SAK พร้อมเข้าเทรดใน 2 เดือน ลุยพัฒนาไอทีดันพอร์ตทะลุ 1.2 หมื่นล้านใน 3 ปี
นางสาวพันทิตา แซ่เอ็ง รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK กล่าวว่า ล่าสุด ก.ล.ต. ได้อนุมัติแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ และได้รับอนุมัติเริ่มนับ 1 ไฟลิ่งของ SAK แล้ว หลังได้ยื่นแบบไฟลิ่ง ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อขอเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) และคาดว่าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในปี 2563
ทั้งนี้ปัจจุบัน บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนจำนวน 2,096 ล้านบาท แบ่งเป็น 2,096 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท โดยเป็นทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วจำนวน 1,550 ล้านบาท และจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 546 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 26 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นครั้งนี้
นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ SAK กล่าวว่า ในการเสนอขายหุ้น IPO จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินและขีดความสามารถขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว เพื่อผลักดันเติบโตในทุกมิติ ทั้งจำนวนสาขา ผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่หลากหลาย จำนวนสาขาที่จะขยายเพิ่มเติม โดยวางเป้าหมาย 3 ปีข้างหน้า (2564-2566) เพิ่มจำนวนสาขาเป็น 1,119 สาขา จากปัจจุบัน 519 สาขา ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก รวม 38 จังหวัด (ณ วันที่ 30 มิ.ย.2563)
นอกจากนี้ บริษัท ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เข้ามาช่วยพัฒนาวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าในเชิงลึก ตั้งแต่การเสนอสินเชื่อ พิจารณาอนุมัติสินเชื่อ รับชำระหนี้ บริหารหนี้สูญ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า และเพิ่มขีดความสามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นและสร้างการเติบโต โดยตั้งเป้าภายในปี 2566 พอร์ตสินเชื่อจะขยายตัวเพิ่มเป็น 12,000 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2563 มีพอร์ตสินเชื่อรวม 6,067 ล้านบาท
“จุดแข็งของเราคือการดำเนินธุรกิจที่มีความโปร่งใส เป็นมิตรและเป็นธรรม พนักงานมีคุณภาพและมีความเข้าใจลูกค้า จึงสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นผ่านจุดให้บริการสาขาที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต จะทำให้เราสามารถขับเคลื่อนธุรกิจเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดและนำพาองค์กรไปสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำสินเชื่อรายย่อยระดับชาติ ” นายศิวพงศ์ กล่าว
รับข่าวดีวัคซีนโควิด-19
ด้านผศ.ดร.พูนศักดิ์ บุญสาลี ประธานกรรมการบริหาร SAK เปิดเผยว่า ประเด็นข่าววัคซีนโควิด-19 ที่ออกมาล่าสุด ถือเป็นผลบวกต่อธุรกิจของบริษัท อย่างไรก็ตามแม้ยังมีการระบาดของโควิด-19 อยู่ แต่บริษัทก็ไม่ได้มีความกังวล เว้นแต่หากเกิดสถานการณ์อื่นๆที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงในช่วงที่ผ่านมา บริษัทไม่มีการปลดพนักงานออกแต่อย่างใด รวมทั้งยังสามารถบริหารจัดการหนี้ได้ และยังมีสภาพคล่องที่ดีอีกด้วย
ทั้งนี้บริษัท ประกอบธุรกิจผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยระดับภูมิภาคภายใต้การกำกับดูแลจากหน่วยงานภาครัฐ ภายใต้ชื่อแบรนด์ ‘ศักดิ์สยาม’ (SAKSIAM) ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจมานานกว่า 25 ปี เทียบเท่าบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม
โดยมีวิสัยทัศน์ก้าวเป็น ‘หนึ่งในบริษัทจดทะเบียนผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยระดับชาติ’ ภายใต้แนวคิด ‘การดำเนินธุรกิจ การให้บริการอย่างเป็นธรรม เข้าใจและเข้าถึง’ ด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์และจริงใจให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างสะดวก รวดเร็วและเป็นธรรม ภายใต้ผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่หลากหลาย
แบ่งเป็น 4 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ 1.สินเชื่อทะเบียนรถ (Vehicle Title Loan) 2.สินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) 3.สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ (Nano Finance) และ 4.สินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อรถแลกเงิน (Hire-Purchase and Car for Cash) ที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตมาอย่างต่อเนื่อง
“ด้วยจุดเริ่มต้นธุรกิจมาจากการรับบริหารจัดเก็บหนี้ ทำให้เราเข้าใจในพฤติกรรมความต้องการสินเชื่อของลูกค้า และตอบสนองความต้องการแหล่งเงินทุน ผ่านการปล่อยสินเชื่อในเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ทำให้เราสามารถช่วยเหลือประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนนำไปประกอบอาชีพได้เป็นอย่างดี และการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ครั้งนี้ จะทำให้เราขยายธุรกิจในการปล่อยสินเชื่อ เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้มากขึ้น” ผศ.ดร.พูนศักดิ์ กล่าว
นางเรณู วิลาศรี รองกรรมการผู้จัดการ (บริหารงานบัญชี – การเงิน) SAK กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2560-2562) บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตของรายได้จากดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมและบริการ เฉลี่ยอยู่ที่ 31.6% ต่อปี สอดคล้องการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 33.5% สะท้อนศักยภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดย ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2563 บริษัท มีพอร์ตสินเชื่อรวม 6,067 ล้านบาท และมีจำนวนสัญญาสินเชื่อรวม 230,273 สัญญา แบ่งเป็นลูกหนี้ที่มีหลักประกัน 88% และลูกหนี้ไม่มีหลักประกัน 12% ของพอร์ตสินเชื่อรวม
สำหรับการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปขยายธุรกิจผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยและใช้เป็นเงินหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งโครงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อปรับปรุงระบบการให้บริการสินเชื่อ
