JCR เพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของ TU สำหรับตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศจาก A- เป็น A แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ
โดย JCR ระบุว่าสาเหตุที่ไทยยูเนี่ยนได้รับการปรับอันดับความน่าเชื่อถือสูงขึ้นในครั้งนี้มาจากปัจจัยด้านความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่กระจายอยู่ในตลาดหลักทั่วโลก เช่น Chicken of the Sea ในสหรัฐอเมริกา, John West และ Petit Navire ในยุโรป ตลอดจนความมั่นคงในการสร้างผลกำไรอันเป็นผลมาจากความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก ทั้งด้านการผลิต การจัดหาวัตถุดิบ และการทำตลาด และอีกหนึ่งปัจจัยคือการที่ไทยยูเนี่ยนตัดสินใจถอนการลงทุนส่วนน้อยในเรด ล็อบสเตอร์ ช่วยลดความเสี่ยงในการรับภาระทางการเงิน
นอกจากนี้ JCR ยังให้ความเห็นว่าจุดแข็งของไทยยูเนี่ยนคือการดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั่วโลก ทั้งในทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกา โดยมีฐานการผลิตอยู่ใน 14 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไทย สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เซเชลส์ โปแลนด์ และเวียดนาม ทำให้ไทยยูเนี่ยนมีความได้เปรียบในการจัดหาวัตถุดิบจากทั่วทุกมุมโลก
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทายจากการลดระดับสินค้าคงคลังและการปรับขึ้นอัตราเงินเฟ้อในหลายตลาดทั่วโลก แต่ไทยยูเนี่ยนได้แสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าการปรับตัวอย่างรวดเร็วสอดรับการเปลี่ยนปลงจะทำให้สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ผมขอขอบคุณและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ JCR ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นมั่นใจและมีมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจของไทยยูเนี่ยน”
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว จากเป้าหมายปัจจุบันที่ไทยยูเนี่ยนมุ่งสร้าง "การมีสุขภาพที่ดีและท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์ หรือ Healthy Living, Healthy Oceans" โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพผู้คน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ท้องทะเล ไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน โดยจะเดินหน้าประกาศกลยุทธ์ระดับองค์กรตัวใหม่ (Corporate Strategy 2030) ที่จะครอบคลุมถึงปี 2573 เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมทะเลระดับโลก พร้อมสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ด้วยการขยายการลงทุนที่หลากหลายในอุตสาหกรรม เพื่อให้เป็นมากกว่าอาหารทะเล และเป็นผู้วางรากฐานของโภชนาการแห่งอนาคต เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้คน สัตว์เลี้ยง ควบคู่กับการดูแลโลกใบนี้
ในปี 2566 ไทยยูเนี่ยนได้จัดหาสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan หรือ SLL) มูลค่า 11,485 ล้านบาท ถือเป็นการเริ่มระยะที่ 2 ของโครงการ Blue Finance หรือการบริหารจัดการการเงินเพื่อการทำงานด้านการอนุรักษ์ท้องทะเลของไทยยูเนี่ยน โดยมีเป้าหมายจัดหาเงินทุนที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้ได้ 75 เปอร์เซ็นต์ของการจัดหาเงินทุนระยะยาวภายในปี 2568 ซึ่งสินเชื่อ SLL นี้ จะออกให้ทั้งในสกุลเงินบาทไทยและดอลลาร์สหรัฐระยะเวลา 3 และ 5 ปี ซึ่งความสำเร็จในการจัดหาเงินทุนครั้งนี้เป็นก้าวที่สำคัญ ตอกย้ำถึงความทุ่มเทของไทยยูเนี่ยนในด้านความยั่งยืน และนอกจากการเข้าถึงการเงินที่ยั่งยืนแล้ว โครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของท้องทะเลยังได้รับประโยชน์ด้วย
Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ อีก 12 ชั่วโมง
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Fund Move
บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำผู้นำธุรกิจจัดการลงทุนไทย กวาด 17 รางวัลการันตีความเป็นเลิศจากเวทีไทยและสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
GULF-ADVANC นำหุ้น Big Cap พุ่ง บอนด์ยีลด์ลด หนุนไฟฟ้า-สื่อสาร วัฏจักรลงทุนโลกฟื้น ชี้ไทยโดดเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
