“บลจ.ไทยพาณิชย์”...เปิดโอกาสเข้าถึง ‘Private Assets’ ทั่วโลก เปิดขาย ‘SCBGPA’ IPO 17 – 21 ม.ค. นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท
นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า การลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาด (Private Asset ) นับว่าเป็นหนึ่งในการลงทุนที่น่าสนใจเพราะเป็นการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว จึงได้เปิดเสนอขาย ‘กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Private Assets ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (SCBGPA)’ ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Complex fund มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท เริ่มเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 17 – 21 ม.ค. 22 นี้ ด้วยเงินลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำ 500,000 บาท โดยสามารถซื้อ ขาย สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนได้ทุกวันที่ 20 ของเดือน (หากตรงกับวันหยุดทำการของกองทุนจะเลื่อนเป็นวันทำการก่อนหน้า) ได้ที่บลจ.ไทยพาณิชย์ และธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขา

(นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส)
“โดย ‘กองทุน SCBGPA’ จะทำการกระจายการลงทุนหลากหลายหลักทรัพย์และกลยุทธ์ จึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนระยะยาวและช่วยลดความผันผวนแก่พอร์ตการลงทุน ทั้งยังรับมือกับสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นได้ นอกจากนี้ กองทุนยังได้ทีมบริหารเครือข่ายการลงทุนระดับโลกอย่าง ‘Hamilton Lane’ มาเป็นผู้บริหารกองทุนด้วยกลยุทธ์ Deal Flow Strategy และกระบวรการลงทุนที่นำนำเทคโนโลยีและข้อมูลเข้ามาช่วยวิเคราะห์และติดตามการลงทุนอย่างเชี่ยวชาญ จึงทำให้ ‘กองทุน SCBGPA’ นี้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น”
‘กองทุน SCBGPA’ เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ได้แก่ ‘Hamilton Lane Global Private Assets’ (กองทุนหลัก) ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ชนิดหน่วยลงทุน (share class) I-USD สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) กองทุนหลักบริหารโดย ‘Hamilton Lane Advisors, L.L.C.’ จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก และอยู่ภายใต้ UCITS”
โดยมีกลยุทธ์การลงทุนด้วยการกระจายการลงทุนใน Private Assets หลากหลายประเภททั้งตลาดแรก (Direct Credit) และตลาดรอง (Secondaries Direct Equity) รวมถึงลงทุนใน Global Private Asset ด้วยการกระจายการลงทุนในหลายประเทศอย่างสมดุล โดยเน้นลงทุนในทวีปอเมริกาเหนือที่สัดส่วนราว 60% นอกจากนี้ กองทุนยังมีสภาพคล่องรองรับการไถ่ถอนโดยสามารถซื้อขายได้ทุกเดือน ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สำคัญของกองทุนนี้โดยเฉพาะ ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสาหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการลงทุน
สำหรับการขายคืนหน่วยลงทุนนั้น กองทุนหลักอาจพิจารณาจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุน หากมูลค่าการขายคืนหน่วยลงทุนทั้งหมดในแต่ละไตรมาสมากกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ณ สิ้นไตรมาสก่อนหน้า โดยจะพิจารณารับคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนตามสัดสวน สำหรับคำสั่งขายคืนที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรจะนำไปรวมกับคำสั่งขายคืนของไตรมาสถัดไป โดยจะเป็นไปตามข้อกำหนด และผู้ลงทุนมีสิทธิยกเลิกคำสั่งขายคืนในส่วนที่ไม่สามารถดำเนินการขายคืนได้ก่อนจะถึงกำหนดวันที่ซื้อขายถัดไป โดยคำสั่งที่ถูกเลื่อนไปจะไม่ได้รับดอกเบี้ย
“สำหรับกองทุนหลักจะลงทุนใน Private Assets ทั่วโลก ทั้ง Private Equity และ Private Credit เป็นการบริหารแบบเชิงรุกสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนได้ในแต่ละสภาวะตลาด และจะไม่ลงทุนในธุรกิจที่ขัดต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG consideration) โดยมีการจัดพอร์ตการลงทุนแบบลงทุนเต็มจำนวนและไม่มี capital calls ซึ่งจะกระจายการลงทุนใน Private Assets เน้นลงทุนในหุ้นตลาดพัฒนาแล้ว อาทิเช่น Monday.com – ระบบปฏิบัติการที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานและสร้างสภาพแวดล้อมที่โปร่งใสในธุรกิจ, AIT Worldwide Logistics, Inc. – ผู้ให้บริการชั้นนำด้านซัพพลายเชนแบบ end-to-end ระดับโลก และ Medallia - แพลตฟอร์มให้บริการข้อมูลด้าน Customer Experience เป็นต้น ทั้งนี้ กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 22.31% เเละตั้งแต่จัดตั้งอยู่ที่ 51.29% (ที่มา: Hamilton Lane Global Private Assets Fund ณ วันที่ 30 พ.ย. 21)
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
