Official Update :

บล.พาย วิเคราะห์สัปดาห์นี้ปัจจัยหลักได้แก่ประชุม FED แต่เชื่อว่าจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้น

บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ “Pi” “พาย” คาดการณ์ วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้น Dow Jones อ่อนตัวลง 0.4% ผิดหวังกับผลประกอบการ Snap Chat และส่งผลกดดันจิตวิทยาการลงทุนในภาพรวม ขณะเดียวกันผิดหวังกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐหลังเปิดเผยดัชนี PMI (ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ) ภาคบริการออกมาที่ 47 ต่ำกว่านักวิเคราะห์ประเมินที่ 52.6 แต่ภาคผลิตออกมาดีกว่าคาด (คาด 52 ออกมาที่ 52.3) ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 0.6% ตลาดประเมินอุปสงค์อ่อนแอหลังเปิดเผย PMI บริการที่ต่ำกว่าคาด ส่วนฝั่ง EU ส่วนใหญ่รายงาน PMI ที่ต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์และบางรายการเข้าสู่ภาวะหดตัว


สัปดาห์นี้ประเมินปัจจัยที่ตลาดจะให้น้ำหนักได้แก่การประชุม FED ในวันที่ 26 – 27 หรือทราบผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ช่วงกลางคืนราว 1 นาฬิกาตามเวลาประเทศไทย ตลาดเชื่อว่าการประชุมครั้งนี้ FED จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ด้วยความน่าจะเป็น 80% ซึ่งเราเชื่อว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75% น่าจะเพียงพอและมีแนวโน้มว่าหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมครั้งนี้การปรับขึ้นดอกเบี้ยมีแนวโน้มจะเริ่มชะลอตัวลง หนุนจากเงินเฟ้อสหรัฐฯมีแนวโน้มผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในเดือนก่อนผลจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิดเริ่มอ่อนตัวลงมา ขณะที่ในวันศุกร์ประธาน FED เผยว่ามีแนวโน้มที่หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมสิ้นเดือนนี้การเร่งขึ้นดอกเบี้ยจะชะลอตัวลงหรือในการประชุม ก.ย. จะเหลือขึ้นเพียง 0.5% ดังนั้นผลประชุม FED สัปดาห์นี้มีแนวโน้มจะออกมาเป็นบวกหรือเป็นกลางต่อตลาดหุ้นมากกว่าจะเป็นลบ หากจะเป็นลบคือต้องปรับขึ้นดอกเบี้ย 1% ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อย ส่วนการประกาศของ WHO ให้โรคฝีดาษลิงเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศมองว่าไม่ได้น่ากังวลเท่าใดนัก ด้วยการระบาดที่มิได้รวดเร็วเหมือน COVID-19 และการติดเชื้อระหว่างกันจะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ ต่างกับ COVID-19 แค่เพียงใกล้ชิดกันหรือรับประทานอาหารร่วมกันก็มีความเสี่ยงจะรับเชื้อ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ได้แก่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯในวันอังคาร Bloomberg ประเมินที่ 96.8 และวันศุกร์ตัวเลข Core PCE ของสหรัฐฯ Bloomberg ประเมินที่ 0.5%MoM สัปดาห์นี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวกรอบ 1540 – 1565 เชิงกลยุทธ์การลงทุนยังชอบกลุ่ม Bank (BBL KBANK KTB SCB) ค้าปลีก (BJC CPALL COM7 DOHOME HMPRO) Anti Commodity อาทิ (SCC SCGP TOA TASCO) รวมถึงโรงไฟฟ้า (BGRIM GULF GPSC)


DOHOME (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 22.00 บาท) ราคาหุ้น DOHOME ลดลง 24% YTD เชื่อว่าเป็นการสะท้อนปัจจัยลบระยะสั้น เช่น ผลกระทบจากเงินเฟ้อและคาดการณ์ว่าอัตรากำไรผลิตภัณฑ์จำพวกเหล็กจะลดลง YoY แต่ด้วยภาพรวมการเติบโตของกำไรในช่วงปี 2022-24 ที่โดดเด่นกว่าคู่แข่ง จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ


KBANK (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 174.00 บาท) คงประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิที่ 14% YoY สำหรับปี 2022 และ 10% YoY ในปี 2023 หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่สูงขึ้นและการตั้งสำรองหนี้ฯ ที่ลดลง คาดค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่ลดลงเป็น 150bp ในปี 2022 และ 130bp ในปี 2023 เทียบกับ 173bp ในปี 2021

Most Viewed
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
“All-Time High” (จุดสูงสุด) ของวันนี้… อาจเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของโอกาสครั้งต่อไปก็เป็นได้ !!!
เมื่อ อีก 3 ชั่วโมง
Stock of the Day
EPG ก้าวอย่างมั่นคง เน้นบริหารต้นทุนมากกว่าตัวเลข มั่นใจปี 2569/2570 โตทุกกลุ่มธุรกิจ รับโครงการภาครัฐ - Data Center หนุน
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
ก.ล.ต. ธปท. คปภ. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เชิญชวนอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมโครงการ Money Story for Influencer เล่าเรื่องการเงินอย่างรับผิดชอบ
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us