TATG ร่วมงาน Opportunity Day กางแผนครึ่งปีหลังสัญญาณดี เตรียมลงทุนเครื่องจักรแม่พิมพ์โลหะขนาดใหญ่ เร่งปั๊มรายได้สู่ 3,000 ลบ.

ดร.พยุง ศักดาสาวิตร (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย นางสุกัญญา ขวัญสุวรรณ (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และนางสาวอมรวรรณ ศักดาสาวิตร (ซ้าย) ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด (มหาชน) หรือ TATG ผู้นำในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์โลหะ อุปกรณ์จับยึด และชิ้นส่วนยานยนต์ของไทย ประกาศเดินหน้าธุรกิจครึ่งปีหลังในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) งวดประจำไตรมาส 2/2568 มุ่งหน้าสู่เป้าหมายรายได้เติบโตแตะ 3,000 ล้านบาท ท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ บริษัทฯ ยังสามารถบริหารงานได้อย่างแข็งแกร่ง และคำสั่งซื้อในมือรองรับ ชูจุดเด่นด้านบุคลากรที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการนำเข้าเทคโนโลยีทันสมัย เสริมศักยภาพสายงานการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเทียบเท่าระดับสากล ควบคุมการบริการจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทเตรียมแผนการลงทุนรอบใหม่ในเครื่องจักรขนาดใหญ่ เพิ่มกำลังการผลิตและขยายงานด้านแม่พิมพ์โลหะที่มีขนาดใหญ่ขึ้น รองรับการฟื้นตัวของธุรกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต ล่าสุด ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2568 บริษัทมีรายได้รวม 699.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 29.22 ล้านบาท งวด 6 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,376 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 42.5 ล้านบาท    

Most Viewed
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us