“บลจ.ทหารไทย-บลจ.ธนชาต”...เปิด 5 ธีมลงทุนรับปีเสือ 2022

“บลจ.ทหารไทย-บลจ.ธนชาต”...เปิด 5 ธีมลงทุนปี 2022 คาดเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวมีความผันผวน ต้องจับตานโยบายการเงินการคลัง แต่เชื่อหุ้น ESG และจีนแผ่นดินใหญ่มาแรง


นายยิ่งยง เจียรวุฑฒิ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน บลจ.ธนชาต (Thanachart Fund Eastspring) เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจและการลงทุนในปี 2022 จะยังคงได้รับผลจากการระบาด COVID-19 ในปีนี้ และจะมีความผันผวนจากการดำเนินนโยบายการเงินและการคลังเป็นหลัก แต่ยังเชื่อว่าในภาพรวมยังมีโอกาสการลงทุน และมีกลุ่มสินทรัพย์ที่น่าสนใจลงทุนอยู่ ซึ่งทีมกลยุทธ์การลงทุนได้แบ่งธีมการลงทุนโลกออกเป็น 5 ธีม โดยเชื่อว่าหากมีการเตรียมพร้อมรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างรัดกุมก็จะทำให้พอร์ตของผู้ลงทุนยังสามารถทำผลตอบแทนได้ตามที่คาดหวังได้


นายบดินทร์ พุทธอินทร์ ผู้อำนวยการส่วนกลยุทธ์การลงทุน บลจ.ทหารไทย (TMBAM Eastspring) กล่าวถึง ธีมแรกสำหรับการลงทุนในปีหน้า คือ  ธีมรับเศรษฐกิจโลกชะลอตัว หลังจากการระบาดของ COVID-19 ช่วงที่ผ่านมา ส่งผลสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แม้ว่าหลายประเทศสามารถประคองให้เศรษฐกิจกลับมาขยายตัวได้ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าในปี 2022 การขยายตัวทางเศรษฐกิจจะกลับมาชะลอตัวลง จากฐานการเติบโตที่สูงในปีนี้และความต้องการที่เริ่มชะลอตัวหลังจากการเปิดประเทศในปีหน้า ดังนั้นการลงทุนในช่วงปี 2022 มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการกระจายสินทรัพย์ลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ และไม่ควรเก็งกำไรในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งหรือภูมิภาค/กลุ่มประเทศใดประเทศหนึ่ง





“ธีมการลงทุนที่สอง คือ การลงทุนที่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงิน
 จากการที่ภาวะเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วเริ่มกลับมาใกล้เคียงกับก่อนเกิด COVID-19 รวมถึงภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นส่งผลให้ในปี 2022 ธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐ ยุโรป และอังกฤษ ต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัวมากขึ้นเพื่อสกัดภาวะเงินเฟ้อ ทั้งลดการเข้าซื้อสินทรัพย์ (QE) และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างฝั่งของธนาคารกลางสหรัฐ หลังจากการประชุมในเดือนธันวาคม จาก Dot plot มีแนวโน้มที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยฯประมาณ 3 ครั้งในปี 2022 ซึ่งอาจเริ่มส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวขึ้นได้”



ดังนั้นในช่วงจังหวะที่ผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้น อาจต้องกระจายลงทุนในหุ้นกลุ่มอื่นบ้าง แทนที่จะเน้นลงทุนกลุ่มเติบโตหรือกลุ่มเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว โดยส่วนตัวมองว่ากลุ่มหุ้นวัฏจักรเช่น ธนาคาร พลังงาน มีความน่าสนใจเหมาะเอาไว้เพื่อกระจายความเสี่ยงและได้ประโยชน์จากผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวขึ้น ในส่วนของตราสารหนี้อาจจะต้องเลือกตราสารที่มีอายุไม่ยาวและเน้นไปยังตราสารประเภท Investment Grade เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวขึ้น


