“บลจ.ไทยพาณิชย์”...ส่ง “SCBJAPAN” บุกตลาดหุ้นญี่ปุ่น ขาย IPO 5 – 11 ต.ค. นี้ มองตลาดยัง laggard มีโอกาสฟื้นตัวอีกมาก

นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทคงเห็นโอกาสเติบโตจากการลงทุนในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหุ้นญี่ปุ่นมีการปรับตัวขึ้นในช่วงปีก่อนหน้า และเริ่มย่อตัวลงโดยตลาดคาดหวังโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นในระยะยาว จึงได้เปิดเสนอขาย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นญี่ปุ่น แอคทีฟ (SCBJAPAN)’ มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท เริ่มเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 5 – 11 .ค. 21 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท ทั้งนี้ ได้เปิดให้นักลงทุนได้เลือกลงทุน 2 รูปแบบ ได้แก่ ชนิดสะสมมูลค่า – SCBJAPAN(A) และชนิดกองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว - SCBJAPAN(SSF) โดยสามารถซื้อได้ในทุกช่องทางรวมถึงผู้สนับสนุนการขายทุกราย



(นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส)



“โดยความน่าสนใจของกองทุนหลัก คือ เป็นกองทุน 5 ดาว ประเภท Japan Large-Cap Equity ของมอร์นิ่งสตาร์ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 21) พร้อมทั้งมีการบริหารเชิงรุก (Active Fund) โดยทีม ‘Native Japanese Professionals’ ภายใต้ปรัชญาการลงทุนในบริษัทที่อยู่ในช่วง Regrowth Stage และหลีกเลี่ยงธุรกิจกลุ่ม Start-up ที่มักมีความผันผวนสูง เน้นลงทุนให้สร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาด และสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนได้ง่ายตามสภาวะของตลาด ต่างกับการบริหารเชิงรับ (Passive Fund) ที่เน้นลงทุนตามดัชนีตลาด ทำให้ผลตอบแทนที่ได้ก็จะใกล้เคียงกับดัชนีตลาด นอกจากนี้ กองทุนยังเน้นพอร์ตการลงทุนที่มีความเชื่อมั่นสูง (high-conviction) ประมาณ 25 - 40 ตัว โดยให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นรายตัวสูงสุดไม่เกิน 10% ซึ่งที่ผ่านมากองทุนหลักสามารถสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่น สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เพื่อการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว”


นางนันท์มนัส ยังกล่าวอีกว่า สำหรับ ‘กองทุน SCBJAPAN’ เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ได้แก่ ‘Goldman Sachs Japan Equity Partners Portfolio’ (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน I Shares (Acc.) ในสกุลเงินเยน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก และอยู่ภายใต้ UCITS โดยกองทุนมีนโยบายเน้นสร้างผลตอบแทนในระยะยาวจากการเลือกลงทุนในหุ้นของบริษัทญี่ปุ่นที่คุณภาพดี และมีศักยภาพในการเติบโตสูง ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการลงทุน


“ส่วนกองทุนหลักบริหารโดย ‘Goldman Sachs Asset Management Fund’ เน้นลงทุนในหุ้นที่มีขนาด Market Cap เริ่มต้นตั้งแต่ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค  กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสุขภาพ และกลุ่มการเงิน เป็นต้น โดยกองทุนจะเฟ้นหาไอเดียการลงทุนเพื่อวิเคราะห์หลักทรัพย์รายตัวเชิงลึก (Bottom –up) ในการประเมินศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจสูงสุด ทั้งนี้ กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 28.23% เทียบกับดัชนีอ้างอิง Topix Index (Net Total Return, Unhedged, JPY) อยู่ที่ 23.38(ที่มา: GSAM ณ 31 ส.ค. 21)


ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้ยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนของกองทุน RMF/SSF กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางภาษี จะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของกองทุน

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
เมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us