Official Update :

แฉมหาเศรษฐีอเมริกันเลี่ยงภาษีอื้อ

สื่อเชิงสอบสวนตีแผ่เศรษฐีอเมริกัน ทั้งมัสก์ เบโซส โซรอส แทบจะไม่ได้จ่ายภาษีเงินได้


สำนักข่าว Bloomberg รายงานโดยอ้างเว็บไซต์ ProPublica สื่อเชิงสืบสวนสอบสวนว่า บรรดามหาเศรษฐีชาวอเมริกันที่ร่ำรวยติดอันดับ 1 ใน 25 อาทิ อีลอน มัสก์ ของ Tesla เจฟฟ์ เบโซส แห่ง Amazon และจอร์จ โซรอส แทบจะไม่ได้จ่ายภาษีเงินได้ให้รัฐบาลกลางหรือไม่ได้จ่ายเลยในบางปี  


ProPublica ซึ่งอ้างว่าได้เห็นเอกสารแสดงรายการเสียภาษีเพื่อใช้สำหรับยื่นภาษีระบุว่า เจฟฟ์ เบโซส ไม่ได้จ่ายภาษีเงินได้ในปี 2007 และ 2011 ส่วน อีลอน มัสก์ ไม่ได้จ่ายในปี 2018 กลุ่มมหาเศรษฐีบางคนที่แทบไม่ได้จ่ายภาษีเงินได้ให้รัฐบาลกลางยังรวมถึง ไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจสื่อและอดีตนายกเทศมนตรีมหานครนิวยอร์ก คาร์ล ไอคาห์น นักลงทุนและนักเคลื่อนไหว เป็นต้น


Propublica ระบุอีกว่า มหาเศรษฐีจำนวนมากจ่ายภาษีเงินได้ต่ำกว่าอัตรา 37% ซึ่งกำหนดไว้สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้มากที่สุด แต่หากเปรียบเทียบกับมูลค่าสินทรัพย์ที่นิตยสารฟอร์บส์รายงานว่า มหาเศรษฐีอเมริกันที่รวยที่สุด 25 คน มีทรัพย์สินรวมกันเพิ่มขึ้นถึง 401,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ระหว่างปี 2014-2018 ปรากฏว่าจากข้อมูลภาษีที่ ProPublica ได้รับมาในช่วงเวลาดังกล่าวพวกเขากลับจ่ายภาษีเงินได้เพียง 13,600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพียง 3.4% ของมูลค่าสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น


อย่างไรก็ดี ProPublica ระบุว่า บรรดามหาเศรษฐีเหล่านี้ไม่ได้ทำผิดกฎหมายในการยื่นภาษี แต่ใช้วิธีหลีดเลี่ยงภาษีที่คนธรรมดาทำไม่ได้ ทั้งยังได้รับประโยชน์จากช่องว่างของกฎหมาย เนื่องจากคำว่า “เงินได้ที่ต้องเสียภาษี” ตามกฎหมายสหรัฐไม่รวมถึงมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ อาทิ หุ้น อสังหาริมทรัพย์ เรือยอชต์ นอกจากจะนำทรัพย์สินเหล่านี้ไปขายและทำให้เกิดรายได้เท่านั้น ภายหลังตัวแทนของโซรอสเผยกับ ProPublica ว่า  โซรอสไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้ในปี 2016-2018 เนื่องจากการลงทุนของเขาขาดทุน ส่วนเบโซสรายงานเมื่อปี 2011 ว่า มียอดขาดทุนจากการลงทุนมากกว่ารายได้จึงสามารถสำแดงว่าขาดทุนในปีนั้น และยังได้รับการลดหย่อน 4,000 เหรียญสหรัฐจากค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐเตรียมสอบสวนการนำเอกสารยื่นภาษีมาเปิดเผย เนื่องจากเป็นเรื่องผิดกฎหมาย


ข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน มีแผนเก็บขึ้นภาษีมหาเศรษฐีเพื่อนำมาลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ รวมทั้งจะขึ้นอัตราภาษีเงินได้สูงสุดจาก 37% เป็น 39.6% และเพิ่มภาษีจากการลงทุนเกือบ 2 เท่าเป็น 39.6% จากชาวอเมริกันที่มีรายตั้งแต่ 1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
Post Today

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ซบตามตลาด เฉลี่ยติดลบ -4.75% “TVIETNAM” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +2.45% ส่วน “UVO” ร่วงสุด -12.36% แนะโอกาสสำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” !!!
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GC และ SCGC แจ้งความก้าวหน้าการศึกษาจัดตั้งโครงการร่วมทุน เร่งหารือและกำหนดเงื่อนไขสำคัญของธุรกรรมร่วมกัน
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
Digital Asset
ก.ล.ต. ย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการต่อทรัพย์สินของตนในแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนการปิดกั้น ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
CPF–Bosch ต่อยอดความร่วมมือ ใช้ Data–AI ยกระดับการผลิตอาหาร หนุนเป้าหมาย Net-Zero
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us