สำหรับ ธีมที่สาม เชื่อว่านโยบายการคลังที่ลดขนาดลงและการขึ้นภาษีจะเป็นปัจจัยในการพิจารณาการลงทุนในปีหน้า จากที่กล่าวข้างต้นว่า หลายประเทศมีการใช้นโยบายการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจในวงเงินที่สูงมาก อย่างในสหรัฐฯ ปีนี้มีการใช้วงเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจประมาณ 16ของ GDP แต่กลับพบว่าในปี 2022 วงเงินในด้านการคลังคาดว่าจะมีการใช้งบประมาณไม่ถึง 10ของ GDP ทำให้เชื่อว่าสหรัฐฯอาจเริ่มเก็บภาษี ทั้งภาษีเงินได้ ภาษีนิติบุคคล และภาษีจากการลงทุน ในปีหน้า ซึ่งอาจส่งผลต่อการบริโภค กำไรบริษัทจดทะเบียน รวมถึงการลงทุนที่อาจผันผวนเพิ่มมากขึ้น  ดังนั้น สำหรับการลงทุนอาจจะต้องเลือกบริษัทที่มีกระแสเงินสดที่ดีเพื่อรองรับการเติบโตที่อาจจะชะลอตัวลง รวมถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น และอาจเพิ่มการลงทุนในหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่มียอดขายเติบโตน่าสนใจติดพอร์ตไว้บ้าง ซึ่งมองว่าจะได้รับผลบวกในกรณีเกิดการขึ้นภาษีนิติบุคคล


สำหรับ ธีมที่สี่ นายวสวัตติ์ บวรเสรีผไท ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ.ทหารไทย (TMBAM Eastspring) ให้ความเห็นว่าในปีหน้าหลายบริษัทจะให้ความสำคัญต่อ ESG โดยเชื่อว่าในปีหน้าหลายบริษัทจะนำเอา ESG เข้ามาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น และในแง่ของการลงทุน ทางผู้จัดการกองทุนทั่วโลกได้มีการตระหนักถึงประเด็น ESG และมีการนำเรื่อง ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาคัดเลือกบริษัทที่เข้าลงทุน ขณะที่ทาง Bloomberg  มีการคาดการณ์ว่าขนาดของกองทุน ESG ที่เป็น ETF อาจเติบโตขึ้นได้ 3-5 เท่าในช่วง 2020-2025 ซึ่งในปี 2020 กองทุน ESG  ประเภท ETF มีมูลค่าประมาณ 2 แสนล้านดอลลาร์ ในปี 2020 และอาจโตได้ถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2025


“สำหรับธีมสุดท้าย นโยบายรุ่งเรืองร่วมกันของ สี จิ้น ผิง จะยังดำเนินต่อไป แต่จีนแผ่นดินใหญ่เริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ ในปีนี้หลังจากที่ทางการจีนได้มีการประกาศนโยบาย รุ่งเรืองร่วมกัน หรือ Common Prosperity เพื่อจัดการความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจน ส่งผลให้หลายอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบโดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยี และบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงด้านการผูกขาดตลาด และในปี 2022 นโยบายนี้จะยังคงอยู่แต่ผลกระทบอาจเริ่มจำกัด และที่สำคัญในปี 2022 จะมีการประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน รวมถึงการเลือกผู้นำคนใหม่ ซึ่งคาดว่าจะยังเป็น สี จิ้น ผิง ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็นวาระที่ 3 และหากไปดูนโยบายต่างๆจะพบว่าจีนมีการดำเนินนโยบายที่ยังคงเน้นการบริโภคในประเทศเป็นหลัก”


ดังนั้นในด้านการลงทุน ตลาดหุ้นจีนอาจฟื้นตัวไม่เท่ากันระหว่าง ตลาดหุ้นฝั่งที่เป็น H Shares และ China ADR ที่อยู่นอกจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าจีนแผ่นดินใหญ่มีความน่าสนใจ เพราะอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เน้นการบริโภคในประเทศ รวมถึง Valuation ยังไม่แพงมาก และมีโอกาสเกิด Country Rotation ได้เนื่องจากในปี 2022 การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในจีน สามารถเติบโตได้ประมาณ 15%-16%  และจากอดีตพบว่าปีใดที่ตลาดหุ้นจีน Underperform มาก ในปีถัดมามีโอกาสที่นักลงทุนจะหมุนการลงทุนไปยังตลาดหุ้นจีน

Most Viewed
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ใช้กระป๋องน้ำอลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100%
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us