Official Update :

Allianz Risk Barometer 2026 เผย ท็อป 3 ความเสี่ยงภาคธุรกิจไทย

ภาคธุรกิจไทยเห็นตรงกันว่า “ภัยไซเบอร์” ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรมไซเบอร์ การรั่วไหลของข้อมูล การโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ และการหยุดชะงักของระบบบริการ เป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่งของปีนี้ จากผลสำรวจ Allianz Risk Barometer โดยขยับขึ้นจากอันดับ 5 ในปีก่อนหน้า ขณะที่ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความเสี่ยงที่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อยู่ในอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ สะท้อนบริบทของประเทศไทยที่ยังคงเผชิญผลกระทบจากฤดูมรสุมประจำปี ซึ่งนำมาซึ่งฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันอย่างต่อเนื่อง


ในระดับโลกและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ความเสี่ยงอันดับต้น ๆ ยังคงประกอบด้วยเหตุการณ์ด้านไซเบอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการหยุดชะงักทางธุรกิจ (Business Interruption: BI) โดย AI เป็นความเสี่ยงที่ขยับอันดับขึ้นมากที่สุดจากการสำรวจครั้งนี้ สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีดังกล่าวต่อทั้งโอกาสและความท้าทายของภาคธุรกิจในปัจจุบัน


ลาร์ส ไฮบุทสกี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเพิ่มขึ้นของการโจมตีทางไซเบอร์ในประเทศไทยสะท้อนถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจ ท่ามกลางภูมิทัศน์ภัยไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดยังคงมีช่องว่างทั้งในด้านความพร้อม การตอบสนอง และการฟื้นฟูจากเหตุการณ์ไซเบอร์ โดยตลาดประกันภัยไซเบอร์ในประเทศไทยยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ประกันภัยไซเบอร์จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้องค์กรสามารถฟื้นตัวจากการโจมตี รวมถึงลดผลกระทบจากการหยุดชะงักทางธุรกิจ ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญของภาคธุรกิจ”


ภัยไซเบอร์ในประเทศไทยขยับขึ้นสี่อันดับมาอยู่ที่อันดับ 1 โดยระดับความกังวลเพิ่มขึ้นเป็น 37% จาก 21% ในปีก่อนหน้า ข้อมูลชี้ว่า องค์กรในประเทศไทยเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์เฉลี่ยสูงถึง 3,201 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 164% โดยอาชญากรไซเบอร์มีแนวโน้มมุ่งเป้าไปยังหน่วยงานภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมากขึ้น ตามรายงานของ Check Point Software Technologies ขณะที่การโจมตีแบบฟิชชิงยังคงเป็นหนึ่งในรูปแบบหลักในประเทศไทย โดยอาศัยเทคนิควิศวกรรมสังคมและการปลอมแปลงตัวตนเพื่อหลอกลวงทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA) ยังรายงานว่า จำนวนชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่รั่วไหลเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 6,250% จาก 80,000 กรณีในปี 2567 เป็นมากกว่า 5 ล้านกรณีในปีที่ผ่านมา


ในระดับโลก ภัยไซเบอร์ยังคงเป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่งติดต่อกันเป็นปีที่ห้า ด้วยคะแนนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 42% และมีช่องว่างจากความเสี่ยงอันดับถัดไปมากที่สุด (+10%) โดยเป็นความกังวลหลักของภาคธุรกิจในทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นทวีปอเมริกา เอเชียแปซิฟิก ยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง การที่ภัยไซเบอร์ยังคงอยู่ในอันดับสูงสุดของ Allianz Risk Barometer สะท้อนถึงการพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางภูมิทัศน์ภัยไซเบอร์ รวมถึงบริบททางภูมิรัฐศาสตร์และกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงตอกย้ำความจำเป็นในการเตรียมพร้อมและการคุ้มครองที่มากขึ้น

