“บลจ.วี”...ชวนสร้างโอกาสเติบโตพร้อมศก.เวียดนาม ส่ง “WE-VIETGROWTH” ขาย IPO ถึงวันที่ 28 เม.ย. นี้
นายอิศรา พุฒตาลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วี เปิดเผยว่า การเติบโตของเศรษฐกิจประเทศเวียดนามมีความโดดเด่นและเป็นที่สนใจของนักลงทุนอย่างมาก โดยในปี 2020 GDP เวียดนามเติบโตที่ 2.9% ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่สามารถรักษาการเติบโตของ GDP ในเชิงบวกได้ ท่ามกลางการระบาดใหญ่ของ Covid-19 (ที่มา: General Statistics Office (GSO) / Asia Development Bank as of September 2021) โดยปัจจัยหลักสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตได้ในช่วงที่ผ่านมาและมีแนวโน้มที่เติบโตระดับสูงต่อไป คือ การลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI), การบริโภคอยู่ในระดับสูง (Consumption Boom) จากการขยายตัวของสังคมเมือง (Urbanization) และโครงสร้างประชากรที่มีกลุ่มคนวัยทำงานอายุ 25-49 ปี ในสัดส่วนกว่า 60% นอกจากนี้ยังมีเสถียรภาพทางการเมืองและแผนการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม

(นายอิศรา พุฒตาลศรี)
“ด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีปัจจัยสนับสนุนดังกล่าว ทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามมีความน่าสนใจ มีเงินทุนต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ด้วยระดับราคาของตลาดหุ้นเวียดนามปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ระดับ Forward P/E 15 เท่าในปี 2022 และคาดการณ์อัตราการเติบโตกำไรต่อหุ้นประมาณ 20% และคาดว่าในปี 2023 จะเติบโตประมาณ 15% ถือเป็นจังหวะดีที่จะเข้าไปลงทุนตลาดหุ้นเวียดนามในช่วงนี้” (ที่มา: KIM Research, Bloomberg as of 21 March 2022)
นายอิศรา ยังกล่าวอีกว่า บริษัทจึงเปิดเสนอขาย IPO ‘กองทุนเปิด วี เวียดนาม โกรท (WE-VIETGROWTH)’ ระหว่างวันนี้ -28 เม.ย. 22 กองทุนมีระดับความเสี่ยงระดับ 6 (ความเสี่ยงสูง) ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท โดยมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในประเทศเวียดนาม และ/หรือบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศอื่นแต่มีกิจกรรมทางธุรกิจหลักอยู่ในเวียดนาม ผ่านกองทุนหลัก ‘KIM Vietnam Growth Fund’ ที่มีทีมจัดการลงทุนและวิเคราะห์ในประเทศเวียดนาม มีประสบการณ์ลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามมายาวนาน และเน้นบริหารการลงทุนเชิงรุก (Active Management) ด้วยการคัดเลือกหุ้นปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีศักยภาพเติบโตจากการบริโภคและการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยไม่เน้นการลงทุนตามดัชนี ทำให้ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนโดดเด่นอย่างสม่ำเสมอ
ตัวอย่างบริษัทที่ลงทุนเช่น
1) Sacombank (STB) ธนาคารเอกชนชั้นนำที่ให้บริการทางการเงินส่วนบุคคลและองค์กร รวมถึงให้บริการผลิตภัณฑ์ประกันภัยและการลงทุน
2) FPT Corp. (FPT) บริษัทเทคโนโลยีที่ทำธุรกิจหลักในด้านโทรคมนาคม , IT outsourcing และการศึกษา
3) Techcombank (TCB) ธนาคารเอกชนชั้นนำในเวียดนาม ที่มีรากฐานทางการเงินที่ยั่งยืนและกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการที่โดดเด่น
4) Quang Ngai Sugar (QNS) บริษัทที่ดำเนินงานในอุตสาหกรรมน้ำตาล การผลิตและการค้าเครื่องจักรกลเพื่อการเกษตร
5) Mobile World (MWG) บริษัทค้าปลีกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน รวมถึงโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต แล็ปท็อป และอุปกรณ์เสริมต่างๆ
ทั้งนี้ ด้วยสไตล์การลงทุนที่เน้นเลือกหุ้นพื้นฐานแกร่ง และระดับราคาที่เหมาะสม ทำให้กองทุนหลัก KIM Vietnam Growth Fund ณ วันที่ 28 ก.พ. 22 ให้ผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 1.4% ย้อนหลัง 1 เดือนอยู่ที่ -0.6% ย้อนหลัง 3 เดือนอยู่ที่ -0.7% ย้อนหลัง 6 เดือนอยู่ที่ 10.4% ย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 50.3% ย้อนหลัง 3 ปีอยู่ที่ 109.5% และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 73.8% เมื่อเทียบกับดัชนี VNIndex อยู่ที่ 7.2% ,0.2% , 5.6% , 9.2% , 32.7%, 73.0% และ 46.6% ต่อปี ตามลำดับ (แสดงผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง ไม่ปรับเป็นอัตราต่อปี) (ที่มา: KIM Vietnam as of 28 Feb 2022)
“สกุลเงินเวียดนามที่มีเสถียรภาพดี เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้เศรษฐกิจของเวียดนามมีแนวโน้มที่จะเติบโตโดดเด่นควบคู่ไปกับการลงทุนในประเทศต่อไป ตลาดหุ้นเวียดนามจึงที่สนใจของนักลงทุนทั่วโลกและกำลังจะถูกปรับสถานะจากการเป็นตลาดชายขอบ (Frontier Market) สู่การเป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) กองทุนเปิด วี เวียดนาม โกรท (WE-VIETGROWTH) จึงเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่ บลจ.วี อยากแนะนำสำหรับการลงทุนในประเทศเวียดนามที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวอย่างชัดเจน”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
