Official Update :

นักวิจัยคณะวิทย์ ม.อ. ร่วมกับภาคีเครือข่าย ค้นพบพืชวงศ์กระดังงา 2 ชนิดใหม่ของโลก

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) โดยคณะวิทยาศาสตร์ เผยค้นพบพืชวงศ์กระดังงา 2 ชนิดใหม่ของโลก ได้แก่ “บุหงาเซิงเบตง” มีลักษณะเด่นดอกสีเหลือง มีสีเขียวบริเวณโคนกลีบ กับ “บุหงาเซิงฮาลา” มีใบประดับขนาดใหญ่รูปไข่กว้าง กลีบดอกสีเหลือง ที่ ป่าฮาลา-บาลา จ.ยะลา โชว์ผลงานตีพิมพ์ในวารสาร Phytotaxa ระดับนานาชาติฐาน WOS ระดับ Quartile 3 ตอกย้ำระบบนิเวศน์สมบูรณ์ที่มีผลจากการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ


รศ.ดร.จรัล ลีรติวงศ์ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.)  เปิดเผยว่า นักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ ม.อ. ได้ร่วมกับ Prof. Dr. David M. Johnson: Biological Science Department, Ohio Wesleyan University, Delware, Ohio, U.S.A ดร.จิรัฐิ สัตถาพร ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และนายสุเนตร การพันธ์ สถานีวิจัยสัตว์ป่า ป่าพรุ ป่าฮาลา-บาลา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา ร่วมค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลกในสกุลบุหงาเซิง (Friesodielsia Steenis) ของพืชวงศ์กระดังงา (Annonaceae) จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ บุหงาเซิงเบตง: Friesodielsia betongensis Leerat และบุหงาเซิงฮาลา: Friesodielsia chalermgliniana Leerat ที่ป่าฮาลา-บาลา ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา จังหวัดยะลา


การค้นพบพืชวงศ์กระดังงา 2 ชนิดใหม่ของโลก (New species) ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติฐาน WOS ระดับ Quartile 3 ชื่อวารสาร Phytotaxa ฉบับที่ 589 (1) ปี ค.ศ. 2023 โดยพืชสกุลบุหงาเซิง จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ บุหงาเซิงเบตง: Friesodielsia betongensis Leerat เป็นไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เถาเนื้อแข็ง มีลักษณะเด่นคือมีดอกสีเหลือง โดยมีสีเขียวบริเวณโคนกลีบ กลีบดอกชั้นนอกมีลักษณะภาคตัดตามขวางเป็นรูปสามเหลี่ยม กลีบดอกชั้นในมีความยาวมากกว่าความยาวครึ่งหนึ่งของกลีบดอกชั้นนอก ขึ้นอาศัยในบริเวณป่าดิบเขา อยู่ระดับความสูงเหนือระดับทะเล 1,000-1,200 เมตร โดยจะออกดอกและผลช่วงเดือนพฤษภาคม สำหรับที่มาของชื่อวิทยาศาสตร์เป็นการตั้งชื่อให้กับสถานที่ที่มีการค้นพบพืชชนิดนี้ในเขตอำเภอเบตง จังหวัดยะลา


สำหรับพืชบุหงาเซิงฮาลา: Friesodielsia chalermgliniana Leerat เป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ลักษณะเด่นมีใบประดับขนาดใหญ่รูปไข่กว้าง กลีบดอกสีเหลือง มีกลีบดอกชั้นนอกที่มีลักษณะภาคตัดตามขวางเป็นรูปสามเหลี่ยม กลีบดอกชั้นในมีความยาวมากกว่าความยาวครึ่งหนึ่งของกลีบดอกชั้นนอก ขึ้นอาศัยในบริเวณป่าดิบชื้น อยู่เหนือความสูงเหนือระดับทะเลประมาณ 500 เมตร ออกดอกช่วงเดือนพฤษภาคม โดยที่มาของชื่อวิทยาศาสตร์ให้เป็นเกียรติแก่ ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ผู้เชี่ยวชาญพิเศษจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) มีความเชี่ยวชาญในการศึกษาและวิจัยพืชวงศ์กระดังงาของประเทศไทย และเป็นผู้ให้ความรู้นำทีมทำการสำรวจภาคสนาม


รศ. ดร.จรัล กล่าวว่า การค้นพบพืชชนิดใหม่ทั้ง 2 ชนิดของโลก ตอกย้ำระบบนิเวศน์สมบูรณ์ของป่าฮาลา-บาลา จากผลของการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้ทุกคนตระหนักและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ป่าให้มีระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ และการค้นพบครั้งนี้ยังสามารถต่อยอดในด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ โดยปัจจุบันเขตฮาลา-บาลาเป็นหนึ่งในป่าดิบชื้น (Rain Forest) ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นแหล่งที่อาศัยของพืชพรรณและมีความมหัศจรรย์จากธรรมชาติมากมายที่ควรค่าแก่การศึกษา โดยม.อ.ยังคงมุ่งมั่นศึกษาและสำรวจพืชใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน 

Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
เมื่อ อีก 13 ชั่วโมง
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us