ในประเทศไทย ภัยพิบัติทางธรรมชาติยังคงอยู่ในอันดับ 2 ของ Allianz Risk Barometer ขณะที่ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขยับขึ้นหนึ่งอันดับมาอยู่ที่อันดับ 3 โดยในปี 2568 ระบบภูมิอากาศสำคัญสองระบบ ได้แก่ ลานีญา และปรากฏการณ์อินเดียนโอเชียนไดโพลเชิงลบ ซึ่งมีลักษณะอุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงกว่าค่าเฉลี่ย ได้เกิดขึ้นพร้อมกันอย่างผิดปกติ ส่งผลให้ปริมาณฝนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงในเดือนพฤศจิกายน ภูมิภาคนี้เผชิญกับฤดูฝนที่หนักหน่วงที่สุดครั้งหนึ่งในความทรงจำ ทั้งน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ไต้ฝุ่นต่อเนื่อง และการอพยพประชาชนจำนวนมาก ซึ่งล้วนเป็นบททดสอบสำคัญต่อขีดความสามารถในการปรับตัวของประเทศต่าง ๆ


อุทกภัยในภาคใต้ของประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นผลจากฝนตกหนักอย่างรุนแรง ซึ่งมีความน่าจะเป็นในการเกิดเพียงหนึ่งครั้งในรอบ 300 ปี โดยอำเภอหาดใหญ่มีปริมาณฝนสะสมสูงถึง 630 มิลลิเมตรภายในเวลาเพียง 72 ชั่วโมง ความเสียหายและการสูญเสียรวมประเมินว่าสูงกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นที่ตั้งของอำเภอหาดใหญ่ และส่งผลกระทบต่อประชาชนราว 2.1 ล้านคน


ขณะเดียวกัน แผ่นดินไหวในเดือนมีนาคม 2568 แม้จะมีศูนย์กลางอยู่ในประเทศเมียนมา แต่แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ถึงกรุงเทพมหานคร สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของประเทศไทย และชี้ให้เห็นถึงช่องว่างด้านความพร้อมรับมือและความยืดหยุ่นต่อภัยแผ่นดินไหว สมาคมประกันวินาศภัยไทยประเมินว่ามูลค่าค่าสินไหมทดแทนรวมจากเหตุการณ์ดังกล่าวอาจสูงถึง 50,000 ล้านบาท (ประมาณ 1.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)


AI ก่อให้เกิดทั้งความเสี่ยงใหม่และโอกาสทางธุรกิจ

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นความเสี่ยงใหม่ของประเทศไทยในอันดับ 4 ด้วยสัดส่วน 22% โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) คาดการณ์ว่าบริการดิจิทัลของประเทศจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 10–14% ในช่วงปี 2568–2570 ซึ่ง AI ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตดังกล่าว


ในระดับโลก AI พุ่งขึ้นมาอยู่ในกลุ่มความกังวลอันดับต้น ๆ ของภาคธุรกิจ โดยขยับขึ้นสู่อันดับ 2 ที่ระดับ 32% ในปี 2569 จากอันดับ 10 ในปี 2568 นับเป็นการขยับอันดับมากที่สุดในการจัดอันดับปีนี้ AI เป็นความเสี่ยงที่ขยับอันดับขึ้นอย่างโดดเด่นในทุกภูมิภาค โดยอยู่ในอันดับ 2 ในทวีปอเมริกา เอเชียแปซิฟิก และแอฟริกา–ตะวันออกกลาง และอันดับ 3 ในยุโรป อีกทั้งยังกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญขององค์กรทุกขนาด ตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่ กลาง ไปจนถึงขนาดเล็ก


เมื่อการนำ AI มาใช้เร่งตัวและฝังตัวลึกยิ่งขึ้นในกระบวนการดำเนินธุรกิจหลัก ผู้ตอบแบบสำรวจคาดว่าความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ AI จะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นความรับผิด (liability) ขณะที่การแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของ generative AI และ agentic AI ควบคู่กับการนำไปใช้งานจริงในวงกว้าง ได้เพิ่มระดับการตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงที่องค์กรกำลังเผชิญ


แม้ว่าความเสี่ยงจากการหยุดชะงักทางธุรกิจจะลดลงหนึ่งอันดับมาอยู่ที่อันดับ 4 แต่ยังคงเป็นความกังวลสำคัญ เนื่องจากมักเป็นผลกระทบที่ตามมาจากความเสี่ยงอื่น ๆ ใน 10 อันดับแรก

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us