ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ชะลอ แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่ง เกี่ยวกันยังไง? สรุปให้เข้าใจในแค่ 10 ข้อ

ในปัจจุบัน การจ้างงานที่สหรัฐฯ ลดลง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่พุ่งแรงอาจดูไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ที่จริง ๆ แล้ว มีความเชื่อมโยง และอาจส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงตลาดการเงินทั่วโลก


ในโพสต์นี้ เราจะมาสรุปประเด็นที่เกิดขึ้นและสิ่งที่เราควรรู้ง่าย ๆ ใน 10 ข้อ 


1. Bond Yield สหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี

Bond Yield หรือผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งสูง โดยที่ผ่านมา พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ให้ผลตอบแทนสูงกว่า 5% 


2. สาเหตุสำคัญมาจากความกังวลของนักลงทุน

ทั้งเรื่องเงินเฟ้อที่ยังสูง, หนี้รัฐบาลที่เพิ่มขึ้น, รวมถึงทิศทางดอกเบี้ยในอนาคตที่ยังไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น เพื่อแลกกับการเอาเงินไปให้รัฐบาลกู้ยืม


3. แม้ผลตอบแทนสูงจะดีสำหรับผู้ซื้อพันธบัตร แต่ Bond Yield ที่สูงเกินไปก็เป็นฝันร้ายของลูกหนี้

เพราะเมื่อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น นักลงทุนอาจหันไปลงทุนในพันธบัตรเหล่านี้ แทนการเอาเงินไปลงทุนหรือปล่อยกู้ในที่อื่น ๆ เพราะได้ผลตอบแทนดีและมีความเสี่ยงต่ำกว่า ทำให้ผู้ที่ต้องการกู้เงิน ทั้งภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป อาจต้องยอมจ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้นเพื่อดึงดูดเงินทุน


4. นอกจากนี้ ยังเป็นความท้าทายของตลาดหุ้นทั่วโลกด้วย

เพราะ Bond Yield ที่สูงขึ้น ทำให้พันธบัตรน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับหุ้นที่มีความเสี่ยงมากกว่า นี่อาจทำให้เงินบางส่วนไหลออกจากตลาดหุ้น โดยเฉพาะตลาดหรือหุ้นที่มีความเสี่ยงสูง


5. ล่าสุด บริษัทในสหรัฐฯ เริ่มการจ้างงานใหม่ช้าลง

ในเดือนกันยายน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ชะลอลงจาก 133,000 ตำแหน่งในเดือนก่อนหน้า และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 90,000 ตำแหน่ง


6. ซึ่งการจ้างงานที่ลดลงไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจกำลังแย่ลงเสมอไป

เพราะตัวเลข Nonfarm Payrolls ที่เพิ่มขึ้นน้อยลง หมายถึงบริษัทจ้างพนักงานใหม่ลดลง ไม่ได้แปลว่าบริษัทกำลังเลิกจ้างพนักงานเดิม


7. แม้จะดูแปลก แต่ตลาดแรงงานที่ชะลอตัว ก็เป็นข่าวดีสำหรับคนที่กังวลเรื่อง Bond Yield สูง

เมื่อการจ้างงานชะลอตัว ประชาชนอาจมีเงินใช้จ่ายน้อยลง ซึ่งจะช่วยลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจ และชะลอการขึ้นของราคาสินค้าและเงินเฟ้อ


8. ถ้าเงินเฟ้อไม่ได้เพิ่มขึ้นเร็ว ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ก็อาจไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

และถ้านักลงทุนคิดว่า Fed จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องผลตอบแทนจากพันธบัตรให้สูงขึ้นไปอีก ทำให้ Bond Yield มีโอกาสปรับลงได้บ้าง


9. แต่สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อ คือ ตัวเลขเศรษฐกิจและท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะทั้งสองอาจส่งผลต่อเงินเฟ้อในทิศทางที่สวนทางกัน

แม้เศรษฐกิจที่ร้อนแรงน้อยลง อาจช่วยลดเงินเฟ้อได้ แต่ก็ต้องดูว่าตัวเลขเศรษฐกิจจะออกมาชะลอตัวมากแค่ไหน และจะช่วยลดเงินเฟ้อได้จริงหรือเปล่า


ขณะเดียวกัน ก็ต้องจับตาท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ หลัง Donald Trump ชี้ว่า “เงินเฟ้อในระดับหนึ่ง” สามารถช่วยชำระหนี้สหรัฐฯ ที่แตะ 40 ล้านล้านดอลลาร์ ได้อย่างรวดเร็ว เพราะเงินเฟ้อช่วยลดมูลค่าที่แท้จริงของหนี้


แต่สำหรับผู้ถือพันธบัตรที่ได้รับดอกเบี้ยในอัตราคงที่  เงินเฟ้อที่สูงขึ้นหมายถึงอำนาจซื้อลดลง นักลงทุนจึงอาจเรียกร้องผลตอบแทนสูงขึ้น และกดดันให้ Bond Yield ปรับตัวขึ้นอยู่ดี


10. สำหรับนักลงทุนไทย การเปลี่ยนแปลงของดอกเบี้ยและ Bond Yield สหรัฐฯ ก็สำคัญ

เพราะอาจส่งผลต่อตลาดการเงินไทยได้ 3 ด้าน ได้แก่


(1) เงินทุนเคลื่อนย้าย: หากดอกเบี้ยสหรัฐฯ สูงขึ้น นักลงทุนอาจหันไปลงทุนในสหรัฐฯ มากขึ้น แทนที่จะลงทุนในตลาดเกิดใหม่อย่างไทย 


(2) ค่าเงินบาท: เมื่อนักลงทุนต้องการถือเงินดอลลาร์มากขึ้น ก็อาจทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง


และ (3) ตลาดหุ้นไทย: หากนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยเพื่อเอาเงินไปลงทุนในสหรัฐฯ ก็อาจทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงได้

Most Viewed
Wealth EZ
“มีเงินเดือน-มีค่าเช่า”...ต้อง “ยื่นภาษี” อย่างไร?
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
“ครัวเรือนไทย” ปี26 แบกหนี้อ่วมเฉลี่ย 7.94 แสนบาท… แก้ปัญหาด้วยการ “กู้ยืม” มากสุด 45%... ส่วน “หนี้บัตรเครดิต” พบมากสุด 55.1% !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
เปิดสถิติต่างชาติขายเกิน 5 พันลบ. ตลาดหุ้นไทยร่วงทุกครั้ง พร้อมคัด 3 หุ้นใหญ่ ต้านความผันผวน
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
TIPAK เปิดเทรดวันแรก 1.73 บาท กำเงินระดมทุนอัปเกรดเครื่องจักร มั่นใจครึ่งหลังปี 69 ผลงานฟื้น
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นออสเตรเลีย” อีกหนึ่งตลาดพัฒนาแล้วที่ “ศก.โตดี”... ส่วนธีม “Memory Chip” พร้อมเติบโตไปกับ “AI Megatrend” !!!
เมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us