WHO เผยสาเหตุที่ Omicron รุนแรงน้อยลง
อนามัยโลกพบหลักฐานเพิ่มเติมที่บ่งชี้ว่า Omicron ทำให้อาการป่วยรุนแรงน้อยลง
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่ามีการพบหลักฐานเพิ่มเติมที่บ่งชี้ว่าโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบน มากกว่าที่เชื้อจะลงปอด ซึ่งทำให้เกิดอาการรุนแรงน้อยกว่าน้อยกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้านี้อย่างเดลตา และพบว่าอัตราการเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิตจากโอมิครอนยังอยู่ในระดับต่ำ
อับดี มาฮามุด จากฝ่ายจัดการด้านโรคอุบัติใหม่ของ WHO กล่าวว่ามีหลายงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนแพร่เชื้อที่ทางเดินหายใจส่วนบน ต่างจากสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ที่เชื้อจะลงปอด ซึ่งทำให้ปอดอักเสบรุนแรง
"นี่อาจเป็นข่าวดี แต่เราจะเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ต่อไป" มาฮามุดกล่าว ดังนั้นอย่างเพิ่งชะล่าใจ
ทั้งนี้ นับตั้งแต่มีการตรวจพบโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนเมื่อเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา เชื้อได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วโดยขณะนี้ตรวจพบแล้วอย่างน้อย 128 ประเทศทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหลายพื้นที่จะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ แต่อัตราการเข้าโรงพยาบาลและการเสียชีวิตยังคงต่ำกว่าการแพร่ระบาดระลอกก่อนๆ ส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่ประชาชนจำนวนมากได้รับการฉีดวัคซีน
ถึงกระนั้น มาฮามุดเตือนว่าศักยภาพในการแพร่เชื้อที่สูงของโอมิครอนซึ่งทำให้มันกลายเป็นสายพันธุ์หลักในหลายพื้นที่ภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ สามารถก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่อัตราการฉีดวัคซีนต่ำ
มาฮามุดยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีน ซึ่งยังคงมีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอาการป่วยรุนแรง และการเสียชีวิตจากโควิด-19
"วิธีที่ดีที่สุดที่จะลดผลกระทบของโอมิครอนคือทุกประเทศต้องฉีดวัคซีนให้ได้ 70% ของประชากรในแต่ละประเทศภายในเดือนก.ค. ก่อนที่จะเสนอการฉีดวัคซีนเข็ม 3 หรือ 4" มาฮามุดกล่าว
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่ามีการพบหลักฐานเพิ่มเติมที่บ่งชี้ว่าโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบน มากกว่าที่เชื้อจะลงปอด ซึ่งทำให้เกิดอาการรุนแรงน้อยกว่าน้อยกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้านี้อย่างเดลตา และพบว่าอัตราการเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิตจากโอมิครอนยังอยู่ในระดับต่ำ
อับดี มาฮามุด จากฝ่ายจัดการด้านโรคอุบัติใหม่ของ WHO กล่าวว่ามีหลายงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนแพร่เชื้อที่ทางเดินหายใจส่วนบน ต่างจากสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ที่เชื้อจะลงปอด ซึ่งทำให้ปอดอักเสบรุนแรง
"นี่อาจเป็นข่าวดี แต่เราจะเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ต่อไป" มาฮามุดกล่าว ดังนั้นอย่างเพิ่งชะล่าใจ
ทั้งนี้ นับตั้งแต่มีการตรวจพบโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนเมื่อเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา เชื้อได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วโดยขณะนี้ตรวจพบแล้วอย่างน้อย 128 ประเทศทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหลายพื้นที่จะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ แต่อัตราการเข้าโรงพยาบาลและการเสียชีวิตยังคงต่ำกว่าการแพร่ระบาดระลอกก่อนๆ ส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่ประชาชนจำนวนมากได้รับการฉีดวัคซีน
ถึงกระนั้น มาฮามุดเตือนว่าศักยภาพในการแพร่เชื้อที่สูงของโอมิครอนซึ่งทำให้มันกลายเป็นสายพันธุ์หลักในหลายพื้นที่ภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ สามารถก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่อัตราการฉีดวัคซีนต่ำ
มาฮามุดยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีน ซึ่งยังคงมีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอาการป่วยรุนแรง และการเสียชีวิตจากโควิด-19
"วิธีที่ดีที่สุดที่จะลดผลกระทบของโอมิครอนคือทุกประเทศต้องฉีดวัคซีนให้ได้ 70% ของประชากรในแต่ละประเทศภายในเดือนก.ค. ก่อนที่จะเสนอการฉีดวัคซีนเข็ม 3 หรือ 4" มาฮามุดกล่าว
Most Viewed
Stock of the Day
จับตา GUNKUL-HANA MSCI ดันเงินไหลเข้า โบรกฯ ชี้รับทรัพย์แล้ว 28.5 ล้านเหรียญฯ CHG-JTS-CPF-DELTA-CPN เสี่ยงแรงขาย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ASP-TAIWAN” เกาะกุม “หุ้นไต้หวัน”... “หัวใจ” ของซัพพลายเชน “ชิปโลก” โอกาสลงทุนที่ยิ่งใหญ่ “สำคัญ” เกินกว่าจะละเลย !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
News Update
