Official Update :

จับจังหวะลงทุนท่ามกลางความผันผวน ITC-TU เด่น! เหมาะเก็งกำไรระยะสั้น

เรียกได้ว่าทำเอาตลาดเงิน ตลาดทุนทั่วโลกผันผวนไปตาม ๆ กัน หลังการประกาศชัยชนะของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งล่าสุด โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากนโยบายที่เกี่ยวข้องกับมาตรการด้านภาษีนำเข้าที่ถือเป็นจุดแข็งของ “ทรัมป์” ที่ทำให้เรียกคะแนนความนิยมของคนในชาติได้เป็นอย่างดี แต่กลับส่งผลกระทบต่อประเทศคู่ค้าไม่น้อย


โดยบทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุ สัปดาห์ก่อนตลาดหุ้นทั่วโลกรับรู้ปัจจัยต่าง ๆ ไปแล้วไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ หรือการประชุม FED ซึ่งพบว่าภายหลังจากทราบปัจจัยข้างต้น Dollar Index แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกับการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 2 ปี ราคาทองคำปรับลง โดย CME FED Watch ให้น้ำหนักราว 65% ที่ FED จะลดดอกเบี้ยลง 0.25% แต่ให้น้ำหนักราว 35% ที่ FED จะคงดอกเบี้ยระดับเดิม สะท้อนถึงความไม่มั่นใจของตลาดต่อการปรับลดดอกเบี้ยต่อเนื่องของ FED


และอีกปัจจัยอาจสะท้อนว่านักลงทุนมองบวกกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ด้านค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องทดสอบระดับ 34.12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ จากก่อนหน้าที่ 33.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ สอดคล้องกับการขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยยังขาดปัจจัยหนุนในแง่กระแสเงินทุน


ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานถือว่ามีความเสี่ยงมากขึ้นจากการมาของ Trump เพราะการกีดกันการค้าทั่วโลกจะรุนแรงมากขึ้นกดดันการส่งออกไทยและอาจมีผลต่อการท่องเที่ยว เสี่ยงจะเกิด Downside Risk ในปีหน้า ดังนั้นในเชิงกลยุทธ์การลงทุนแนะลดพอร์ตการลงทุน แต่หากจะเก็งกำไรระยะสั้นสำหรับนักลงทุนรับความเสี่ยงสูงแนะนำกลุ่มส่งออก ได้แก่ ITC, TU ปัจจัยหนุนเงินบาทอ่อนค่า


จากประเด็นข้างต้น Wealthy Thai จึงได้สำรวจพื้นฐานและมุมมองนักวิเคราะห์ของทั้ง 2 หุ้นมาฝากนักลงทุน โดยมีรายละเอียดดังนี้


บล.พาย ให้คำแนะนำ "ซื้อ" บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ราคาเป้าหมายที่ 31.50 บาท/หุ้น ด้วยปัจจัยบวกจากผลประกอบการงวดไตรมาส 3/67 มีกำไรสุทธิ 976 ล้านบาท โต 52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ในอนาคตยังมีแนวโน้มเติบโตได้ตามอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงที่ยังมีความต้องการเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ บริษัทมีการปรับเป้าหมายรายได้ปี 2567 ใหม่ โดยคาดจะเติบโต 15-17% จากปีก่อน (เดิม 18-19% โดยในช่วง 9 เดือน ปี 2567 ทำได้แล้ว 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น


อย่างไรก็ตามด้วยกำไรขั้นต้นที่อยู่ในระดับสูงช่วง 9 เดือน ปี 2567 และการเพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่มพรีเมี่ยมมากขึ้น ทำให้มีการปรับเป้ากำไรขั้นต้นขึ้นจากเดิม 24-26% เป็น 26-28% หากพิจารณาจากประมาณการใหม่ มองว่าแนวโน้มช่วงไตรมาส 4/67 รายได้ยังคงเติบโตได้จากปีก่อน


รวมถึงกำไรขั้นต้นที่ยังอยู่ในระดับสูงในระดับ 26% แต่ระดับการเติบโตอาจจะไม่เท่าในช่วง 9 เดือน ปี 2567 ที่ผ่านมา เนื่องจากฐานที่เริ่มสูงและต้นทุนราคาปลาทูน่าที่เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น (เดือน ต.ค. ราคาปลาทูน่าอยู่ที่ 1,500 เหรียญฯ/ตัน เทียบกับ 1,410 เหรียญฯ/ตัน ในไตรมาส 3/67 ส่วนเทียบกับไตรมาส 3/67 รายได้เติบโตแต่กำไรอาจจะแค่ทรงตัวเท่านั้น โดยบล.พาย มีการปรับกำไรปี 2567 มาอยู่ที่ 3,778 ล้านบาท โต 65% จากปีก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าที่บริษัทคาดไว้


อีกทั้ง แนะนำ “ซื้อ” บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 17.60 บาท/หุ้น โดยงวดไตรมาส 3/67 มีกำไรสุทธิ 1,400 ล้านบาท โต 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป (Ambient Seafood) ที่มีคำสั่งซื้อจากตลาดตะวันออกกลางกลับเข้ามา รวมถึงอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Care) ที่ยังเติบโตดี ขณะที่ธุรกิจอาหารแช่แข็ง (Frozen Seafood) ยังคงลดลง


สำหรับแนวโน้มในช่วงไตรมาส 4/67 คาดว่าจะเห็นรายได้กลับมาจากโตเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/67 จากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง แต่ด้วยผลกระทบของค่าเงินบาทและปัญหาการขาดแคลนตู้สินค้า ทำให้ทางบริษัทปรับลดเป้าการเติบโตจาก 4-5% เป็น 3-4% และเพิ่มสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้เป็น 12.5-13% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างบริษัท แต่ปรับกำไรขั้นต้นขึ้นเป็น 18.5-19% จาก 18-18.5%


ดังนั้น บล.พาย จึงมีการปรับประมาณการกำไรปี 2567 เล็กน้อย มาอยู่ที่ 5,208 ล้านบาท สำหรับความเสี่ยงจากการที่บริษัทลูกของ TU ถูกฟ้องกรณีทำสัญญาค้ำประกันให้ Red Lobster มูลค่ากว่า 65 ล้านเหรียญฯ ทางผู้บริหารมองว่าจะต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี จึงจะได้ข้อสรุป ทำให้ระยะสั้นอาจจะเป็นปัจจัยกดดันได้


Most Viewed
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
“All-Time High” (จุดสูงสุด) ของวันนี้… อาจเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของโอกาสครั้งต่อไปก็เป็นได้ !!!
เมื่อ อีก 3 ชั่วโมง
Stock of the Day
EPG ก้าวอย่างมั่นคง เน้นบริหารต้นทุนมากกว่าตัวเลข มั่นใจปี 2569/2570 โตทุกกลุ่มธุรกิจ รับโครงการภาครัฐ - Data Center หนุน
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
ก.ล.ต. ธปท. คปภ. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เชิญชวนอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมโครงการ Money Story for Influencer เล่าเรื่องการเงินอย่างรับผิดชอบ
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us