NDR ปักธงรายได้ปีนี้โต 15-20% ตั้งเป้ายกระดับสู่ภูมิภาค รุกอินโดฯ-เวียดนาม

บมจ. เอ็น.ดี.รับเบอร์ หรือ  NDR ปักธงรายได้ปีนี้โต 15-20% เร่งบุกตลาด Mass Market และ Niche Market พร้อมตั้งเป้าหมายยกระดับสู่ภูมิภาค มุ่งเน้นเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ตอบสนองกลุ่มเป้าหมายให้บริษัทย่อยในมาเลฯ ติดปีกขยายตลาดต่างประเทศ รุกอินโดนิเซีย-เวียดนาม เล็งปรับกระบวนผลิตเป็น Automation มากขึ้น พร้อมมองหาโอกาสขยายธุรกิจอื่นเพิ่มเติม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน


นายชัยสิทธิ์ สัมฤทธิวณิชชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ดี.รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NDR กล่าวว่า บริษัทฯวางเป้าหมายรายได้ในปี 2564 เติบโต 15-20% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 781.42 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นการบุกตลาดในประเทศ ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.ตลาดมวลชน (Mass Market) และ2. ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) โดยกลุ่ม Mass Market เน้นที่ตัวแทนการจัดจำหน่าย เพื่อกระจายสินค้าทั่วถึงทั้งประเทศ ขณะที่กลุ่ม Niche Market จะสร้างตลาดเฉพาะกลุ่มขึ้นมา และเน้นสร้างแบรนด์ สร้างดีมานด์ รวมถึงเพิ่มประสบการณ์ในการได้ใช้ยางรถจักรยานยนต์ของบริษัทฯ


ทั้งนี้ ประเมินภาพรวมของอุตสาหกรรมยางรถจักรยานยนต์ในปีนี้น่าจะดีกว่าปีก่อน จากปัจจัยที่เอื้อประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่เข้ามาช่วยกระตุ้นการบริโภค ประกอบกับ แรงสนับสนุนการสั่งสินค้าออนไลน์ และการสั่งเดลิเวอรี่จะเป็นปัจจัยเสริมทำให้มีการใช้รถจักรยานยนต์มากขึ้น และส่งผลต่อความต้องการของยางรถจักรยานยนต์ในตลาดเพิ่มขึ้น


กรรมการผู้จัดการ NDR กล่าวอีกว่า บริษัทฯตั้งเป้าหมายเป็นบริษัทฯระดับภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้กับบริษัทย่อยในประเทศมาเลเซีย ขณะเดียวกันมองการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศอินโดนิเซีย และ ประเทศเวียดนาม  จากปัจจุบันบริษัทฯ เข้าสู่ตลาดประเทศเมียนมา ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ประเทศมาเลเซียเรียบร้อยแล้ว


อย่างไรก็ตาม บริษัทฯมีการปรับกลยุทธ์ระยะสั้นตามสถานการณ์ปี 2564 โดยเพิ่มประเภทสินค้าเพื่อขยายกลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มช่องทางการขายเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น รวมถึงปรับกลยุทธ์การขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น เพื่อรักษาผลกำไรของบริษัทฯ อีกทั้งจัดลำดับความสำคัญของการลงทุนและเลือกลงทุนกับโครงการที่มีผลต่อผลประกอบการเป็นอันดับแรก


สำหรับด้านกระบวนการผลิตนั้น บริษัทฯ มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้เป็นระบบ Automation โดยการพัฒนาการออกแบบเครื่องจักรใหม่ และปรับปรุงเครื่องจักรเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และสามารถลดจำนวนพนักงานลงได้


"ปีนี้เรามุ่งเน้นการตั้งเป้าหมายเป็นบริษัทฯ ระดับภูมิภาค โดยจะขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศอินโดนิเซีย และ ประเทศเวียดนาม รวมถึงปรับกลยุทธ์ระยะสั้นตามสถานการณ์ปี 2564 และปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้เป็นระบบ Automation และท้ายสุดก็คือ มองหาโอกาสขยายไปยังธุรกิจอื่นเพิ่มเติม เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น" นายชัยสิทธิ์ กล่าว


นายชัยสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ผลการดำเนินงานปี  2563 สะท้อนว่าบริษัทฯ มีการบริหารจัดการที่ดี และทันท่วงทีภายใต้สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทั้งการบริหารจัดการเรื่องวัตถุดิบและการลดต้นทุนในการผลิต ส่งผลให้ทั้งปี 2563 ผลการดำเนินงาน เทิร์นอะราวด์ โดยบริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 45.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 327.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 19.88 ล้านบาท

Most Viewed
Wealth EZ
“รุ่นหนึ่งสร้าง-รุ่นสองรักษา-รุ่นสามทำลาย” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
จับตาวิกฤตตะวันออกกลาง ซาอุฯ ปิดท่อส่งน้ำมันดันราคาพุ่ง ชู PTTEP เด่นรับอานิสงส์น้ำมันดิบ กบง. ขยายเวลาตรึงดีเซลกดดันโรงกลั่น
เมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
เรากำลังแข่งกันสร้าง “พระเจ้า” แต่เราแน่ใจแล้วหรือว่าจะเป็น “พระเจ้าผู้ทรงเมตตา”? ความกังวลที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เพิ่งเริ่มเป็นที่รับรู้
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
“Hummix” เปิดตัว AI Low-Code ออกแบบเพื่อธุรกิจไทย เชื่อม “AI-ข้อมูล-ระบบ” สู่การทำงานจริง รองรับองค์กรทุกขนาด
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
SSP ลั่นพร้อมชิง PDP 2026 กำลังผลิต 50,900 MW ชูฐานะการเงินแกร่ง – ศักยภาพการพัฒนาโครงการสูง
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us