“บลจ.ไทยพาณิชย์”...จับจังหวะลุยตลาดหุ้นเทคฯ ส่งกองทริกเกอร์ต่อเนื่อง “SCBGTTG3” IPO 18-24 ก.พ. นี้ เป้าหมายทริกเกอร์ 6% ภายใน 6 เดือน

นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ประสบความสำเร็จจากการบริหารกองทุน SCBGTTG เข้าเป้าหมายทริกเกอร์ก่อนกำหนดเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทจึงได้เปิดเสนอขายกองทุนประเภททริกเกอร์ฟันด์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุน โดยกองทุนนี้จะเป็นการลงทุนในกลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Thematic Trigger 3 (SCBGTTG3) มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท เริ่มเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 18 – 24 ก.. 22 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท โดยตั้งเป้าหมายทริกเกอร์ 6% ภายในระยะเวลา 6 เดือน





“ปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญกับทั้งภาคเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก รวมถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจขององค์กรและการดำเนินชีวิตของมนุษย์ที่ได้มีการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วยเปลี่ยนโลก ซึ่งเห็นได้จากนวัตกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ ดังนั้น การลงทุนที่เน้นการเติบโตที่สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคม สภาพเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงพัฒนาการทางเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในโลกอนาคต จึงเป็นหนึ่งในการเพิ่มโอกาสการลงทุนที่จะสร้างผลตอบแทนได้ดี ประกอบกับในขณะนี้เป็นจังหวะที่เหมาะสมต่อการเข้าลงทุน เนื่องจากหุ้นเกี่ยวกับกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐมีการปรับฐานลงมาพอสมควรในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ กองทุน SCBGTTG3 ยังเปิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ 2 ครั้ง ไม่ต้องรอทริกเกอร์เพียงครั้งเดียวเพื่อช่วยลดความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น”


นางนันท์มนัส ยังกล่าวอีกว่า ‘กองทุน SCBGTTG3 มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศอย่างน้อย 2 กองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ทั่วโลก อาทิเช่น หน่วย CIS หน่วยของกองทุนอีทีเอฟ (ETF) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือหน่วย private equity เป็นต้น โดยเน้นหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศที่การลงทุนมีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนได้ตั้งแต่ 0-100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม รวมทั้งกองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน


“ทั้งนี้ กองทุนจะเน้นลงทุนตามธีม US Tech Focused เพื่อเพิ่มโอกาสการลงทุนให้ได้ตามเป้าหมายจากหุ้นเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยเบื้องต้นได้แก่ 1) US Tech – หุ้นเทคโนโลยีที่มูลค่าน่าลงทุน มีโอกาสทำกำไร และมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว 2) Semiconductors – กลุ่มธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ที่เติบโตจากความต้องการใช้งานทั่วโลก 3) Metaverse – เทรนด์เทคโนโลยีมาแรง ที่จะเปลี่ยนโลกของ Social Media การทำงานระยะไกล และเกมส์ให้ให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้น 4) Cloud Computing รองรับการเติบโตของซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันในยุค New Normal และ 5) Blockchain ที่ได้รับประโยชน์จากเทรนด์ Cryptocurrencies และ NFTs


สำหรับเงื่อนไขการทริกเกอร์แบ่งเป็น 2 ครั้ง ได้แก่

ครั้งที่ 1 ในกรณีที่หาก ณ วันทำการใดก็ตามเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนมีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 10.30 บาทต่อหน่วย บริษัทจัดการจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติเพียงครั้งเดียวนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินของโครงการเป็นกองทุนรวม


และครั้งที่ 2 ในกรณีเข้าเงื่อนไขการเลิกกองทุน โดยหาก ณ วันทำการใดก็ตามเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนมีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 10.62 บาทต่อหน่วย บริษัทจัดการจะพิจารณารับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติในอัตราไม่ต่ำกว่า 10.60 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ จะทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนภายใน 5 วันทำการนับแต่วันที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว และจะชำระเงินค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติภายใน 5 วันทำการนับแต่วันทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติ โดยบริษัทจัดการขอสงวนสิทธินำเงินไปลงทุนต่อยังกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ระยะสั้นหรือกองทุนรวมตลาดเงินอื่นที่อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการ


อย่างไรก็ตาม หากครบกำหนดระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินของโครงการเป็นกองทุนรวมแล้ว ไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น บริษัทจัดการจะเปิดให้ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถซื้อ/ขาย/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดการกำหนด จนกว่าจะเข้าเงื่อนไขการเลิกกองตามเงื่อนไขที่ระบุไว้


ทั้งนี้ มูลค่าหน่วยลงทุนเป้าหมายไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทนจากการลงทุน และผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทนุใน ช่วงเวลา 6 เดือนแรก ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
เมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us