Official Update :

KWM จ่อกลับมาผงาดปี66 รุกตลาดต่างประเทศ - ลุยสกัดสารสำคัญจากพืชสมุนไพร

บมจ.เค.ดับบลิว.เม็ททัล เวิร์ค (“KWM”) เปิดกลยุทธ์ปี 66 ลุยขยายตลาดต่างประเทศ เจาะเวียดนาม-ลาว-พม่า หวังสร้างมูลค่าเพิ่มตัวเลขรายได้ในกลุ่มอุปกรณ์เกษตร ส่วนกลุ่มธุรกิจ LABACTIVE-โรงงาน KWHB ปีนี้เตรียมสตาร์ทเครื่องผลิต ส่วนผลงานงวดปี 65 ทำรายได้จากการขายเท่ากับ 472.90 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 29.86 ล้านบาท


นายเอกพันธ์ วนโกสุม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค.ดับบลิว.เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) “KWM” เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมการเกษตรในปี 2566 มีแนวโน้มชะลอตัว เมื่อเทียบจากปีก่อน จากการปรับตัวลดลงของราคาพืชผลทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้ KWM มีการปรับกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสำหรับปีนี้ โดยการมุ่งเน้นการขยายตลาดไปยังต่างประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อการจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเกษตร โดยเบื้องต้นบริษัทฯจัดทีมเพื่อสำรวจตลาดแล้ว 3 ประเทศ อาทิ ประเทศเวียดนาม, ประเทศลาว และ ประเทศพม่า อีกทั้ง บริษัทฯยังได้มีการศึกษาการขยายตลาดในประเทศกัมพูชาเพิ่มเติม เนื่องจากมองว่าดีมานด์การใช้อุปกรณ์สำหรับการเกษตรในประเทศดังกล่าวมีสัดส่วนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  


ส่วนการดำเนินการของ บริษัท แล็บแอคทีฟ จำกัด (“LABACTIVE”) ได้มีการวางกลยุทธ์และความพร้อมในการดำเนินธุรกิจในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องสำอางและสกินแคร์ที่มีสารสกัดจากกัญชง-กัญชา ซึ่งล่าสุดได้รับใบอนุญาตสกัดกัญชง-กัญชาเป้นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าอาจจะเริ่มดำเนินการสกัดได้ในไตรมาส 2/2566  ส่วนโรงงานของ KWHB คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเร็วๆ นี้ เพื่อดำเนินการสกัดสารสำคัญจากพืชสมุนไพรไทย กระท่อม โดยล่าสุด อย.ได้เข้าตรวจโรงงานสกัดสาระสำคัญจากพืชสมุนไพรไทยของ KWHB แล้ว ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการภายในไตรมาส1/2566


ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เค.ดับบลิว.เม็ททัล เวิร์ค”KWM” กล่าวเพิ่มเติมถึงผลการดำเนินงานในปี 2565 ว่า บริษัทมีรายได้จากการขายเท่ากับ 472.90 ล้านบาท ลดลงจำนวน 94.40 ล้านบาท หรือลดลงคิดเป็นร้อยละ 16.64 ของรายได้จากการขายเมื่อเทียบกับปี 2564 และมีกำไรสุทธิ 29.86 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักที่รายได้และกำไรลดลง เนื่องจากกำลังซื้อของลูกค้าน้อยลงจากสถานการณ์เงินเฟ้อและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และสภาพอากาศที่แปรปรวน แม้ว่าช่วงครึ่งปีแรกปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำจะมีปริมาณเพียงพอต่อการเพาะปลูก แต่ปรากฏการณ์ลานีญาที่มีกำลังแรงขึ้นพร้อมทั้งอิทธิพลของลมมรสุมและพายุที่เข้ามาหลายระลอกในช่วงไตรมาส 3 ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย


อีกทั้ง ภายหลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ทำให้แรงงานเริ่มทยอยกลับไปสู่ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและภาคบริการ ทำให้ความต้องการสินค้าอุปกรณ์การเกษตรลดน้อยลงด้วยปัจจัยทั้งหมดนี้ ส่งผลให้ยอดขายสินค้าลดลงในเกือบทุกผลิตภัณฑ์  

Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
เมื่อ อีก 13 ชั่วโมง
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us