการกระจุกตัวของหุ้นในกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สูงเกินไป ขาดความโปร่งใสในแง่ Free Float ส่งผลให้เกิดเงินทุนไหลออก (Passive Outflows) จากกองทุนต่างชาติทันทีกว่า 1,300 - 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- แรงกดดันจากค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าทุบสถิติ: “เงินรูเปียห์” (IDR) อ่อนค่าลงอย่างรุนแรงแตะระดับใกล้ 17,870 รูเปียห์/ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ “ธนาคารกลางอินโดนีเซีย” (Bank Indonesia) ต้องประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายถึง 50 bps สู่ระดับ 5.25% เพื่อพยุงค่าเงิน ซึ่งการขึ้นดอกเบี้ยนี้ได้กดดันสภาพคล่องและต้นทุนของภาคธุรกิจ
- การปรับลดมุมมองความน่าเชื่อถือโดย “Fitch Ratings”: ในช่วงเดือนมี.ค. 26 “Fitch Ratings” ได้ปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Outlook) ของอินโดนีเซียลงจาก "เสถียรภาพ (Stable)" เป็น "เชิงลบ (Negative)" เนื่องจากความกังวลด้านภาระทางการคลัง ทำให้นักลงทุนต่างชาติพากันเทขายสินทรัพย์เสี่ยง
- เงินเฟ้อพุ่งสูงรุมเร้า: อัตราเงินเฟ้อในช่วงต้นปีดีดตัวขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี (ที่ระดับ 4.76% ในเดือนก.พ. ก่อนจะชะลอลงมาที่ 3.08% ในเดือนพ.ค.) จากต้นทุนพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งสูงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
“หุ้นอินโดนีเซีย เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ ‘รับความเสี่ยงได้สูง’ และ ‘มีเงินเย็น’ เพื่อรอการฟื้นตัวของโครงสร้างเศรษฐกิจภายใน (Domestic Demand) ในอนาคต ปัจจุบันมูลค่าน่าสนใจ ราคา ‘ถูก’ สำหรับการลงทุน ‘ระยะปานกลาง-ยาว’ แต่ใน ‘ระยะสั้น’ ยังคงมีความเสี่ยงสูงและยังผันผวนอยู่”
ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต
