“บลจ.ไทยพาณิชย์”...ปลื้ม “กองทุนส่วนบุคคล” สินทรัพย์ทะลุ 5 แสนลบ. ชูจุดเด่นผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ ครบทั้งใน-ตปท.
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) ว่า บริษัทมีการเติบโตของกลุ่มกองทุนส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่อง จากการที่เรามีความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุน และการจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมตรงกับวัตถุประสงค์ จึงทำให้นักลงทุนได้ให้ความไว้วางใจให้บริษัทบริหารเงินลงทุนเพิ่มขึ้น โดยนักลงทุนที่สนใจให้บริษัท บริหารเงินจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลูกค้าบุคคล และกลุ่มลูกค้าสถาบัน

(นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)
“บริษัทยังคงเดินนโยบายในการขยายฐานลูกค้าบุคคลและสถาบันให้มากขึ้น รวมถึงเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ ๆ ที่หลากหลายและซับซ้อนทั้งไทยและต่างประเทศ ครอบคลุมทุกสินทรัพย์ทั่วโลกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุนที่หลากหลายและสอดคล้องกับทิศทางสภาวะเศรษฐกิจการลงทุน ซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการลงทุน และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ที่แตกต่างกันไป”
โดยปัจจุบันแนวโน้มกลุ่มลูกค้าบุคคลจะมีความสนใจในการลงทุนต่างประเทศ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น นอกเหนือจากการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ และตราสารทุนภายในประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากเนื่องจากสภาวะตลาดที่มีความผันผวนตั้งแต่เกิดการระบาดของ COVID-19 รวมถึงอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ค่อนข้างต่ำ ทำให้ลูกค้าบุคคลหรือสถาบันหันมาให้ความความสนใจในสินทรัพย์อื่นที่ได้ผลตอบแทนสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังรวมถึงลูกค้าสถาบันจากเดิมที่เคยบริหารเงินเองก็หันมาลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลมากขึ้น เพื่อต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยบริหารเงินให้โดยเฉพาะในด้านการวิเคราะห์เครดิต
นายณรงค์ศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันบริษัทสามารถเข้าถึงการลงทุนที่หลากหลายครบวงจร ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนในต่างประเทศที่เป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงยาก โดยบริษัทฯ ได้ลงทุนผ่านทางคู่ค้าต่างประเทศ หรือบริษัทจัดการระดับโลกที่เป็นพันธมิตร ซึ่งทีมผู้จัดการกองทุนจะช่วยเฟ้นหากองทุนต่างประเทศที่น่าสนใจให้ลูกค้าสามารถลงทุนได้ และสามารถบริหารความเสี่ยงได้โดยเลือกป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนได้
“นอกจากนี้ บริษัทมีการออกแบบพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องและเหมาะสมกับความเสี่ยงและข้อจำกัดในการลงทุนของผู้ลงทุนที่หลากหลายขึ้น โดยคำนึงถึงความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้ทั้งกลุ่ม Conservative Investor ที่สามารถรับความเสี่ยงได้ต่ำ หลีกเลี่ยงความผันผวน เน้นการรักษาเงินลงทุนให้ปลอดภัย กลุ่ม Moderate Investor รับความเสี่ยงได้ระดับปานกลาง เลือกการลงทุนที่มีความปลอดภัย แต่สามารถเปิดโอกาสรับความเสี่ยงเพื่อผลตอบแทนที่สูงขึ้น และกลุ่ม Aggressive Investor รับความเสี่ยงได้สูง โดยคาดหวังที่จะได้รับผลตอบแทนที่สูงมากขึ้น”
ทั้งนี้ บลจ.ไทยพาณิชย์ ประสบความสำเร็จจากการได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าสถาบัน และกลุ่มลูกค้าบุคคลที่มีเงินลงทุนสูง (High Net Worth) ในการให้บริษัทฯเข้ามาช่วยบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะในส่วนของสถาบันนั้น มีทั้งหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา สหกรณ์ ตลอดจนบริษัทเอกชนและบริษัทประกัน เป็นต้น
“ปัจจุบันมีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารงานรวม 538,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32,072 ล้านบาทจากสิ้นปี 20 โดยครองส่วนแบ่งตลาด 26.02% (ข้อมูลสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ณ วันที่ 31 ก.ค. 21)
