WHO เตือน 'เอเชียแปซิฟิก' เตรียมรับมือโอไมครอน
WHO เตือนเอเชียแปซิฟิกควรเตรียมพร้อมสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากโอไมครอน
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าเจ้าหน้าที่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่าประเทศต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิกควรเพิ่มขีดความสามารถด้านสาธารณสุข ซึ่งรวมถึงการรักษาพยาบาลและการฉีดวัคซีนให้ประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากสายพันธุ์โอไมครอน
ขณะนี้กว่า 30 ประเทศทั่วโลกตรวจพบเชื้อโอไมครอนแล้ว ซึ่งเริ่มจากแถบแอฟริใต้ ยุโรป และตอนนี้เริ่มเข้ามาถึงหลายพื้นที่ในเอเชีย รวมถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง อินเดีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย
ทาเคชิ คาไซ ผู้อำนวยการ WHO ประจำภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกกล่าวว่า "มาตรการควบคุมชายแดนสามารถซื้อเวลาได้ แต่ทุกประเทศต้องเตรียมพร้อมสำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว"
"เราไม่ควรพึ่งมาตรการคุมเข้มบริเวณชายแดนเพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเตรียมการสำหรับการมาถึงของไวรัสที่มีศักยภาพในการแพร่เชื้อสูง" คาไซกล่าวพร้อมเสริมว่าประเทศต่างๆ ต้องใช้บทเรียนที่ได้รับจากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตา และกระตุ้นให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีน ตลอดจนใช้มาตรการป้องกัน อย่างการสวมหน้ากากอนามัย และการเว้นระยะห่างทางสังคม
โอไมครอนตรวจพบครั้งแรกในแถบแอฟริกาตอนใต้เมื่อเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา และ WHO ระบุให้เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล (variant of concern) โดยขณะนี้ยังคงศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับศักยภาพในการแพร่เชื้อและการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันของไวรัสดังกล่าว ตลอดจนความรุนแรงของอาการป่วยที่เกิดขึ้น
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าเจ้าหน้าที่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่าประเทศต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิกควรเพิ่มขีดความสามารถด้านสาธารณสุข ซึ่งรวมถึงการรักษาพยาบาลและการฉีดวัคซีนให้ประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากสายพันธุ์โอไมครอน
ขณะนี้กว่า 30 ประเทศทั่วโลกตรวจพบเชื้อโอไมครอนแล้ว ซึ่งเริ่มจากแถบแอฟริใต้ ยุโรป และตอนนี้เริ่มเข้ามาถึงหลายพื้นที่ในเอเชีย รวมถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง อินเดีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย
ทาเคชิ คาไซ ผู้อำนวยการ WHO ประจำภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกกล่าวว่า "มาตรการควบคุมชายแดนสามารถซื้อเวลาได้ แต่ทุกประเทศต้องเตรียมพร้อมสำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว"
"เราไม่ควรพึ่งมาตรการคุมเข้มบริเวณชายแดนเพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเตรียมการสำหรับการมาถึงของไวรัสที่มีศักยภาพในการแพร่เชื้อสูง" คาไซกล่าวพร้อมเสริมว่าประเทศต่างๆ ต้องใช้บทเรียนที่ได้รับจากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตา และกระตุ้นให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีน ตลอดจนใช้มาตรการป้องกัน อย่างการสวมหน้ากากอนามัย และการเว้นระยะห่างทางสังคม
โอไมครอนตรวจพบครั้งแรกในแถบแอฟริกาตอนใต้เมื่อเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา และ WHO ระบุให้เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล (variant of concern) โดยขณะนี้ยังคงศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับศักยภาพในการแพร่เชื้อและการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันของไวรัสดังกล่าว ตลอดจนความรุนแรงของอาการป่วยที่เกิดขึ้น
Most Viewed
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“BLUEBELL” ส่องทิศทางลงทุนโค้งสุดท้ายปี 2026... แนะกลยุทธ์ “Barbell” จัดพอร์ตสร้าง “สมดุล” ฝ่าตลาดผันผวน !!!
เมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
สรุปประเด็นสำคัญการประชุม IMF ฉบับ "แล้วคนไทยทำไงดี?"
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
เกิดอะไรขึ้นกับฝรั่งเศส? สรุปปัญหาเรื้อรังที่ลุกลามจนกลายเป็นประท้วงเดือด
เมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว
Banking
“กรุงศรี คอนซูมเมอร์” ชี้ตลาดบัตรเครดิตปี 69 เหมือน ‘รถไฟเหาะ’ คาดทั้งปีโต 2-3% หากผลกระทบน้ำท่วมไม่รุนแรง
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us
News Update
