“ThaiBMA”...จัดสัมมนา online ในหัวข้อ “Blue Bond ตราสารหนี้สีฟ้า...รักษ์ทะเล” เป็นครั้งแรกในไทย
น.ส.อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ให้ภาพรวมของตลาด ESG bond ทั่วโลกและของไทย ซึ่งประกอบด้วย Green bond, Social bond, Sustainability bond และ Sustainability-Linked Bond (SLB) ซึ่งได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้นกว่า 2 เท่าและทำให้ ณ กุมภาพันธ์ 2022 มูลค่าคงค้างของ ESG bond ในประเทศไทยสูงถึง 3.16 แสนล้านบาท จากผู้ออกทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ ThaiBMA ได้พัฒนา ESG Bond Index เพื่อให้นักลงทุนมีดัชนีเพื่อใช้ชี้วัดผลการดำเนินงานและเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนของการลงทุน
Mr. Jason Mortimer จาก Nomura Asset Management, Japan คาดการณ์ภาพรวมของตลาด ESG bond ทั่วโลก ในปี 2022 จะมีมูลค่าการออกประมาณ 1.0 – 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และมีสัดส่วนการออก ESG bond ที่หลากหลายขึ้น โดย มีสัดส่วนของการออก Social และ Sustainability bond เพิ่มขึ้น ซึ่งผู้ออกตราสารหนี้ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มภาครัฐ ภาคการเงิน และ สาธารณูปโภค ตามลำดับ ทั้งนี้ การลงทุนใน ESG bond ของนักลงทุนจะพิจารณาจาก Greater issuer / industry sector diversity, transparent and consistent impact and corporate disclosure

Ms. Suzanne Johnson จาก United Nations Global Compact ได้อธิบายถึงความสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทางทะเล เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทะเลอาจส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลก โดยทาง UN Global Compact ได้ร่วมมือกับองค์กรต่างๆ พัฒนาแนวทางปฏิบัติในการออกตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างยั่งยืน (Practical Guidance to issue a blue bond) และได้อธิบายถึงกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องในการออกตราสารหนี้สีฟ้า เช่น การ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การขนส่งทางทะเล การท่องเที่ยวทางทะเล พลังงานทางเลือกนอกชายฝั่ง หรือในกลุ่มธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้อง โดยตรงแต่อาจจะส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้ เช่น อุตสาหกรรมการผลิตสี อุตสาหกรรมผลิตพลาสติก ที่อาจมีการ ปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล เป็นต้น
Dr. Melissa Walsh จาก Asian Development Bank (ADB) ได้แบ่งปันประสบการณ์ในการออกตราสารหนี้สีฟ้าเป็นครั้งแรก ซึ่งได้นำเงินที่ได้ไปใช้ในโครงการต่างๆ เช่น โครงการจัดการของเสียไม่ให้ไหลลงสู่ทะเลของหมู่เกาะมัลดีฟด์ ให้สินเชื่อกับ บริษัทเอกชนที่นำเงินไปใช้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล และการฟื้นฟูสภาพแม่น้ำแยงซีในสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้น และ กล่าวถึงการพัฒนากรอบการจัดหาเงินทุนเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล เช่น การบริหารทรัพยากรธรรมชาติและระบบ นิเวศทางทะเล การควบคุมมลภาวะทางทะเล และการพัฒนาปะการังและแนวชายฝั่งอย่างยั่งยืน
Dr. Keith Lee จาก CICERO Shades of Green กล่าวว่า CICERO เป็นผู้ให้บริการ Second party opinions ในการออก Green bond และ Blue bond ให้กับองค์กรต่างๆ เช่น ADB, World bank, Mowi seafood และ Grieg seafood โดยขั้นตอน ในการประเมินประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ การกำหนดความเข้มของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Shades of Green) คะแนนความ โปร่งใสขององค์กร (Governance Score) และความสอดคล้องกับแนวทางหรือมาตรฐานที่นำมาใช้อ้างอิง เช่น ICMA's Green Bond Principles, ASEAN Green Bond Standards และการจัดทำรายการหมวดหมูของโครงการของสหภาพยุโรป (EU taxonomies) เป็นต้น
คุณโกสินทร์ พึงโสภณ จาก ADB กล่าวถึงความช่วยเหลือทางเทคนิคของ ADB ที่ให้กับผู้ออก Blue bond และ ESG bond โดยจะให้การสนับสนุนในการระบุโครงการหรือสินทรัพย์ที่เข้าข่ายและสอดคล้องกับแนวทางหรือมาตรฐานที่นำมาใช้อ้างอิง การ ยืนยันกระบวนการและการควบคุมภายใน การทบทวนกรอบตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน การมีส่วนร่วมในขั้นตอนการตรวจ ประเมินและช่วยจัดหาผู้ตรวจประเมินอิสระจากภายนอก เป็นต้น
