“บลจ.ยูโอบี”...แนะปรับกลยุทธ์ลงทุนรับไตรมาสที่2/22

“บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)” สรุปกลยุทธ์การลงทุนไตรมาสที่ 2/22 ว่า ปัจจัยความเสี่ยงจากการดำเนินนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนและเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการลงทุน ดังนั้นการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Mode) ท่ามกลางสภาวะความไม่แน่นอนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดและไม่ควรที่จะกลัวการลงทุนมากไป (Too Bearish) ด้วยตัวเลือกการลงทุนที่จำกัดในสภาวะปัจจุบัน การลงทุนในหุ้นยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในช่วงที่สภาวะเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง เนื่องจากสามารถส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปในรูปแบบของราคาสินค้าหรือบริการที่สูงขึ้นได้บางส่วนทำให้การลงทุนในหุ้นสามารถป้องกันความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อได้ด้วยเช่นกัน (Inflation Hedged) 


“อย่างไรก็ดี ต้องอาศัยการคัดสรร (Selection) และ การกระจายการลงทุน (Diversification) ไปยังสินทรัพย์อื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย โดยเราแนะนำให้ถือเงินสดและทองคำเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และปรับน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วลงและกระจายการลงทุนออกไปยังหุ้นกลุ่มประเทศในฝั่งเอเชียที่มี Valuation ที่น่าสนใจและมี Upside จากการเปิดประเทศเพื่อลดความผันผวน”



สำหรับการจัดพอร์ตการลงทุนในหุ้นสามารถแบ่งได้ออกเป็น
 2 ส่วน

โดยส่วนแรกพอร์ตลงทุนหลัก (Core Portfolio) ลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกและกระจายการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่หลากหลายและเหมาะสำหรับการลงทุนอย่างมีคุณภาพในธีมการเติบโตระยะยาว (Secular Growth Themes) อย่างเช่น UGQG, UEV, UNI เป็นต้น รวมถึงกองทุนกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับธีม ESG ของ บลจ.ยูโอบี อย่างเช่น UESG หรือ USUS ที่เน้นลงทุนในบริษัทที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม (E : Environmental) สังคม (S : Social) และ ธรรมาภิบาล (G : Governance)


ส่วนการลงทุนในส่วนที่ 2 เพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการปรับพอร์ตการลงทุนในระยะสั้นตามสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป (Tactical Call) เราแนะนำแบ่งการลงทุนออกเป็น 3 กลุ่มย่อยๆ คือ


1) การลงทุนในกลุ่ม Healthcare ในตลาดที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากมีลักษณะทนทานต่อวัฏจักรเศรษฐกิจ (Defensive Play) ที่จะสามารถลดความผันผวนได้ดีในช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรปที่เข้าสู่ Mid Cycle เรียบร้อยแล้วโดยเราแนะนำกองทุน UOBSHC ที่ลงทุนในหุ้นกลุ่มเพื่อสุขภาพทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นบริษัทผู้พัฒนายารักษาโรคร้ายแรง การพัฒนาวัคซีนใหม่ๆ ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย รวมไปถึงนวัตกรรมด้านการพบแพทย์และให้คำปรึกษาด้านสุขภาพผ่านระบบออนไลน์ต่างๆ


2) การลงทุนในประเทศจีนที่ Valuation ณ ปัจจุบัน ได้ซึมซับข่าวร้ายไปมากแล้ว และเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงแนวนโยบายจากภาครัฐที่สนับสนุนตลาดมากขึ้นและคาดว่าตลาดจีนจะมี Sentiment ที่ดีขึ้นโดยเราแนะนำกองทุน UCI ที่เน้นลงทุนในหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาด A-Share ที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนานวัตกรรมและการบริโภคในประเทศ รวมถึงกองทุน All-China อย่าง UCHINA ที่เน้นลงทุนในหุ้นจีนที่มีคุณภาพและมีศักยภาพในการเติบโตที่ดีตามภาพการบริโภคในจีนที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในระยะยาว


3) การลงทุนในตลาดที่ยังมี Upside จากการเปิดประเทศในระยะข้างหน้าอย่างกลุ่มประเทศในฝั่งเอเชียเราแนะนำกองทุน UVO ที่เน้นลงทุนในหุ้นประเทศเวียดนามที่ศักยภาพในการเติบโตที่ดี และตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่เริ่มกลับมาเปิดประเทศอีกครั้งและมีมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ โดยเราแนะนำกองทุน UOBSJSM ที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลาง ขนาดเล็กในประเทศญี่ปุ่นเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us